แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาชีพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาชีพ แสดงบทความทั้งหมด

13 พฤษภาคม 2562

ข่าวดี: ออสเตรเลียพบหนทางที่จะกำจัดขยะมลพิษพลาสติกและประหยัดน้ำ และเราสามารถเริ่มทำเช่นเดียวกัน

ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมานี้ เจ้าหน้าที่จากเมือง Kwinana ของออสเตรเลีย ได้ติดตั้งระบบกรองแบบใหม่ที่ Henley Reserve ระบบนี้ใช้ง่ายและมีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ  ทั้งรัฐบาลและประชาชนได้เห็นประโยชน์ของการใช้มัน และพวกเขาก็คิดว่ามันสามารถทำได้



ซึ่งมันประกอบด้วย ตาข่ายที่วางอยู่บนทางออกของปากท่อระบายน้ำซึ่งช่วยให้จับเศษขยะขนาดใหญ่และปกป้องสิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อน





ท่อเหล่านี้ระบายน้ำจากบริเวณที่อยู่อาศัยไปยังพื้นที่ธรรมชาติ  และเศษขยะทุกชนิดที่มาจากสถานที่ต่างๆ อาจล้นหลามและเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม  ยิ่งไปกว่านั้น เศษขยะนี้มักจะ ถูกชะล้างออกไปโดยฝนตกหนัก  และทำให้มันไปอุดตัน ต่อท่อระบบระบายน้ำ





เจ้าหน้าที่ของเมืองเริ่มต้นด้วย การติดตั้ง 2 อวนและรู้สึกประหลาดใจกับผลลัพธ์  - ระบบการกรองใหม่ของพวกเขาสามารถจัดการขยะได้มากกว่า 800 ปอนด์ ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์



ดังนั้นจึงมีการตัดสินใจติดตั้ง “ กับดัก”  ขยะเหล่านี้ทั่วเมืองและลดมลภาวะต่อสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ แม้ว่าการติดตั้งและการผลิตมุ้งเหล่านี้จะมีค่าใช้จ่าย (ประมาณ $ 10,000 ต่อคน) แต่ระบบโดยรวมยังคงทำกำไรได้ค่อนข้างมากเพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากในอนาคต ตัวอย่างเช่นตอนนี้พวกเขาประหยัดค่าแรงที่เคยต้องจ่ายสำหรับคนที่จะรวบรวมขยะทั้งหมดด้วยตนเอง






เมื่ออวนเต็มแล้ว จะถูกยกขึ้น เศษขยะถูกโยนลงในรถบรรทุกเก็บขยะแบบพิเศษและส่งไปยังศูนย์คัดแยกขยะ ที่นั่นทุกอย่างจะถูกแยกออกเป็นวัสดุที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ และรีไซเคิลได้ซึ่งจะดำเนินการต่อไปเพื่อการประมวลผลต่อไป



จากนั้นอวนจะถูกนำกลับไปวางบนทางระบายน้ำและทำงานต่อไป






ระบบการกรองแบบใหม่นี้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าสิ่งเล็ก ๆ ที่มีความสำคัญและการมุ่งเน้นไปที่พวกเขาสามารถมีผลกระทบอย่างมาก  และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษยชาติโดยทั่วไป

เครดิตรูปภาพ  CITY OF KWINANA / FACEBOOK , โครงสร้างพื้นฐานปราสาทเก่าแก่ , ระบบน้ำของ Storm
เครดิต :  Bright side

11 มิถุนายน 2561

ลองทำ 5 สิ่งนี้หลังเลิกงาน ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล


      หลังเรียนจบมา คุณก็ทำงานอย่างหนัก เพื่อปั้นอนาคตของคุณเอง บางคนอาจได้อยู่กับงานที่รัก ทำงานที่คุณรักซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่เบื่อหน่าย บางคนอาจมาผิดสาย หรือบางคนรู้สึกว่า เจ้านายไม่ปลื้มอยู่ตลอดเวลา ไม่เป็นอย่างใจหวังไปซะทุกอย่าง แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่เป็นเหมือนกันคือ คุณยังมีไฟและความมุ่งมั่น ที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าเพื่อพัฒนาตัวเอง
   เวลาหลังการทำงานนี่แหละ คือชีวิตที่แท้จริงของคุณ!!  เพราะคุณสามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ในการพัฒนาตนเอง และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่เป็นของคุณอย่างแท้จริง และคุณใช้เวลาหลังเลิกงานทำอะไรบ้างล่ะ ?
  • ดูซีรี่เรื่องโปรด
  • เล่นเกมออนไลน์กับเพื่อน
  • ปาร์ตี้แบบหนักหน่วง
  • หรือนอนหลับอย่างตายอดตายยาก

