แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด

21 มิถุนายน 2560

คำเตือนสติจากภรรยาของแจ๊ค หม่า ถึงคุณผู้หญิงทั้งหลาย



Cr. proto : https://successstory.com/photos/people/jack-ma


      ฉันกับแจ๊ค หม่าเป็นเพื่อนนักเรียนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย  หลังจบการศึกษา  เราก็แต่งงานกัน  
แจ๊ค หม่า ไม่ใช่คนรูปหล่อเลย  ออกจะขี้เหร่ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ฉันประทับใจในตัวเขาก็คือ  เขาสามารถทำอะไรได้มากมายในขณะที่ผู้ชายรูปหล่อทั้งหลายไม่สนใจจะทำ

ฉันไม่ได้ตัดสินใจผิด  ธุรกิจอาลีบาบาของเขากลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในธุรกิจโลกออนไลน์  

ใครๆก็เรียกเขาว่า  "เจ้าพ่อของการก่อตั้งธุรกิจ"   สร้างความภูมิใจให้แก่ฉันเป็นอย่างมาก

10 ข้อต่อไปนี้  อยากนำมาฝากศรีภรรยาทั้งหลายลองพินิจ วิเคราะห์ดูกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง


1.  หลังแต่งงาน  จะเปลี่ยนสถานะเป็นศรีภรรยาและคุณแม่ของลูก
อย่าเอาแต่ใจตัวเองเหมือนสมัยก่อนแต่งงาน  ดูแลสามีดูแลลูก  ช่วยเป็นแรงหนุนให้สามี

2.  หากรักสามีเรา  ต้องรักพ่อแม่เขาก่อน
        ไม่มีพ่อแม่เขา  ก็ไม่มีสามีให้เรารัก  อย่านำเอาทัศนคติหรือการกระทำของพ่อแม่สามีที่มีต่อเรา  ไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่เราได้รับจากพ่อแม่บังเกิดเกล้าของเราเป็นอันขาด

3.  ร่วมแรงร่วมใจ
      อย่าถามซอกแซกทุกแง่ทุกมุม  บางสิ่งเป็นนโยบายหรือวิธีการส่วนตัวในการทำงานของเขา  ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้รู้ทุกเรื่อง คอยให้กำลังใจและคอยให้ความช่วยเหลือก็พอ  คอยใส่ใจแต่ไม่ใช่คอยจุ้นจ้าน

4.  สามีที่ถูกคุม  ยอมคุณด้วยปาก  แต่สามีที่ถูกรัก  ยอมคุณด้วยใจ
         รักเขาเข้าไปเถอะ  อย่าคิดแต่จะคุมเขาให้อยู่หมัด  ยิ่งต่อหน้าในกลุ่มเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน  ภรรยาที่ดีจะไม่นินทาสามีตนให้คนอื่นฟังเด็ดขาด

5.  อย่าคิดเปลี่ยนแปลงเขา  แต่สามารถสร้างแรงจูงใจให้เขา
        บุคลิกโดยทั่วไปของผู้ชายมักจะออกรูปขี้เกียจ  และไม่ค่อยรักความสะอาดนัก  งานเล็กงานน้อยในบ้าน  ไม่จำเป็นต้องยัดเยียดให้เขาทำ  ปล่อยเขาไปใช้ความสามารถในเรื่องทำมาหากินให้เต็มที่ดีกว่า

6. พอสามีกลับบ้าน  ภรรยาก็ควรอยู่บ้าน
      สามีกลับบ้านคงอยากเห็นหน้าภรรยา  อยากได้ยินเสียงภรรยา  จงคุยกันด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน  แต่ไม่ใช่ได้ยินแต่เสียงบ่นของภรรยา

7.  อย่าเอาความสงสัยของตนเป็นจุดตัดสิน
         อย่าคิดเองเออเองเด็ดขาด  อย่าเอาความสงสัยมามโนเป็นเรื่องจริง  นี่จะเป็นแรงกระทบที่ไม่ดีต่อสามี  และคุณก็คือภรรยาที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง

8.  อย่าทำตัวเป็นตัวเม่น
       หากทำตัวเป็นตัวเม่นคอยทิ่มตำสามี  ไม่มีสามีที่ไหนอยากอยู่ใกล้คุณหรอก  เหมือนไฟกับฟางหญ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้

