แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด

16 มีนาคม 2562

วัยเก๋า 100+ แชร์เคล็ดลับ อายุยืน ไม่อยากป่วยง่าย ต้องอ่าน !!

อายุยืน ไม่ป่วย ด้วยเคล็ดลับทำตามง่าย จาก 4 อาวุโส ต่างสไตล์รอบโลก

อายุยืน ดูจะเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ แต่การมีอายุยืนและยังแข็งแรงอยู่นี่สิ ต้องทำอย่างไร วันนี้ เรามีเคล็ดลับจากคุณตา คุณยาย อายุกว่าร้อยปีมาบอกเล่าประสบการณ์

คุณยายเจอราลีน ทาลลี่ วัย 116 ปี จากมลรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา

1.อยู่กับลูก หลังจากคุณตาเสียชีวิตลง เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ลูกสาวก็ย้ายมาอยู่เป็นเพื่อน
2.ทําใจให้สงบ โดยไม่รู้สึกเป็นทุกข์กับสังขารที่ร่วงโรยตามวัยเลย
3.ฟังข่าวสารการกีฬา ซึ่งช่วยให้กระชุ่มกระชวยตลอดเวลา
4.กินอาหารสุขภาพ เช่น สลัดมันฝรั่ง ขนมปังน้ําผึ้ง ปลา ผัก ผลไม้
5.หลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด และงดเดลี่โปรดักต์
6.ทําอาหารกินเอง และเผื่อแผ่เพื่อนบ้าน เมนูยอดฮิตคือ พายวอลนัท
7.ขยันเดิน แม้คุณยายต้องใช้ไม้เท้า แต่เธอก็เดินรอบห้องหรือรอบบ้านเป็นประจํา
8.ออกกําลังกายสม่ําเสมอ ด้วยการส่ายสะโพกและเตะเท้าต่ําๆ
9.ปฏิบัติดีต่อคนอื่น เหมือนที่อยากให้เขาปฏิบัติต่อเธอ

คุณยายคะมะดะ นะคะซะโตะ อายุ 102 ปี จากประเทศญี่ปุ่น

คุณยายผู้นี้อยู่ที่แหลมมะโตะบุ เมืองโอกินาวา ผู้มีชีวิตอันแสนวิเศษในวัยกว่าหนึ่งศตวรรษ เคยมีคนถามคุณยายคะมะดะ ว่าเคยกินแฮมเบอร์เกอร์หรือดื่มโค้กบ้างไหม เพราะโอกินาวาเป็นเมืองที่มีร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดมากกว่าที่ไหนๆ ในญี่ปุ่น ทว่าครั้งแรกที่คุณยายเห็นแฮมเบอร์เกอร์ คุณยายถามคนที่กำลังจะกินว่า เธอจะทำอะไรกับมันล่ะนั่นน่ะ ซึ่งนี่พอจะเป็นคำตอบได้แน่นอนว่า คุณยายไม่เคยดื่มโค้กเลยในชีวิต
อาหารในแต่ละวันของคุณยายมักประกอบด้วย ซุปปลา มิโสะซุป ผักต้ม หัวไชเท้า และแครอท อาจมีผัดผักกับน้ำมันเล็กน้อย โดยผัดประเดี๋ยวเดียว และอาจกินเต้าหู้บ้าง พร้อมด้วยชาเขียว ชามะลิ ซึ่งท่านกินทุกมื้อแต่กินพออิ่ม
นอกจากนี้ ผักต่างๆ ก็มาจากสวนผักคุณยายคะมะดะเอง โดยทุกวันคุณยายจะเดินเข้าไปในแปลงผักหลังบ้านเพื่อไปเก็บผักและสมุนไพร เพื่อนำมาทำอาหารทั้งเช้า กลางวัน เย็น นี่เองทำให้คุณยายได้กินอาหารเป็นยามาตลอดชีวิต
อาหารสำคัญที่จะขาดไม่ได้ของคนที่นี่คือ ถั่วเหลือง ทำให้เมื่อเทียบกับชาวอเมริกันในวัยเดียวกันแล้ว พบว่าคนร้อยปีที่โอกินาวามีระดับฮอร์โมนเพศสูงกว่า นั่นเป็นเพราะถั่วเหลืองมีไฟโตเอสโตรเจน และคนโอกินาวากินผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเฉลี่ย 3 ออนซ์ต่อวัน

คุณยายมิซาโอะ โอกาวา วัย 117 ปี จากประเทศญี่ปุ่น

มีเคล็ดลับอายุยืนที่ทุกคนทำตามได้ แต่มักไม่อยากทำ นั่นคือการใช้ชีวิตทุกด้านให้สมดุล เมื่อถึงเวลานอน คุณยายเลือกนอนให้ครบวันละ 8 ชั่วโมง ถึงเวลากินก็จะกินให้ครบ 3 มื้อใหญ่ และที่สำคัญคือ การปล่อยวางต่อเรื่องราวต่าง ๆ โดยคุณยายให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างๆ ว่า “อย่าไปจริงจังกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต สิ่งสำคัญที่สุดคือ เลือกกินแต่ของดีมีประโยชน์ เพราะอาหารคือ ยาบำรุงร่างกาย”
ทุกวันนี้เมนูโปรดของคุณยายมิซาโอะก็ยังเป็นข้าวปั้นซูชิแบบเดิม เพราะเชื่อว่าเมนูนี้มีคุณค่าครบทั้ง 5 หมู่