...คุณใช้เวลาไปกับสิ่งเหล่านี้รึเปล่า ?
     และหากวันนึงคุณตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ชีวิตคุณไม่ก้าวหน้าไปไหน คุณคงโทษไม่ได้แล้วหล่ะ ว่าเป็นเพราะบริษัทไม่เคยจัดครอสเทรนนิ่งคุณ หรือส่งเสริมในการพัฒนาทักษะคุณ เพราะ คุณคือผู้รับผิดชอบตัวคุณเองทั้งหมด คุณต้องทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเอง !!
ย้ำกันอีกครั้ง!! เวลาหลังเลิกงานเพียงไม่กี่ชั่วโมง หากคุณใช้มันอย่างมีประโยชน์ ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาลเลยหล่ะ

1.  สูตร 1 ทุ่ม - เที่ยงคืน

หากคุณฝันอยากเป็นนักเขียน แต่จบสายบัญชีมา คุณก็สามารถทำบัญชีในเวลางาน และใช้เวลาช่วงหลังเลิกงานในการทำงานเขียนที่คุณชอบได้ อาจเป็นบทความฟรีแลนซ์ เพื่มเพิ่มทักษะ และหารายได้ไปในตัว เริ่มเรียนรู้ทีละนิด เพิ่มทักษะทีละหน่อย สะสมไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งมันจะเป็นสิ่งที่คุณถนัด และมีมูลค่ามหาศาลจนคุณอดตกใจไม่ได้
“เวลา 1 ทุ่ม จนถึงเที่ยงคืน เป็นเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิต คุณควรจัดสรรมันให้ดี แบ่งมันสำหรับครอบครัว เพื่อน คนรัก และเพิ่มทักษะความรู้”

2.  ขยายคอนเนคชั่น

ยิ่งคอนเนคชันคุณกว้างขึ้นเท่าไหร่ ความก้าวหน้าก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
โดยคุณอาจเริ่มจาก
  • ช่วยบริษัทของคุณ หาพาร์ทเนอร์
  • ติดต่อกับคนที่มีความสามารถ และเรียนรู้ทัศนคติและความคิดดีๆ จากเขา
  • เข้าร่วมวงสังคมใหม่ๆ เพื่อพบปะคนเพิ่มเติม เริ่มจากคลาสโยคะ หรือคลาสเรียนภาษาก็ไม่แย่นะ
  • งาน Networking ดีๆ ที่มีแต่คนเปิดใจ
  • หรือกระทั่งการติดต่อกับคนในโลกออนไลน์อย่างกรุ๊ปใน Facebook หรือ  LinkedIn
เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีคอนเนคชั่นดีๆ ได้ไม่ช้า และใครจะไปรู้ว่า ในวันนึงพวกเขาอาจจะเป็นคนที่เปิดธุรกิจร่วมกับคุณ เป็นเจ้านายคุณ เป็นลูกน้องฝีมือฉกาจของคุณก็ได้

3.  สร้างโอกาสให้ตัวเอง

หากบริษัทไม่ให้โอกาสคุณ หรือบอสของคุณไม่เปิดโอกาสให้คุณได้เรียนรู้ คุณก็ต้องสร้างโอกาสด้วยตัวเอง อย่าหยุดอยู่กับที่ด้วยการทำงานเดิมๆ ของคุณ หากคุณอยู่ในตำแหน่งการตลาด การแว๊บไปช่วยงานฝ่ายเซลล์บ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ โดยอาจอาสาทำงานฟรีๆ เพื่อช่วยเหลือตามคอนเซ็ป “สร้างงาน สร้างอาชีพ” แล้วคุณจะรู้ว่า สิ่งที่คุณได้แลกไปกับเวลา และคืนกลับมานั้นแสนคุ้มค่า เพราะคุณจะได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม กับคนอย่างหลากหลาย ได้เรียนรู้ว่างานจะเป็นไปในทิศทางใด และควรแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างไร แต่ว่าอย่าให้งานอาสาสมัครของคุณ มารบกวนงานหลักของคุณล่ะ จัดสรรเวลาให้ดี