9.  อย่าเพียรตัดพ้อต่อว่าสามีตนเอง  และห้ามด่าทอสามีเด็ดขาด
          ยิ่งตัดพ้อต่อว่าสามีมากเท่าไหร่  ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ตนเองมากขึ้นเท่านั้น  และการด่าทอสามีไม่ว่าถูกหรือผิด  จะมีแรงสะท้อนกลับมาหาคุณแน่นอน

10.  ความรักเปรียบเหมือนเม็ดทราย  จับต้องได้  แต่ผูกมัดไม่ได้
         อย่าคิดแต่จะล้อมจับสามี  ล้อมจับอาจได้ตัวเขา  แต่สู้ได้ใจเขามาครองจะแน่นอนกว่า  สอนลูกต่อหน้าคนอื่นได้  ลับหลังคนค่อยให้คำปรึกษากับสามี ห้ามฉีกหน้าเขาต่อหน้าผู้อื่นเด็ดขาด  ผู้ชายที่ทำมาหากินอยู่ในสังคม  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหน้าตาและศักดิ์ศรีของเขา และผู้ชายทุกคนก็หวงแหนสิ่งเหล่านี้มาก

"ภรรยาที่วางตัวดี  ชีวิตจะเป็นสุขแต่ภรรยาที่มีแต่ความไม่พอใจ  หาความสงบในชีวิตได้ยาก" 

--------------------------------------------------
"ขจรศักดิ์"
แปลและเรียบเรียง
20/6/17
www.facebook.com/Flintlibrary

26 กันยายน 2559

เคล็ดลับวิธี “รัก” อย่างไร ไม่เป็นทุกข์

   9 วิธี “รัก” อย่างไร ไม่เป็นทุกข์




          ความสุขความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของคู่รัก เมื่อคู่รักคบหาดูใจกันต่างก็ต้องการความสุข แต่หากความรักกลายเป็น ความทุกข์ ความสุขทางใจก็คงจะไม่มี ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้ถึงการจะรักอย่างถูกวิธี และรักอย่างไรให้ไม่เป็นทุกข์

          1.  ควรมี ความสุข ได้ด้วยตัวเอง  คนอื่นเป็นเพียงโบนัสที่เพิ่มเข้ามา

          2.  ควรปรารถนาให้ผู้อื่นเกิดสุขด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่ความสุข ของเรา เช่น เมื่อคนที่เรารักไม่รักเรา แต่เขามีความสุขของเขา แม้เราจะเศร้าก็ยังคิดได้ว่า อย่างน้อยก็ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข

          3.  ลดความคาดหวัง แม้เราจะเป็นปุถุชนซึ่งคงตัดความคาดหวังไม่ได้ แต่ถ้าเรายิ่งคาดหวังจากอีกฝ่ายน้อย โอกาสที่เราจะสมหวังก็ยิ่งมากขึ้น

          4.  ยอมรับความแตกต่าง ทั้งด้านสรีระและความคิดของผู้อื่น ความคิดไม่ตรงกันนั้น  ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ หากฝ่ายหนึ่งไม่พยายามทำให้อีกฝ่ายคิดเหมือนกัน และพยายามเข้าใจว่าเหตุใดจึงคิดต่างกัน ปัญหาก็จะไม่เกิด หากเข้าใจและยอมรับได้แล้ว เมื่อเห็นเขาทำตัวไม่ถูกใจ ไม่น่ารัก  ขี้บ่น  ใจร้อน  เราก็จะปรับตัวให้เข้ากับเขาและมอบความรักให้ได้ง่ายขึ้น

          5.  รู้จักยอมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ความรัก จึงจะยืนยาว เพราะความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของโลก เพลงโปรด ฟังซ้ำ อาหารจานประจำ กินบ่อยก็เบื่อ ความรัก ที่เคยจี๋จ๋าหวานแหวว อาจจืดจางลง แต่ยังคงความผูกพันและสัมพันธ์อันดี  หรือแม้จะเลิกราร้างห่าง บางคู่ก็ยังเป็นเพื่อนรู้ใจต่อกันได้