คุณยายบาง ทับขุนทด อายุ 104 ปี จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

เคล็ดลับที่ทำให้คุณยายอายุยืนคือ ตื่นแต่เช้าเข้าสวนหลังบ้านเดินเก็บผักริมรั้ว ออกแรงถางหญ้าพรวนดินพอให้เหงื่อออก จึงกลับเข้าบ้านและกินอาหารมื้อเช้า โดยเน้นน้ำพริกกับผักพื้นบ้านและปลาย่าง นอกจากนี้จะต้องไม่เครียด


เแค่ไม่เครียด อายุก็ยืนยาวขึ้น
อายุยืน, ผู้สูงวัย, ผู้สูงอายุ, ดูแลร่างกาย

กิจกรรมง่ายๆ ช่วยอายุยืน
หนังสือพิมพ์มิเรอร์ออนไลน์ ประเทศอังกฤษ ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อการมีชีวิตยืนยาวไว้ดังนี้

1. ยืนขาเดียวทุกๆเช้า

เช่น ระหว่างการแต่งตัว ลองฝึกทรงตัวด้วยการยืนขาเดียว เพราะเป็นการสร้างความสมดุลของร่างกาย(กระดูก สันหลัง กระดูกเชิงกราน และกระเพาะอาหาร) เมื่อสูงวัยจะช่วยป้องกัน อุบัติเหตุจากการหกล้มกระดูกหักได้

2. มีเพศสัมพันธ์สม่ําเสมอ

อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะจากงานวิจัยพบว่า คนที่มีเพศสัมพันธ์น้อยกว่าเดือนละครั้ง มีโอกาสเสี่ยงการ เสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึงสองเท่า มากกว่าคนที่มีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะจะช่วยลดความเครียดเเละทําให้นอนหลับสนิทยิ่งขึ้น

3. งดใช้ครีมกันแดด

ในช่วงเวลา7.00น.-9.00น. เพราะครีมกันแดดจะไปเคลือบผิวหนัง ทําให้วิตามินดีจากแสงเเดดไม่สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนและโรคหัวใจ

4. หัวเราะวันละอย่างน้อย 20 ครั้ง

เป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดฮอร์โมนความเครียด และเพิ่มระดับทีเซลล์(TCell) ในการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง

5. ร้องเพลงขณะอาบน้ํา

จากการศึกษาวิจัยในกลุ่มนักร้องประสาน เสียงของมหาวิทยาลัยเยลเเละมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า พวกเขามีอายุเฉลี่ยเพิ่มมากขึ้น เพราะการร้องเพลงช่วยลดความ เครียด ป้องกันโรคหัวใจ และช่วยไม่ให้เป็นโรคซึมเศร้า

21 มิถุนายน 2560

คำเตือนสติจากภรรยาของแจ๊ค หม่า ถึงคุณผู้หญิงทั้งหลาย



Cr. proto : https://successstory.com/photos/people/jack-ma


      ฉันกับแจ๊ค หม่าเป็นเพื่อนนักเรียนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย  หลังจบการศึกษา  เราก็แต่งงานกัน  
แจ๊ค หม่า ไม่ใช่คนรูปหล่อเลย  ออกจะขี้เหร่ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ฉันประทับใจในตัวเขาก็คือ  เขาสามารถทำอะไรได้มากมายในขณะที่ผู้ชายรูปหล่อทั้งหลายไม่สนใจจะทำ

ฉันไม่ได้ตัดสินใจผิด  ธุรกิจอาลีบาบาของเขากลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในธุรกิจโลกออนไลน์  

ใครๆก็เรียกเขาว่า  "เจ้าพ่อของการก่อตั้งธุรกิจ"   สร้างความภูมิใจให้แก่ฉันเป็นอย่างมาก

10 ข้อต่อไปนี้  อยากนำมาฝากศรีภรรยาทั้งหลายลองพินิจ วิเคราะห์ดูกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง


1.  หลังแต่งงาน  จะเปลี่ยนสถานะเป็นศรีภรรยาและคุณแม่ของลูก
อย่าเอาแต่ใจตัวเองเหมือนสมัยก่อนแต่งงาน  ดูแลสามีดูแลลูก  ช่วยเป็นแรงหนุนให้สามี

2.  หากรักสามีเรา  ต้องรักพ่อแม่เขาก่อน
        ไม่มีพ่อแม่เขา  ก็ไม่มีสามีให้เรารัก  อย่านำเอาทัศนคติหรือการกระทำของพ่อแม่สามีที่มีต่อเรา  ไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่เราได้รับจากพ่อแม่บังเกิดเกล้าของเราเป็นอันขาด

3.  ร่วมแรงร่วมใจ
      อย่าถามซอกแซกทุกแง่ทุกมุม  บางสิ่งเป็นนโยบายหรือวิธีการส่วนตัวในการทำงานของเขา  ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้รู้ทุกเรื่อง คอยให้กำลังใจและคอยให้ความช่วยเหลือก็พอ  คอยใส่ใจแต่ไม่ใช่คอยจุ้นจ้าน

4.  สามีที่ถูกคุม  ยอมคุณด้วยปาก  แต่สามีที่ถูกรัก  ยอมคุณด้วยใจ
         รักเขาเข้าไปเถอะ  อย่าคิดแต่จะคุมเขาให้อยู่หมัด  ยิ่งต่อหน้าในกลุ่มเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน  ภรรยาที่ดีจะไม่นินทาสามีตนให้คนอื่นฟังเด็ดขาด