4.  อ่านให้มากขึ้น

เคล็ดลับความสำเร็จของผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ และบุคคลสำคัญในโลก ที่เราได้รับรู้มา.. คำตอบที่ได้ยินเสมอคือ  “อ่านไปเรื่อยๆ อย่าหยุด”  คือสูตรสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ และเขามีความเชื่อว่า “ความรู้” คือกุญแจของความสำเร็จ  ถ้าอยากประสบความสำเร็จด้านไหน จงขวนขวายอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้หมด และเขามักจะถามคนอื่นๆ อยู่เสมอ ว่าคุณชอบหนังสือเรื่องไหน หนังสือเรื่องไหนน่าอ่าน จากนั้นเขาก็จะเริ่มอ่านหนังสือเหล่านั้นให้หมด

5.  ออกกำลังกายและนั่งสมาธิ

เมื่อทำทุกอย่างแล้ว จงหยุดสิ่งเหล่านั้น แล้วหันมาดูแลสุขภาพกายและใจ ด้วยการออกกำลังกายและนั่งสมาธิ คือ สิ่งสำคัญที่คุณควรทำเป็นประจำ การออกกำลังกายจะยืดอายุคุณได้นาน และคุณจะรู้สึกมีพลังทุกครั้งที่ทำ และการนั่งสมาธิจะทำให้คุณได้ทบทวนตัวเองว่าจุดอ่อน จุดแข็ง ในแต่ละวันของคุณมีอะไรบ้าง และถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก คุณจะแก้ไขมันได้อย่างไร และไม่แน่นะมันอาจจะช่วย เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับคุณได้ด้วย

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับ 5 ข้อ ที่คุณทำในหนึ่งวัน และจะเปลี่ยนอนาคตคุณไปตลอดกาล
เริ่มต้นก้าวเล็กๆ ลองทำตั้งแต่วันนี้ แล้วอีกไม่กี่ปี คุณจะพบว่า คุณก้าวหน้าขึ้นจนอดตกใจไม่ได้เลย
------------------------------------------
ขอบคุณภาพประกอบ  Cr. Pixabay

16 พฤษภาคม 2560

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ ต่อยอดไปสู่ความสำเร็จในชีวิต โดยการวิ่งมาราธอน