          6.  ไม่ควรทำแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ หรือสิ่งที่ตนคิดว่าดีให้คนอื่นเพียงอย่างเดียว จะต้องมองถึงความต้องการของเขาด้วย จะได้ไม่ต้องมาน้อยใจว่าเราอุตสาห์หวังดี ยอมเหน็ดเหนื่อยทำเพื่อเขา แต่เขากลับไม่เห็นคุณค่า

          7.  ความเกรงใจ เป็นองค์ประกอบสำคัญ ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะคนใกล้ชิดสนิทกัน มักคิดว่าจะสามารถทำอะไรตามใจตัวได้แทบทุกเรื่อง จนลืมนึกถึงความรู้สึกของอีกคนไป

          8.  พูดจาชื่นชมในสิ่งดีของกันและกัน เป็นอีกหนึ่งวิธีมอบความรักที่ควรทำ บางคนละเลยว่าอยู่ด้วยกันมานาน เรื่องดีเขาคงรู้อยู่แล้วไม่ต้องชม จึงเอาแต่พูดถึงสิ่งไม่ดีหรืออยากให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลง เอาแต่บ่นโดยไม่เคยชม คนฟังก็ท้อใจเหมือนกัน

          9.  การแสดงออกของความรัก ถ้ารักแล้วไม่แสดงออกเลยอีกฝ่ายคงไม่รู้ เพราะเขาไม่มีตาทิพย์แต่การแสดงความรู้สึกแค่ไหน อย่างไร คงต้องดูว่าเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการด้วย ส่วนความต้องการของเราก็ควรบอกตรงๆ ไม่ใช่คาดหวังให้คู่ของเราเป็นหมอดู คอยเดาใจ

            และถ้าจะรักให้ดีต่อสุขภาพ จิต ทุกคนควรคิดให้ความรักเป็นดอกไม้สวยงาม เป็นของหวานสำหรับชีวิต อย่ายึดติดว่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าคิดว่า “รัก” เป็นข้าวปลาอาหารหรืออากาศที่ขาดไม่ได้

            “อยากให้คนที่มีความทุกข์ เพราะรักคิดด้วยว่า ก่อนที่จะมาเจอคนรัก ยังมีพ่อแม่พี่น้องเพื่อนพ้อง และคนอื่นอีกมากมายที่เรารักและรักเรา อย่าให้คนเพียงคนเดียวเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ตามข่าว เช่น เมื่ออีกฝ่ายขอเลิก ก็มีการบุกไปยิงหรือทำร้ายร่างกาย กระทั่งฆ่าตัวตาย กลายเป็นโศกนาฏกรรมแสนเศร้าของคนที่อยู่ข้างหลัง”

           สรุปการจะรักใคร  ควรรักอย่างมีสติ ไม่ทุ่มเทจนหมดตัว และควรเผื่อใจให้กับตัวเอง ครอบครัว และเพื่อน  เพราะหากเกิดพลาดพลั้ง  ครอบครัวและคนใกล้ชิดมีส่วนสำคัญที่จะเยียวยาหรือเตือนสติไม่ให้ผู้ผิดหวังในความรักกระทำเรื่องที่จะเสียใจในอนาคตได้  "เท่านี้คุณก็มีความรักที่ดีต่อสุขภาพ ได้แล้ว"