5.  อย่าคิดเปลี่ยนแปลงเขา  แต่สามารถสร้างแรงจูงใจให้เขา
        บุคลิกโดยทั่วไปของผู้ชายมักจะออกรูปขี้เกียจ  และไม่ค่อยรักความสะอาดนัก  งานเล็กงานน้อยในบ้าน  ไม่จำเป็นต้องยัดเยียดให้เขาทำ  ปล่อยเขาไปใช้ความสามารถในเรื่องทำมาหากินให้เต็มที่ดีกว่า

6. พอสามีกลับบ้าน  ภรรยาก็ควรอยู่บ้าน
      สามีกลับบ้านคงอยากเห็นหน้าภรรยา  อยากได้ยินเสียงภรรยา  จงคุยกันด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน  แต่ไม่ใช่ได้ยินแต่เสียงบ่นของภรรยา

7.  อย่าเอาความสงสัยของตนเป็นจุดตัดสิน
         อย่าคิดเองเออเองเด็ดขาด  อย่าเอาความสงสัยมามโนเป็นเรื่องจริง  นี่จะเป็นแรงกระทบที่ไม่ดีต่อสามี  และคุณก็คือภรรยาที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง

8.  อย่าทำตัวเป็นตัวเม่น
       หากทำตัวเป็นตัวเม่นคอยทิ่มตำสามี  ไม่มีสามีที่ไหนอยากอยู่ใกล้คุณหรอก  เหมือนไฟกับฟางหญ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้

9.  อย่าเพียรตัดพ้อต่อว่าสามีตนเอง  และห้ามด่าทอสามีเด็ดขาด
          ยิ่งตัดพ้อต่อว่าสามีมากเท่าไหร่  ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ตนเองมากขึ้นเท่านั้น  และการด่าทอสามีไม่ว่าถูกหรือผิด  จะมีแรงสะท้อนกลับมาหาคุณแน่นอน

10.  ความรักเปรียบเหมือนเม็ดทราย  จับต้องได้  แต่ผูกมัดไม่ได้
         อย่าคิดแต่จะล้อมจับสามี  ล้อมจับอาจได้ตัวเขา  แต่สู้ได้ใจเขามาครองจะแน่นอนกว่า  สอนลูกต่อหน้าคนอื่นได้  ลับหลังคนค่อยให้คำปรึกษากับสามี ห้ามฉีกหน้าเขาต่อหน้าผู้อื่นเด็ดขาด  ผู้ชายที่ทำมาหากินอยู่ในสังคม  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหน้าตาและศักดิ์ศรีของเขา และผู้ชายทุกคนก็หวงแหนสิ่งเหล่านี้มาก

"ภรรยาที่วางตัวดี  ชีวิตจะเป็นสุขแต่ภรรยาที่มีแต่ความไม่พอใจ  หาความสงบในชีวิตได้ยาก" 

--------------------------------------------------
"ขจรศักดิ์"
แปลและเรียบเรียง
20/6/17
www.facebook.com/Flintlibrary

16 พฤษภาคม 2560

เคล็ดลับ ลูกความจำดี เรียนเก่ง

ลูกความจำดี เรียนเก่ง : สมอง มีหน้าที่อะไร ?

สมองมีหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว  พฤติกรรม และภาวะธำรงดุล (homeostasis) เช่น การเต้นของหัวใจ  ความดันโลหิต  สมดุลของเหลวในร่างกาย และอุณหภูมิ เป็นต้น หน้าที่ของสมองยังเกี่ยวข้องกับการรู้ (cognition) อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้การเคลื่อนไหว (motor learning) และความสามารถอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้1
สมองคืออวัยวะที่สำคัญของร่างกายมนุษย์  สมอง เป็นศูนย์รวมของความคิด ความทรงจำ จินตนาการ การวางแผน และการแก้ปัญหาต่างๆ  สมองจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก หากได้รับการกระตุ้นอย่างเหมาะสมและถูกวิธี

       Good to know… “สมองเด็กแรกเกิดจะมีน้ำหนักประมาณ 30-40% ของผู้ใหญ่ และเพิ่ม เป็น 60% เมื่ออายุ 4 ขวบ ช่วง 6 ปีแรกของชีวิตเป็นช่วงที่สมองมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วที่สุด และวัย 1-3 ปี เป็นวัยทองแห่งการเรียนรู้ ความเฉลียวฉลาด และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์2”  

ลูกความจำดี เรียนเก่ง ด้วย 7 เคล็ดลับ

สมองของลูกจะมีพัฒนาการการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ส่วนสำคัญต้องได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อคุณแม่เป็นสำคัญ เพื่อให้ลูกได้มีการเรียนรู้ มีความจำดี ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้ของลูกในอนาคต  การจะสร้างให้สมองของลูกทำงานประสานกันได้ดี ไม่ใช่เรื่องยาก  เรามีเคล็ดลับฝึกสมองให้กับลูกน้อย จากคำแนะนำของ ดร.แพง ชินพงศ์3  ดังนี้…

1. เขียนสมุดบันทึก


คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ลงในสมุดบันทึกเป็นประจำทุกวัน วิธีนี้นอกจากจะช่วยฝึกทักษะเรื่องของภาษาในการเขียนและการลำดับเรื่องราวอย่างเป็นขั้นเป็นตอนแล้ว ยังช่วยฝึกให้ลูกรู้จักการรวบรวมความคิดและฝึกการจดจำเรื่องราวต่างๆ ที่พบเจอในแต่ละวันที่ผ่านมาได้