    โดย Andrew Johnson ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์สอนธุรกิจที่มหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา โดยนาย Johnson อธิบายว่าเขาสอนวิชาธุรกิจเบื้องต้นโดยมีสาระสำคัญคือการให้นักเรียนที่เข้าเรียนวิชาทุกคนต้องวิ่งมาราธอน (42 กิโลเมตร) ให้ได้ภายในเวลา 7 ชั่วโมง จึงจะถือว่าสอบผ่าน โดยอธิบายว่าการฝึกฝนจนสามารถวิ่งมาราธอนได้สำเร็จนั้น จะเป็นการสั่งสมความรู้และประสบการณ์ การวางแผน การฝึกฝนตนเอง ให้มีสุขภาพแข็งแรง ความอดทน ความเข้มแข็งและความเพียรพยายามที่จะไปสู่จุดหมายที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจและการดำเนินชีวิตโดยรวม
   นาย Johnson เล่าว่า  เมื่อให้นักเรียนไปสัมภาษณ์นักธุรกิจ และนำเอาความรู้และประสบการณ์ของนักธุรกิจในโลกจริงมาเล่าให้นักเรียนด้วยกันฟัง นักธุรกิจจะบอกกับนักเรียนว่า ความสำเร็จในโลกภายนอกนั้น ไม่ได้มาจาก ความสามารถด้านเทคนิค (technical skills)  เช่น คิดเลขเก่งหรือทำ excel คล่องแคล่ว แต่ความสำเร็จเกิดจาก character หรือ life skills เช่น ความมุ่งมั่น ความขยันหมั่นเพียร ความพร้อมที่จะทุ่มเทและผูกพันกับงานหรืออาจสรุปได้ด้วยคำว่า grit (ความหนักแน่น) ที่ฝรั่งแปลว่า  “perseverance and passion for long-term goals”  ซึ่งนาย Johnson มองว่าการให้นักเรียนทุกคนต้องฝึกฝนตนเองเพื่อให้วิ่งมาราธอนให้ได้ภายใน 7 ชั่วโมง จึงจะสอบผ่านนั้นเป็นการพัฒนานักเรียนให้มี perseverance and passion for long-term goals อย่างแท้จริง ทั้งนี้เขายกตัวอย่างว่าเวลาเราเรียนเกี่ยวกับธุรกิจนั้น เรามักจะอ่านจากตำรา ฟังสัมมนาหรืออ่านจากประสบการณ์ของคนอื่น (case study)  แต่ก็จะเหมือนกับการอ่านหรือดูวีดิโอเกี่ยวกับการขี่จักรยาน 2 ล้อ หมายความว่า  หากนักเรียนไม่ได้ลองขี่จักรยานด้วยตัวเองก็จะไม่สามารถเรียนรู้และขี่จักรยานได้อย่างแท้จริง
    การสอน grit  หมายถึง  การสอนให้นักเรียนต้องกล้าคิดกล้าทำและต้องแก้ปัญหาร้อยแปดที่จะต้องพบเจอ รวมทั้งเสียงคัดค้านและความเห็นแย้งของคนรอบข้าง ซึ่งการฝึกฝนเพื่อวิ่งมาราธอนนั้นทำให้ต้องเผชิญกับอุปสรรคดังกล่าวทั้งหมดและต้องสามารถฟันฝ่าอุปสรรคดังกล่าวให้ได้ในที่สุด จึงจะประสบความสำเร็จ
      วิชาของนาย Johnson นี้เปิดสอนมาตั้งแต่ปี 2013 โดยตั้งชื่อว่า “Change Through Challenge”  ซึ่งมีนักเรียนตั้งแต่อายุ 19 ปี จนถึงผู้บริหารอายุ 60 ปีมาเข้าเรียน โดยแบ่งเวลาให้ฝึกซ้อมเอง 3 ครั้งต่อสัปดาห์และมาวิ่งรวมกันทั้งชั้น 1 ครั้งต่อสัปดาห์และมาสัมมนาร่วมกันทุกวันจันทร์ โดยจะเป็นการพูดคุยกันเรื่องการกินอาหาร การฝึกฝนและความสำคัญของการมีวินัย (discipline) และเชื่อมโยงประสบการณ์ดังกล่าวกับการทำธุรกิจและการดำเนินชีวิตโดยรวม โดยประเด็น 
       หลักคือการปรึกษาหารือและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันเพื่อให้นำไปสู่วัตถุประสงค์หลัก คือ การวิ่งมาราธอนให้สำเร็จให้ได้ ทั้งนี้จะต้องวางแผนและตั้งเป้าที่จะเดินไปสู่จุดหมายดังกล่าวอย่างเป็นขั้นตอนโดยแบ่งออกเป็นเป้าหมายย่อยๆ เป็นรายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน นาย Johnson กล่าวถึงคำถามติดตลกว่า How do you eat an elephant? One bite at a time….
        เขาบอกว่า บทเรียนที่สำคัญของวิชานี้และเป็นปัจจัยหลักในการนำไปสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจและการดำเนินชีวิตคือ  “It’s not about doing the occasional big things, it’s about doing the consistent small things”    ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างมากจากประสบการณ์ของตัวเอง หลังจากผ่านชีวิตมาแล้ว 60 ปีว่าตอนที่เราเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาลและประถมนั้น เรารูปร่างหน้าตาเกือบเหมือนกันหมด ศักยภาพก็ยังใกล้เคียงกันมาก คือทุกคนพูดเป็นแต่ยังอ่านละเขียนไม่เป็น (สมัยที่ผมไปรับลูกสาวที่โรงเรียนประถมต้องยอมรับว่าเมื่อเห็นเด็กนักเรียนวิ่งออกกันมาเป็นร้อยคน ใส่ชุดนักเรียนเหมือนกันนั้น บางที่มองหาลูกสาวตัวเองไม่เห็น เพราะหน้าตาเกือบเหมือนกันหมด) แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความแตกต่างจะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นว่าใครเรียนดีสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้และเข้าเรียนคณะอะไร เรียนต่อปริญญาโท-เอกหรือไม่ ฯลฯ และตอนเริ่มทำงานก็เริ่มต้นคล้ายกันตำแหน่งใกล้เคียงกัน (หลายครั้งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน มากกว่าเป็นคู่แข่งกัน) แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีก 20-30 ปี จะเห็นได้เลยว่าใครก้าวหน้ามากหรือก้าวหน้าน้อยกว่าเพื่อนๆ 
        กล่าวโดยสรุปคือคนที่ค่อยๆ พัฒนาตัวเองทุกวัน วันและนิดหน่อยอย่างสม่ำเสมอนั้น ในที่สุดผลที่ตามมาหลังเวลาผ่านไป 40-50 ปีนั้น จะแตกต่างกันมาก ชีวิตจริงไม่เหมือนกับภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ที่จบลงภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง ซึ่งอาจทำให้นึกว่าชีวิตจริงเป็นเหมือนการแข่งวิ่งเร็ว (sprint) แต่ในความเป็นจริงนั้นชีวิตเหมือนการวิ่งมาราธอนที่ต้องมีความมุ่งมั่น มั่นคง ขยันหมั่นเพียรในการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ (consistent) โดยทำทีละน้อย (small steps)
        นาย Johnson กล่าวถึง การเตรียมตัวเพื่อวิ่งมาราธอนว่า  จะต้องกินให้เหมาะสมทุกมื้อทุกวัน ต้องบังคับตัวเองให้ซ้อมวิ่งอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ (แม้วันนั้นจะหนาวหรือร้อนหรือขี้เกียจ) จะต้องเผชิญและแก้ปัญหา (เช่นหากบาดเจ็บ) วิชาของนาย Johnson นั้นยาวนานทั้งหมด 22 สัปดาห์  แต่นักเรียนเริ่มแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้นหลักจากผ่านไปได้ 5 สัปดาห์  แต่ที่สำคัญคือการทำให้นักเรียนต้องตั้งเป้าหมายที่ยากขึ้นให้กับทุกคนทุกสัปดาห์ ทำให้เกิดการสร้างอุปนิสัยที่กล้าทำและทำได้ ซึ่งเป็นอุปนิสัยที่สำคัญในการต่อยอดไปสู่ความสำเร็จในชีวิตในอนาคตต่อไป