ที่มา : women.thaiza.com


 หากชอบ และถูกใจ  กดแชร์ แบ่งปันกันไปนะคะ  ^^  

25 กันยายน 2559

เคล็ดลับในการคิดบวก แรงดึงดูดความรักและการใช้ชีวิต




กฎแรงดึงดูด  กับความรักและการใช้ชีวิต

1.    สิ่งใดก็ตามที่คุณคิดถึงอยู่เสมอและมีความเชื่อมั่น จะถูกดึงดูดเข้าหาคุณเสมอ ฉะนั้นควรนึกถึงและเชื่อมั่นในแง่บวก อย่าวิตกกังวลหรือนึกถึงแต่สิ่งเลวร้าย หรือความล้มเหลว ถ้ากำลังนึกถึงเรื่องไม่ดีให้ตั้งสติ ปล่อยวาง อย่าวิตกกังวล กำหนดจิตเราให้ได้ เพราะคนที่วิตกกังวลจะตัดสินใจอะไรไม่ถูก และมันจะเคว้งคว้างหลงทางไปหมด ให้คิดว่าเราปรารถนามันมาก เราคาดหวัง และมองเห็นภาพตัวเองไขว่คว้าความสำเร็จนั้น ให้นึกภาพว่า เราได้มันมาแล้วและเรากำลังมีความสุขกับมันอยู่ จินตนาการหรือความคิดใดๆ ที่จะทำให้เรามีความสุขมโนให้หลุดโลกไปเลยก็ได้ค่ะ ยังไงมันก็อยู่ในหัวในความคิดของเราเนี่ยแหละ ไม่มีใครว่าบ้าหรอก กำหนดจิต กำหนดความคิดตัวเองให้ได้ เหมือนที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกว่าวไว้ว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ (Imagination is more important than knowledge) จงเชื่อมั่นว่าอย่างน้อยเรา  ก็มีความฝันเล็กๆ ในหัว และวันหนึ่งมันจะเกิดขึ้น มันจะสำเร็จ ให้คิดแบบนี้เรื่อยๆ อย่าไปท้อ อย่าคิดในเชิงลบที่ตรงกันข้าม ให้คิดแบบนี้ทุกวันเหมือนเป็นการกระตุ้นจิตใต้สำนึก หรือสะกดจิตตัวเองให้เรามีแรงบันดาลใจที่จะทำในสิ่งที่เราฝันและให้ได้มาซึ่งความสุข

2.   เกลียดอะไรได้สิ่งนั้น ให้เลิกเกลียดและเปลี่ยนซะ จิตใต้สำนึกเป็นพลังอำนาจทางจิตวิญญาณของมนุษย์ การที่เราเกลียดคนประเภทไหนก็มักจะดึงดูดเหนี่ยวรั้งคนแบบนั้นเข้ามาในชีวิต เพราะจิตใจเรามัวแต่วนเวียนจดจ่ออยู่บนความเกลียดชังนั้น (เกลียดคนแบบไหนก็ได้คนแบบนั้น จขกท.เคยเกลียดคนหล่อมาก จริงๆค่ะ แล้วยิ่งเกลียดยิ่งเจอ) เพราะฉะนั้นให้เราปล่อยวาง เลิกเกลียด (ความเกลียดเป็นราคะที่แรงกล้าและน่ากลัวมาก ทิ้งมันไปซะ) และเปลี่ยนมานึกถึงเสมอว่า เราชอบคนแบบไหน หลงไหลคนแบบไหนแทน (ความรักมีพลังงานแรงกล้ามหาศาลไม่แพ้ความเกลียดค่ะ อยู่ที่เราว่าจะเลือกแบกอะไรไว้)

3.   ตั้งใจฟังเสียงจากข้างใน เมื่อจิตและความคิดของคุณมีแต่เรื่องที่ดี พลังงานบวกมากกว่าพลังงานลบ สมองคุณจะปลอดโปร่งและหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ให้คุณเริ่มตั้งใจฟังเสียงจากภายในแล้วลงมือทำตามสัญชาติญาณ (ต้องบวกนะ)  เสียงนั้นอาจนำคุณไปยังที่ๆ หนึ่งเพื่อที่คุณจะได้พบกับสิ่งๆ หนึ่งที่คุณอาจกำลังค้นหา หรือคนๆ หนึ่งตามที่ใจคุณปรารถนาก็ได้

เคล็ดลับในการคิดบวก

   ให้รู้ซึ้งและขอบคุณทุกอย่างรอบตัวคุณแม้แต่เรื่องเล็กๆ   เราคิดอะไร รู้ค่าสิ่งไหน ก็จะได้สิ่งนั้น การรู้สึกสำนึกรู้คุณสามารถนำพาความคิดจิตใจทั้งหมดของคุณไปใกล้ชิดกลมกลืนกับพลังสร้างสรรค์ของจักรวาลยิ่งขึ้น…ทันทีที่คุณรู้สึกกับสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วต่างไปจากเดิมคุณก็จะเริ่มดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้าหาตัวเองมากขึ้น สิ่งดี ๆ อีกมากมายที่คุณต้องรู้สึกขอบคุณ จงขอบคุณสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วและพอใจแล้ว เช่น ร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง เสื้อผ้าที่สวมใส่ เพื่อนที่ทำงาน อาหารที่ทาน มือถือ …ฯลฯ 