2. เล่นเกมพัฒนาความจำ

คุณพ่อคุณแม่ควรหากิจกรรมเกมที่ช่วยฝึกความจำให้แก่ลูก เช่น เกมครอสเวิร์ด เกมปริศนาอักษรไขว้ เกมหาคำศัพท์ เกมบิงโก เกมต่อจิ๊กซอว์ เกมเหล่านี้นอกจากจะช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจำของสมองเป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยให้มีสมาธิและฝึกความอดทนในการที่จะต้องพยายามแก้ปัญหาให้สำเร็จ

3. ดนตรีช่วยเพิ่มความจำ

ดนตรีเป็นสื่อที่นอกจากจะช่วยคลายเครียด พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ให้แก่เด็กแล้ว ยังช่วยเพิ่มทักษะในด้านความจำของเด็กที่ได้ผลดีเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะการที่เด็กได้ฟังเพลง ร้องเพลงและเล่นเครื่องดนตรี เด็กๆ จะต้องใช้ความจำในเรื่องของการจดจำทำนอง เนื้อร้องและจังหวะของแต่ละบทเพลง นอกจากนี้การเล่นเครื่องดนตรี เด็กๆ ต้องฝึกอ่านโน้ตดนตรี ซึ่งเป็นการฝึกในเรื่องของความจำโดยตรง

4. ฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิเป็นวิธีการที่ดีมากอย่างหนึ่งในการช่วยเพิ่มพลังความจำอย่างได้ผล การทำสมาธิสำหรับเด็กเล็กๆ ไม่จำเป็นต้องให้เด็กฝึกจิตให้สงบด้วยการนั่งสมาธิเอามือประสานกันวางไว้ที่ตัก เพราะบางครั้งวิธีนี้อาจใช้ไม่ได้สำหรับเด็กบางคนเนื่องจากเขาอาจรู้สึกอึดอัด แต่การทำสมาธิสำหรับเด็กง่ายๆ คือหมายถึงการที่เขาได้พักสงบกับตนเอง เช่น การที่เด็กได้นอนหนุนตักคุณพ่อคุณแม่ใต้ต้นไม้อย่างเงียบสงบในเวลาประมาณ 15 นาที ก็เป็นการฝึกสมาธิได้แล้ว การฝึกสมาธิจะช่วยผ่อนคลายความเครียดและช่วยเตรียมให้สมองได้เปิดรับการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ และจดจำบทเรียนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
     หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกเป็นเด็กที่มีพัฒนาการการทำงานที่ดี เรียนรู้ได้อย่างชาญฉลาด ปัจจัยสำคัญต้องเกิดจากการถูกกระตุ้น ให้ได้คิด ได้ทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ การฝึกให้ลูกเป็นเด็กคิดนอกกรอบ คิดเป็น ทำเป็น และคิดแบบมีจินตนาการ จะยิ่งช่วยส่งเสริมให้ลูกเป็นที่ประสิทธิภาพทางความคิดได้ค่ะ  เอาเป็นว่าเรามาช่วยกัน กระตุ้น พัฒนาการ สมองลูก ทำงานดี กันตั้งแต่ตอนที่ลูกยังเป็นเด็กเล็กๆ กันดีกว่าค่ะ  

5. รับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มความจำ

คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้ทานอาหารที่มีคุณค่าและช่วยเพิ่มความจำ เช่น ผัก ผลไม้ ซึ่งมีวิตามินบีสอง กรดโฟลิก ที่ช่วยป้องกันสมองเสื่อม นอกจากนี้ควรให้ลูกทานเนื้อสัตว์ อาหารทะเล เพราะมีธาตุเหล็กที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซีกซ้ายในเรื่องของความจำได้

6. การออกกำลังกาย


เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของความจำของเด็กได้เป็นอย่างดี เพราะขณะที่เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายไม่ว่าจะเดิน กระโดด วิ่ง จะส่งผลในการกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ทำให้สมองพร้อมที่จะเปิดรับต่อการจดจำในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้กิจกรรมการออกกำลังตามจังหวะเพลง เช่น แอโรบิคแด๊นซ์ ยังช่วยพัฒนาความจำของเด็กผ่านในการจดจำท่าเต้น ทำนอง และจังหวะของเพลงด้วย

7. นอนหลับพักผ่อน

คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกนอนอย่างน้อยวันละ 7 ชั่วโมง และไม่ควรให้ลูกนอนเกินวันละ 9 ชั่วโมง เพราะการนอนมากทำให้ความตื่นตัวน้อยลงและทำให้ลูกเกิดความซึมเซา ซึ่งมีผลทำให้ประสิทธิภาพของความจำลดน้อยลง นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรให้ลูกนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน เพราะจะทำให้เด็กขาดสมาธิซึ่งทำให้ความสามารถในการจดจำลดน้อยถอยลงไปด้วยเช่นกัน3
  อยากให้ลูกฉลาด เรียนเก่ง ทำยังไงดี?  อย่างแรกเลย คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลเรื่องอาหารและโภชนาการของลูกอย่างใกล้ชิดค่ะ “อาหารบำรุงสมอง” สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมองลูกน้อย ช่วยให้สมองแจ่มใส ความจำดี และมีสมาธิมากขึ้นได้
           อยากให้ ลูกความจำดี เรียนเก่ง พ่อแม่ต้องหมั่นเติมความรู้ใหม่ๆ  ให้ลูกได้ฝึกการใช้สมองกันมากๆ เพราะสมองยิ่งใช้ยิ่งแข็งแรง และสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ …ด้วยความห่วงใยค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
1สมอง. th.wikipedia.org
2Dr.Somsri Nawarat.วัยทองแห่งการเรียนรู้ ?. gotoknow.org
3ดร.แพง ชินพงศ์. manager.co.th



 FaceBook

6 พฤษภาคม 2560

รู้ไหม..พฤติกรรมผิดๆ ที่วัยรุ่นชอบทำ !!