 FaceBook

10 เมษายน 2560

''เพราะผมอ่านหนังสือ'' จากคนรับจ้างก่อสร้าง กลายเป็นคนบริหารเงินนับสิบล้าน ในเวลา 6 ปี

เมื่อ 6 ปีก่อน

เขารับจ้างก่อสร้าง คนในครอบครัวก็รับจ้าง

เมื่อ 6 ปีก่อน เขาเริ่มอ่านหนังสือเล่มแรก

เมื่อ 5 ปีก่อน

เขาเริ่มอธิบายความหมายในหนังสือ

และปลูกหญ้าขาย เมื่อได้อ่านหนังสือ 'หญ้า'

เมื่อ 5 ปีก่อน

เขาก่อตั้งกองทุนสวัสดิการในหมู่บ้าน

เพราะได้อ่านหนังสือ ดร.ดูลิตเติ้ล

เมื่อ 4 ปีก่อน

เขาอ่านมากขึ้น เพราะรู้ว่าหนังสือช่วยคิด

และคิดอาชีพใหม่ให้ครอบครัว ชุมชน

เมื่อ 4 ปีก่อน 

ผมสมัครเข้ากองทุนสวัสดิการฯ ของเขา

เมื่อ 3 ปีก่อน

เขาคิดวิธีขจัดยุงลาย และชาวบ้านได้เงิน

ด้วยวิธีรับซื้อกะลามะพร้าวอันเป็นแหล่งยุง

เขาเผากะลามะพร้าวทำถ่านอัดแท่ง 



 

เมื่อ 2 ปีก่อน

ราคายางพาราเริ่มตกต่ำ

เขาคิดหาพืชปลูกแทนยางพารา

และชักชวนคนอื่นๆ ให้ปลูกหมากในที่ว่าง

เมื่อปีก่อน

เขารับซื้อผลหมากและปาล์มจากชาวบ้าน

เขาบอกคนในครอบครัวว่า

"อย่ากดราคาคนจน พวกซาเล้งต้องช่วยเขา"


เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมถามเขาเล่นๆ ว่า

"ความสำเร็จจนบริหารเงินนับสิบๆ ล้าน

เกิดขึ้นในเวลาอันสั้นได้อย่างไร"


เขาตอบหนักแน่นพร้อมรอยยิ้มว่า

"เพราะผมอ่านหนังสือ"

ผมอยากให้เขาได้ช่วยงานรัฐบาล 


 
credit :  มกุฏ อรฤดี

20 ตุลาคม 2559

พืชสมุนไพร "มะกรูดหอมใบเตย" สวยงาม สารพัดประโยชน์


         งานฝีมือจากพืชสมุนไพร  "มะกรูดหอมใบเตย" สวยงาม มีประโยชน์มากมาย ไว้สำหรับแขวนเป็นพวงมาลัย ใส่พานรองบูชาพระ แขวนในรถ ในบ้าน ตู้เสื้อผ้า หรือใช้ดับกลิ่นได้  กลิ่นธรรมชาติไม่ปรุงแต่ง ไม่มีสารพิษ