        แต่หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการก็ไม่ต้องนึกถึงมัน เช่น ฉันไม่มีบ้าน ฉันไม่มีรถ ฯลฯ เอาแค่สิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว  บางสิ่งอาจเป็นแค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันเช่น อาหารที่ทานประจำทุก ๆ เช้า แต่ลองคิดดูถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเราไม่มีอาหารทานมันจะเลวร้ายซักแค่ไหน …ฉะนั้นจงเริ่มมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวคุณด้วยมุมมองที่พิเศษ แล้วเริ่ม ขอบคุณ… ขอบคุณ… ขอบคุณเช้าวันใหม่ ขอบคุณเตียงนอน ขอบคุณห้องน้ำ ขอบคุณฝักบัว ขอบคุณกระจก ขอบคุณเสื้อผ้า ขอบคุณอาหารเช้า ฯลฯ

กฎแห่งการดึงดูด เพื่อดึงดูดคนรัก 

จาก “Secrets of Attraction: The Universal Laws of Love, Sex and Romance” โดย Sandra Anne Taylor ตัวผู้เขียนนั้นเป็นที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาส่วนตัวมากว่า 25 ปีแล้ว เป็นนักบรรยายเกี่ยวกับกฎของการบันดาลให้เกิดขึ้น, กลไกทางพลังงานของการสำนึกรู้ และการเยียวยาทางจิตวิทยา-วิญญาณ ในหนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องของพลังงานจักรวาล (Universal energy) และได้พยายามศึกษาว่าปรากฏการณ์เชิงพลังงานของโลกตามควอนตัมฟิสิกส์ (Quantum physics) มีอิทธิพลต่อสัมพันธภาพของมนุษย์ (human relationship) อย่างไร ซึ่งสาระสำคัญของหนังสือเล่มนี้ อาจกล่าวได้ว่า

กฎแห่งจักรวาล     ในการดึงดูดความรักแบบที่เราต้องการเข้ามาในชีวิต มีพื้นฐานมาจากการมองเห็นค่าในตัวเองอย่างแท้จริง เป็นการนับถือตัวเราและชีวิตของเราเอง เมื่อหัวใจของเราเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างแท้จริง ก็จะเกิดความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว ความเห็นอกเห็นใจ ความอ่อนโยนต่อผู้อื่น จากนั้นจักรวาลก็พร้อมที่จะส่งความรักในแบบเดียวกันกลับมาให้เรา ยิ่งเราสามารถปลดปล่อยตัวเราให้เป็นอิสระได้มากเท่าไร เราก็จะยิ่งรับรู้ถึงความรักมากมายที่อยู่รอบตัวเรามากขึ้นเท่านั้น

           ถ้าคุณต้องการดึงดูดความสัมพันธ์ในรูปบบใดก็ตาม ต้องแน่ใจว่าทั้งความคิด คำพูด การกระทำ และสภาพแวดล้อมของคุณไม่เป็นปฏิปักษ์ขัดแย้งกับความปรารถนาของคุณ หน้าที่ของคุณก็คือรับผิดชอบตัวคุณเอง ถ้าคุณไม่เติมตัวเองให้เต็มก่อน คุณก็ไม่มีอะไรที่จะให้คนอื่น เวลาที่คุณรู้สึกแย่กับตัวเอง คุณกำลังปิดกั้นความรักและกำลังดึงดูดผู้คนหรือสถานการณ์ที่จะทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเองเข้ามาเรื่อย ๆ ปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นด้วยการมุ่งมองแต่ข้อดีของอีกฝ่าย ไม่ใช่ข้อเสีย เมื่อคุณมุ่งคิดถึงแต่ข้อดีเหล่านั้น คุณก็จะได้พบข้อดีเพิ่มขึ้น



ที่มา :  ชีวิตดีดี 

-------------------------------------------------------------------------

หากชอบ และถูกใจ  กดแชร์ แบ่งปันกันไปนะคะ  ^^