1. การไม่ Safe Sex
             
อายุเฉลี่ยของการมี สัมพันธ์ ครั้งแรกของวัยรุ่นไทยจากเดิมอายุ 18-19 ปี ลดลงมาเหลือที่ประมาณ 12-13 ปี (น่ากลัวมาก) ดังนั้นถ้าคิดจะรักสนุก ก็ต้องรู้จักป้องกันด้วย ใส่ถุงยางอนามัยให้เรียบร้อย เพราะหากไม่ปฏิบัติให้ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งท้องตอนที่ยังไม่พร้อม ทั้งโรคติอต่อทางเพศสัมพันธ์และ ปัญหาอีกเพียบเช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย เอดส์ กามโรค หนองใน และต้องพลาดอะไรหลายๆอย่างในชีวิตไปเลย
อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในประเทศไทยว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ต่อจำนวนประชากร 1 แสนคน เพิ่มขึ้นมากจาก 29 % ในพ.ศ. 2550 เป็น 44 % ในพ.ศ. 2554 และในจำนวนนี้ เป็นวัยรุ่นถึง 42% สะท้อนให้เห็นว่า วัยรุ่นไทยมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย นอกจากการป้องกันด้วยการใส่ถุงยางอนามัยแล้ว ก็ควรไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพด้วย

2. การใส่ Big Eye
           
นี่เป็นอีก 1 เทรนด์ที่ฮิตกันมากในหมู่วัยรุ่น การใส่คอนแทคเลนส์ หรือ บิ๊กอาย ซึ่งมีราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน การใส่นั้นเราต้องดูด้วยว่า มีอายุการใช้งานเท่าไหร่ หมดอายุวันไหน ใส่แล้วก็ต้องดูแลรักษาความสะอาด อย่าใส่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน ก่อนนอนก็ควรถอด ไม่งั้นตาอาจจะบอดได้ถ้าใส่ข้ามคืน อันตรายมาก
ทั้งนี้ Big eye ก็มีทั้งแบบรายเดือน รายปี ก็ต้องล้างให้สะอาด แล้วแช่น้ำยา ปิดผาให้สนิท หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป หรือตกค้างในคอนแทคเลนส์ เวลาใส่มันก็จะเข้าไปสัมผัสบนผิวดวงตาของผู้ใส่โดยตรง และหากยิ่งใส่เป็นเวลานานๆ ก็ทำให้ตาแห้ง ส่งผลให้ทำลายกระจก อาจเป็นแผลก่อให้ติดเชื้อโรคลุกลาม หากรักษาไม่ทันลูกตาก็จะเน่า แล้วบอดในที่สุด หรืออาจจะแรงถึงขั้นเชื้อโรคเข้าไปในกระแสเลือดทำให้เสียชีวิตได้

3. ชอบดื่มของมึนเมา
           
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก(WHO) พบว่าปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์มาก เป็นอันดับ 5 ของโลก หากดื่มมากจนเกินพอดี เมาขาดสติ มันสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตทั้งในด้านการเรียน สุขภาพร่างกาย อ้วน ความดันโลหิตสูง สมองผิดปกติ และยังเปอร์เซนต์เสี่ยงสูงในการเสียชีวิตด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้คือ อุบัติเหตุรถยนต์ ฆ่าตัวตาย ฆ่าผู้อื่น

4. กินอาหารเสริม ยาลดความอ้วน เชื่อโฆษณา
           
สำหรับในเรื่องของ ค่านิยมในความสวยของสาวๆ ปัจจุบัน คือ อยากขาว และ อยากผอม ปัจจุบันจึงเห็นมีผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมออกมาขายบนโลกออนไลน์มากมาย โฆษณาสรรพคุณเวอร์วังว่ากินแล้วขาวใสภายใน 3 วัน 7 วัน กินแล้ว 1 เดือนลดได้ 10 กิโลฯ ฟังดูก็ไม่น่าเชื่อแล้วบางคนอาจจะหลงกับภาพนางแบบโฆษณาที่บอกว่าใช้จริงได้ผล
อย่าลืมว่านี่คือยุคที่เทคโนโลยีครองโลก แอพพลิเคชั่น โปรแกรมแต่งภาพ สามารถเนรมิตทุกอย่างได้ภายในพริบตา ไม่มีอะไรปลอดภัยไปกว่าการหมั่นออกกำลังกาย และรู้จักเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ อีกอย่างถ้าร่างกายยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น การออกกำลังกายถ้าทำสม่ำเสมอได้ผลเร็วไม่ช้าเกินรอ ช้าแต่ปลอดภัยชัวร์