            ผู้ทำ "มะกรูดหอมใบเตย"   คุณป้าอังกาบ  พรรณสุข อายุ 72 ปี   จาก ห้องเรียนสว. : มะกรูดหอมใบเตยสอนวิธีทำอย่างละเอียดทุกขั้นตอน  สามารถนำไปทำได้ทันทีเลยคะ 


วัตถุดิบ/อุปกรณ์

  1. ตะปู ขนาดเล็ก
  2. ไม้เสียบลูกชิ้น ขนาดใหญ่
  3. ดอกไม้สำหรับตกแต่ง ชายมาลัย
  4. มะกรูด
  5. ใบเตย



        วิธีทำ
  1. เลือกใบเตย  ตัดเป็นชิ้นๆละขนาด 2นิ้ว ใช้ช่วงใบที่แข็ง 1ใบได้ประมาณ 3ชิ้น
  2. นำใบเตยที่ตัดแล้ว ขนาด 2นิ้ว มาผ่าเอาแกนกลาง ของใบเตยออก ให้ได้ขนาดเท่ากันเพื่อความสวยงาม
  3. ใช้ไม้เสียบ ลูกมะกรูดทะลุหัวท้าย ลูก เพื่อใช้นำทางเวลาผูกเชือก และถือง่ายในการทำ
  4. นำใบเตย มาพับทีละใบ ม้วนเอาได้เงาออก ใช้ตะปูเสียบให้ติดกับลูกมะกรูด ทำสลับไปเรื่อยๆ เป็นพุ่ม จนเต็มลูก
  5. จากนั้น นำมาผูกโบว์ สำหรับแขวน และผูกชาย ด้วยอุบะดอกไม้  หรือ อุบะใบเตย ก็ได้ตามใจชอบได้เลยคะ



           คลิปสอนวิธีทำ มะกรูดใบเตย

  ที่มา : ห้องเรียนสว. : มะกรูดหอมใบเตย Thaipbs 

          

21 กันยายน 2559

เคล็ดลับขายแซนวิชยังไงให้รวย!! แจกสูตร บอกหมดไม่มีกั๊ก!