5. ชอบอาหารมีผงชูรสเยอะ อาหารขยะ
         
ส่วนมากจะมีส่วนผสมของผงชูรสอยู่ด้วย กินมากไปไม่เป็นผลดีต่อร่างกายแน่นอน เคยมีกรณีที่เด็กตายเพราะกินขนมครกที่โรยผงชูรสด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นน้ำตาลด้วยนะ เพราะผงชูรสนั้นผลิตมาจากแป้งมันสำปะหลังที่ต้องหมัก และใช้สารเคมีหลายตัว เช่น กรดกำมะถันหรือกรดซัลฟูริค กรดเกลือ หรือกรดไฮโดรคลอริก ยูเรีย (ในปัสสาวะ) ซึ่งกรดต่างๆ เหล่านั้นไม่ได้จำเป็นต่อร่างกายเลย
        ของพวกนี้ มีแต่จะมีผลเสียทั้งนั้นถ้าทานเกินขนาด อาทิ ภูมิต้านทานร่างกายมนุษย์ลดลง ทำลายสมองส่วนหน้า โตช้า ปัญญาอ่อน ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ อวัยวะสืบพันธุ์เล็กลง หากใครที่แพ้ จะมีอาการชา ร้อนวูบวาบที่ปาก ลิ้น ใบหน้า โหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก บางคนมีผื่นแดงเกิดขึ้นตามตัว แน่นหน้าอก หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก และอาจเสียชีวิตได้ทันที

6. นิสัยชอบ นอนดึก หลับไม่เป็นเวลา
              
สำหรับวัยรุ่นช่วงอายุ 12 -18 ปี ร่างกายนั้นต้องการพักผ่อนวันละ 9 ชั่วโมง ในยุคนี้เริ่มมีโซเชียลเน็ตเวิร์คเข้ามา บางคนไม่รู้จักเวลาเล่น เวลาทำการบ้าน เช่น อาจจะเล่นเกม หรือแชท จนดึกดื่น แล้วการบ้านยังไม่เสร็จ ต้องมานั่งปั่นเพื่อให้ส่งทันเดทไลน์ ถ้าทำซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวัน จะส่งผลให้ระบบร่างกายรวน
กินนอนไม่เป็นเวลา แล้วสังเกตได้เลยว่า ยิ่งนอนดึก ยิ่งฉี่บ่อย เพราะร่างกายจะเอาพลังงานออกมาใช้ จึงทำให้ขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ ตื่นเช้าไปนั่งเรียนก็ง่วง ไม่มีสมาธิ ความจำไม่ดี การคำนวณแย่ หนักๆ เข้าจะมีอาการภาพหลอน อารมณ์ไม่คงที่ เซลล์สมองขาดพลังงาน การขับถ่ายไม่ปกติ ไม่มีการขับถ่ายของเสียออก เป็นการสะสมสารพิษให้คั่งค้างอยู่ในร่างกาย และอาจตายได้ในที่สุด

7. การจัดฟันแฟชั่น (อันตรายมาก)
             
การดัดฟันหรือจัดฟัน ควรจัดกับหมอที่ถูกสุขลักษณะเท่านั้น! แต่เนื่องจากเป็นเทรนด์ฮิตในหมู่วัยรุ่น จึงทำให้พวกมิจฉาชีพจ้องเอาแต่ผลกำไร ร โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง และความปลอดภัย ของลูกค้า(เหยื่อ) ออกมาเปิดร้านดัดฟันแฟชั่น หรือร้านดัดฟันเถื่อน กันเกลื่อนท้องตลาด แล้วอ้างว่าเครื่องมือมาจากคุณหมอ แต่ราคาถูกกว่า (มีราคาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป) รู้ไว้เลยว่า ไม่มีร้านไหนที่ปลอดภัยเท่ากับไปดัดกับคุณหมอที่โรงพยาบาล หรือสถาบันทันตกรรมที่มีใบรับรอง ซึ่งก็มีข่าวออกมาให้ได้เห็นกันมากมายว่าการดัดฟันแฟชั่นนั้นส่งผลให้ติดเชื้อในช่องปาก เชื้อโรคอาจลุกลามจนทำให้เสียชีวิตในที่สุด
          สำหรับใครที่ต้องการดัดฟันก็ควรดูความเหมาะสมด้วย เข้าใจว่าใครๆก็อยากมีฟันที่สวย แต่หากเราต้องการดัดจริงๆ และยังมีค่าใช้จ่ายไม่พอ ก็ค่อยๆเก็บเงินออมเงินไปเรื่อยๆ ดีกว่าไปเสี่ยงดัดฟันเถื่อนแค่ไม่กี่บาท ไม่ได้ช่วยให้ฟันสวยขึ้น แถมยังต้องมาเสี่ยงต่อการเสียชีวิต มันไม่คุ้มเลย

8. เสริมความงาม ศัลยกรรม เน้นถูก!
        
 บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นข่าวคราวของภัยจากการเสริมความงาม ไม่ว่าจะด้วยการกิน การฉีด หรือถึงขั้นการผ่าตัด แม้แต่คนที่เข้าใจและศึกษามาเป็นอย่างดีในบางคนก็ยังต้องจบชีวิตลง หรือไม่ก็ต้องเหมือนตายทั้งเป็นเพราะเป็นผลที่เกิดจาการทำสิ่งนี้ โดยที่ไม่ศึกษาข้อมูล หรือไตร่ตรองก่อนที่จะนำสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เข้าร่างกาย
      วัยรุ่นในปัจจุบันนี้มีค่านิยมที่เปลี่ยนไปจากเดิม ต้องหน้าตาต้องสวย-หล่อ ดูดีก่อน เพราะหลายคนคิดว่าถ้าหน้าตาดีแล้ว สิ่งดีๆ หลายอย่างก็จะตามมา แต่บางครั้งวัยรุ่นก็ลืมนึกถึงภัยอันตรายของการเสริมความงาม ศัลยกรรม ผลกระทบที่จะตามมาภายหลัง และนี้แหละถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงละอันตรายที่สุดอีกอย่างหนึ่งในปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูล http://www.flagfrog.com/

3 พฤษภาคม 2560

เคล็ดลับน่ารู้ วิธีดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ

air

          วิธีดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ รู้วิธีที่ถูกต้องหรือยัง ถ้ายังไม่แน่ใจก็ตามไปศึกษา วิธีดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ พร้อม ๆ กันเลยค่ะ
          ในเมืองร้อนอย่างประเทศไทยของเราเครื่องปรับอากาศหรือแอร์คอนดิชันเนอร์ กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกบ้านต้องมีติดไว้ ยิ่งถ้าบ้านไหนมีสมาชิกในบ้านที่ขี้ร้อนด้วยล่ะก็ เครื่องปรับอากาศของคุณคงจะต้องทำงานหนักสู้ร้อนกันทั้งวันเลยล่ะ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยก็คือการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศของคุณอยู่เสมอ เพื่อให้อยู่ทนอยู่นานให้คุณได้ใช้ประโยชน์ในระยะยาว จะได้ไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนใหม่อยู่บ่อย ๆ

          วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ จาก กองวิศวกรรมการแพทย์  มาฝากกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะช่วยดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ เพื่อยืดอายุให้เครื่องปรับอากาศของคุณอยู่ไปได้อีกนาน ๆ ส่วนเคล็ดลับน่ารู้จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันเลยจ้า

          เครื่องปรับอากาศขนาดเล็กที่ใช้กับบ้านพักอาศัยและสำนักงานทั่วไป สามารถแบ่งประเภทตามลักษณะการติดตั้งได้หลายประเภท เครื่องปรับอากาศทุกแบบ จะสามารถแบ่งส่วนประกอบของเครื่อง ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนที่อยู่ภายในอาคาร (Indoor) เรียกว่า ชุดคอยล์เย็น หรือแฟนคอยล์ยูนิต และส่วนที่อยู่ภายนอกอาคาร (Outdoor) เรียกว่า ชุดคอยล์ร้อน หรือคอนเดนซิ่งยูนิต ซึ่งการทำงานของแต่ละส่วนก็จะมีลักษณะการทำงานที่คล้ายชื่อ คือ ชุดคอยล์เย็นก็จะมีหน้าที่สร้างความเย็น ส่วนชุดคอยล์ร้อนก็มีหน้าที่สร้างความร้อนออกมา และเครื่องปรับอากาศแต่ละชุดยังมีส่วนประกอบย่อยต่าง ๆ ซึ่งแต่ละส่วนประกอบของเครื่องต้องได้รับการดูแลบำรุงรักษาให้ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของเครื่อง และนอกจากนี้แล้วยังต้องมีการดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมออีกด้วย
การดูแลบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศจะทำให้เกิดประโยชน์ได้ 2 ทาง คือ

          1. จะทำให้เกิดการประหยัดพลังงาน ประหยัดค่ากระแสไฟฟ้า ประหยัดค่าซ่อมบำรุง และยืดอายุการทำงานของเครื่อง

          2. จะทำให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้ใช้และผู้อยู่อาศัย เนื่องจากการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอ จะช่วยขจัดเอาฝุ่นละออง เชื้อโรค เชื้อรา ที่เกาะติดอยู่กับส่วนต่าง ๆ ของเครื่อง และที่ล่องลอยอยู่ในอากาศภายในห้องออกไปด้วย (ฝุ่นละอองที่ล่องลอยอยู่ในอากาศจะถูกดักจับโดยแผงกรองฝุ่น ที่เรียกว่า ฟิลเตอร์) ซึ่งฝุ่นละออง เชื้อโรค เชื้อรา เหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุของการทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคลีเจียนแนร์ วัณโรค หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ

วิธีการดูแล บำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ

          คอยล์เย็น หรือแฟนคอยล์ยูนิต เป็นตัวที่ติดตั้งอยู่ภายในห้องหรือภายในอาคาร มีส่วนประกอบย่อยที่จำเป็นต้องดูแลบำรุงรักษาและทำความสะอาดคือ

air

1. แผงกรองฝุ่น

          นเครื่องปรับอากาศทุกเครื่องจำเป็นต้องมีแผงกรองฝุ่นหรือฟิลเตอร์ เพราะฟิลเตอร์จะทำหน้าที่เป็นด่านแรกที่จะกรองอากาศโดยจะดักจับฝุ่นและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศไม่ให้ผ่านเข้าไปยังตัวแผงขดท่อคอยล์เย็น และเป่าเข้าสู่บรรยากาศภายในห้องได้อีก ฟิลเตอร์โดยทั่วไปมีใช้กันอยู่หลายชนิด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับขนาด และรูปแบบของเครื่อง เช่น เป็นแบบใยสังเคราะห์สีขาวหรือดำลักษณะคล้ายเส้นด้ายไนล่อนมีขอบเป็นโครงพลาสติก หรือเป็นแบบใยสังเคราะห์สีดำโครงขอบเป็นเหล็กเส้นลวด หรือเป็นแบบเส้นใยอลูมิเนียมถัก (ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศบางรุ่น มีฟิลเตอร์กรองกลิ่นและควันอยู่ด้วย) เราต้องดูแลทำความสะอาดฟิลเตอร์อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฟิลเตอร์อุดตันไปด้วยฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่าง ๆ เพราะถ้าฟิลเตอร์อุดตันจะทำให้ลมไม่สามารถหมุนเวียนผ่านคอยล์เย็นได้ ซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศไม่เย็น มีน้ำแข็งเกาะที่ตัวคอยล์เย็น และอาจมีน้ำหยดจากตัวเครื่องได้ เมื่อน้ำแข็งที่เกาะอยู่ละลาย