1

บอกหมดไม่มีกั๊ก! แจกสูตรแซนด์วิช สำหรับทำขาย พร้อมภาพวิธีการทำ + ราคาวัตถุดิบอุปกรณ์
     วันนี้เรามีสูตร+วิธีทำ “แซนด์วิชสารพัดไส้” มาฝากกันค่ะ สูตรนี้ได้มาจากคุณ พิม เจ้าของแบรนด์ Pimorich (ภิโมริช) มาบอกหมดไม่มีกั๊ก รายละเอียดราคาของวัตถุดิบพร้อมอุปกรณ์ เหมาะสำหรับเอาไว้ทำขาย ใครที่กำลังมองหาอาชีพเสริมแบบง่ายๆ ตามมาจดกันได้เลยค่ะ
2
มาเริ่มกันเลยจ้า วันนี้จะแสดงวิธีทำแบบละเอียด 2 ไส้นะคะ
1.แซนด์วิชทูน่าสลัด
2.แซนด์วิชหมูหยองพริกเผา
3
อันดับแรกเราต้องเตรียมไส้ทูน่าก่อนค่ะ หลักๆเลย (วัตถุดิบต่างๆจะบอกรายละเอียด+ราคา หลังวิธีทำจ้า)
ภาชนะที่ใช้ผสม แนะนำให้เป็นแบบที่เข้าไมโครเวฟได้นะคะ หากผสมเสร็จแล้วเวลาแช่ตู้เย็น เตรียมนำมาใช้อีกรอบจะต้องอุ่นเวฟค่ะ ปริมาณสามารถปรับเพิ่มลดได้ตามความเหมาะสม
4
มาดูส่วนของผักต่อค่ะ วันนี้ใช้ผักที่มีในบ้าน ปกติทำขายใช้ผักกาดหอม และมะเขือเทศ ควักไส้ออกก่อนนะคะ แล้วหั่นยาว
5
ในส่วนของขนมปังวันนี้เลือกใช้ของฟาร์มเฮ้าส์แบบโฮลวีต (ปกติจะไม่ตัดขอบหากเป็นโฮลวีตเพราะค่อนข้างเนื้อนิ่ม) แต่จะทดลองตัดให้ดู1ด้านค่ะ
อุปกรณ์ที่จำเป็นคือ มีดหั่นขนมปังโดยเฉพาะค่ะ เขียงที่ใช้ต้องแห้งนะคะ และลองสังเกตดูว่า รอยหน้าตัดในการใช้มีดหั่นขนมปัง เนื้อขนมปังจะไม่เละ ทำให้หน้าแซนด์วิชเวลาโชว์ยังคงสวยงามจ้า
6
เตรียมของครบแล้วมารวมร่างค่ะ
7
เสร็จแล้วค่า เวลาหั่นออกมาเห็นมั้ยคะ ไส้จะดูน่าทาน ไม่เละ หากนำใส่กล่องให้จับหัว และท้ายค่อยๆใส่ค่ะ เราสามารถจัดหน้าตาให้ดีได้ ลองวางแผนดูค่ะ
8
ไส้ที่ 2 จ้า “หมูหยองพริกเผา” ง่ายๆ ไม่ต้องเตรียมไส้ให้ยุ่งยาก
น้ำพริกเผาที่บ้านมียี่ห้อนี้ค่ะ กระปุกเล็กๆสำหรับทำทาน เห็นมั้ยคะว่าแทบจะไม่มีน้ำมันพริกเผาเลย เราเอามาทาขนมปังจะไม่เน้นพริกมากนะคะ เนื่องจากจะทำให้เผ็ดไปไม่เหมาะสำหรับอาหารเบาๆ “น้ำมันพริกเผาแบบเติม” จึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วม อันนี้ใช้เท่าที่มีก่อนนะคะ ทาเฉียงๆไว้
9
พริกเผาต้องทาทั้งบนและล่างเลยนะคะ เพื่อให้เวลาตัดออกมาดูสวยทั้ง 2 ด้าน หมูหยองใส่พอประมาณพอน้า ใส่เยอะเค็มจ้า
10
เสร็จแล้วว ค่อยๆตัดเหมือนเดิม เครื่องเต็ม แน่นๆ ทำกินง่ายมาก ยิ่งมีอุปกรณ์เตรียมไว้ ยิ่งสะดวกจ้า
11
ต่อมาเป็น ราคาพร้อมวัตถุดิบอุปกรณ์ที่ใช้ค่ะ (อ้างอิง ณ วันที่ 14/01/2559 จากแมคโคร)
1. มายองเนส 1000 กรัม ราคา 65 -75 บาท ไม่ชัวร์ค่ะนานแล้ว (ซื้อที่ตลาดนานาเจริญ จ.ปทุมธานีค่ะ) เคยให้ญาติต่างจังหวัดหาซื้อแต่ไม่มี  น่าจะขึ้นอยู่กับแต่ละที่ แนะนำให้หายี่ห้ออื่นได้ค่ะ ที่เราสามารถหาซื้อสะดวก ลองชิมดูให้กลมกล่อมนิดๆ
12
แบรนด์ที่หาซื้อได้ทั่วไปค่ะ ราคาจะถูกกว่า อร่อยเหมือนกันค่ะ ของ Best Foods ราคา 54 บาทเท่านั้นเองจ้า
13
2.ทูน่า ใช้ได้ทั้งน้ำเกลือ และน้ำมันค่ะ อันนี้ราคาถูกสุด เหมาะสำหรับทำขาย มี 2 ขนาดด้วยกัน
14
3.น้ำพริกเผา อร่อยทั้งสาม ยี่ห้อค่ะ (เรียงตามราคาให้)ส่วนน้ำมันพริกเผาซื้อแบบถุงเติมมาหากระปุกใส่เอาเอง ใช้ได้นานมากก
15
แต่วันนี้เดินๆเพิ่งจะเห็นว่ามีแบบสำหรับทาแซนด์วิชด้วย แต่ไม่เคยลอง ยังไงใครต้องการความสะดวกลองใช้ดูได้น้า
16
4.หมูหยอง หวานมัน ทานอร่อย ไม่แพงมากค่ะ ใช้ได้นาน แนะนำให้แบ่งใส่กระปุกเล็กๆจะได้กรอบจ้า
17
5.แฮม ราคาค่อนข้างสูง อันนี้เหมาะทั้งทำทานและขายเลยค่ะ 1 แผ่นใช้ได้ 3 คู่  (ถ้าทำทานเอง คู่ละ 1 แผ่นก็ได้จ้า)
18
6.ปูอัด ซื้อแบบแพคแบบนี้จะถูกหน่อยค่ะ มีทั้งแบบแช่แข็งและไม่แช่ ราคาประมาณนี้
19
7. ชีส ของโปรดใครหลายๆคน เหมาะสำหรับทำทานเองมากกว่าขาย เพราะราคาค่อนข้างสูง (หรือบ้าขายตามเราก็ได้ อิอิ)
20
8. ไข่ไก่ ใช้เบอร์เล็กที่สุด ตอนขายคือซื้อเป็นแผงมาเก็บไว้เลย หารออกมาค่อนข้างถูก
21

9.เมื่อมีไข่ ก็ต้องมีที่ทอดไข่ ตอนซื้อเอาอันที่ เล็กๆหน่อยนะคะ ไม่งั้นใหญ่เกินขนมปังค่ะ
อันนี้ 42 บาทเท่านั้น หรือจะหาซื้อตามไดโซะ 60 บาทก็ได้จ้า
22
10. ออริกาโน่ ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปเลยจ้า 33.50 บาทเท่านั้น ซื้อขนาดเล็กพอ เราแค่เอามาเพิ่มกลิ่นให้หอม


23

11. ไส้สตรอเบอร์รี่ ขวัญใจเด็กๆ ถ้าทำขายแนะนำให้ขายถูกกว่าไส้อื่นค่ะ เพราะกำไรเหลือล้น
ราคา 32-35 บาทเท่านั้นค่ะ
24
ถ้าอยากเพิ่มเนื้อสัมผัสซื้อเป็นแบบนี้ดีกว่าค่ะ
25
12.ผักถ้าซื้อตามร้านส่งจะถูกหน่อย ถ้าขายน้อยๆไม่เยอะ ซื้อที่ตลาดพอเลือกสวยๆ แช่เย็นไว้

26

13.ขนมปัง ซื้อง่ายสุดก็คงเป็นฟาร์มเฮ้าส์ แถมยังนุ่ม เนื้อไม่แข็งด้วยค่ะ เป็นราคาแพคเล็กแพคใหญ่นะคะ ต่างกัน 1 บาทเท่านั้น แนะนำซื้อแพ็คใหญ่ดีกว่า ครบคู่จ้า (9 คู่)
– แบบธรรมดา คู่ละ 3.60 บาท
– แบบโฮลวีต คู่ละ 4.11 บาท
27
14.มีดหั่นขนมปัง อันนี้ไม่แน่ใจมีทุกห้างมั้ย หากมีราคาประมาณนี้ค่ะ

28

15.กล่องใส่แซนด์วิช คือวันนี้ไปดูตกใจและดีใจ คือราคาเบามาก ! 145 บาท (100ใบ) ตกใบละ 1.45 เท่านั้นค่ะ (เมื่อก่อนซื้อแพงกว่านี้)
บอกหมดแล้ว ทุ่มเทสุดความสามารถเลยจ้า บางสิ่งบางอย่าง ลองไปปรับดูให้เข้ากับตัวเองดูนะคะ อันไหนหาซื้อง่าย หาซื้อยากกว่า บางทีไม่จำเป็นต้องยีห้อเดียวกันก็ได้ค่ะ
รวมๆแล้วถ้าคิดคร่าวๆเผื่อๆจริง ต้นทุนต่อ 1 ชิ้นไม่น่าเกิน 8 บาทค่ะ (ยกเว้นแฮมชีส) ซื้อเป็นลู่ทางที่ดี ขาย 15-20 บาทกำไรกำลังดี ลองหาทำเลการขายหน้าโรงเรียน ฝากร้านกาแฟ  และแนะนำขายช่วงเวลาเร่งด่วนนะคะ ดังนั้นช่วงเช้าดีที่สุดจ้า
“ถ้าเรากินอร่อย ลูกค้าก็ต้องอร่อยเช่นกันค่ะ” ถ้าทำขายอยากให้นึกถึงไว้น้า
ส่วนใครที่ทำทานเองที่บ้าน ไว้กินตอนเช้า หรือไปกินที่ทำงาน เต็มที่เลยจ้า เครื่องเน้นๆ วัตถุดิบเต็มที่ ทำทานอิ่มกว่าซื้อทานแน่นอน


หากชอบและถูกใจ ก็กดแชร์แบ่งปันกันไปน้า ^^   มีเรื่องสอบถามเพิ่มเติมได้เต็มที่ค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : คุณ PiMoRiCh สมาชิก Pantip.com

---------------------------------------------------
หากชอบ และถูกใจ  กดแชร์ แบ่งปันกันไปนะคะ  ^^