          โดยที่ฟิลเตอร์มีจุดประสงค์เพื่อการกรองดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ดังนั้นฟิลเตอร์จึงมีโอกาสอุดตันจากสิ่งเหล่านี้ได้มาก การล้างทำความสะอาดจึงควรทำให้บ่อยครั้ง โดยดูความเหมาะสมจากสภาพแวดล้อมและการใช้งาน เช่น ถ้าติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้อง หรือในอาคารที่มีลักษณะการทำงานที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น ห้องเตรียมผ้าสำหรับใช้ในการผ่าตัด ซึ่งห้องนี้จะมีฝุ่นใยผ้าเกิดขึ้นจำนวนมาก ดังนั้นการล้างฟิลเตอร์ควรต้องจะล้างทุกวัน หรืออย่างน้อยที่สุดทุกสัปดาห์ ส่วนการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในสถานที่ไม่ค่อยมีฝุ่นละอองมากนัก เช่น ห้องนอน ห้องพักผ่อน หรือห้องทำงานทั่วไป ก็ควรทำความสะอาดฟิลเตอร์ทุก ๆ หนึ่งเดือน หรือสามเดือน

          วิธีการล้างฟิลเตอร์ทำได้โดยใช้น้ำแรง ๆ ฉีดที่ด้านหลังของฟิลเตอร์ (ด้านที่ไม่ได้รับฝุ่น) ให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกหลุดออก หรือถ้าฟิลเตอร์เป็นแบบเส้นใยอลูมิเนียมถัก แบบเส้นใยไนล่อน ก็อาจใช้แปรงที่มีขนนิ่ม เช่น แปรงสีฟัน หรือแปรงทาสีช่วยปัดฝุ่นด้วยก็ได้

2.แผงขดท่อคอยล์เย็น
          แผงขดท่อคอยล์เย็น คือตัวสร้างความเย็น มีรูปร่างเป็นเส้นท่อขดไปมาตามความยาวของเครื่อง และจะมีแผ่นครีบอลูมิเนียมบาง ๆ หุ้มขดท่อเหล่านั้นอยู่ แผงขดท่อจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อถอดหน้ากากส่งลม หรือหน้ากากรับลมกลับ ของเครื่องออก ที่แผงขดท่อนี้จะมีฝุ่นผงขนาดเล็กที่สามารถผ่านการกรองของฟิลเตอร์เข้ามาได้ เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ฝุ่นเหล่านี้จะจับตัวกันหนาขึ้น และอากาศจะไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศมีผลเช่นเดียวกันกับฟิลเตอร์ตัน จึงควรมีการล้างทำความสะอาดขดท่อและแผ่นอลูมิเนียม โดยในระยะเวลาในการล้างในรอบหนึ่งปี ควรมีการล้าง 1 ครั้ง

          วิธีล้างทำความสะอาดให้ใช้แปรงสีฟัน หรือแปรงทาสี ปัดเอาฝุ่น ที่เกาะยึดติดอยู่ให้ออกก่อนด้วยการลากแปรงลงตามแนวล่องของแผ่นครีบอลูมิเนียม แล้วจึงค่อยเอาน้ำฉีดหรือราด เพื่อให้ฝุ่นที่เหลือหลุดตามน้ำออกมา แต่เนื่องจากฝุ่นละอองที่จับอยู่เป็นเวลานาน จะมีความเหนียวมาก บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้น้ำยาเคมีช่วยในการขจัดคราบสกปรกออก น้ำยาเคมีที่ใช้ต้องเป็นแบบที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อคน และไม่ทำลายวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ เช่น แผ่นอลูมิเนียม ท่อทองแดง หรือพลาสติก ในการเอาน้ำฉีด น้ำยาเคมีที่ใช้ต้องเป็นแบบที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ หรือเวลาราด ต้องระมัดระวังอย่าให้น้ำกระเด็นเปียกอุปกรณ์ไฟฟ้าของเครื่อง และควรระวังไม่ให้น้ำล้นถาดรองรับน้ำของเครื่อง

3. ใบพัดลมคอยล์เย็น

          ใบพัดลมคอยล์เย็น หรือ โบลเวอร์ เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเคลื่อนที่ของลม โดยได้กำลังมาจากมอเตอร์ไฟฟ้า ฝุ่นผงขนาดเล็กที่เล็ดลอดมาจากการดักจับของแผงกรองอากาศบางส่วน จะมาจับอยู่ที่ใบพัดลม ทำให้ร่องดักลมของใบพัดลมอุดตันไม่สามารถดักลมได้เต็มที่ การเกิดในลักษณะเช่นนี้จะทำให้ปริมาณลมเย็นที่ออกไปจากคอยล์เย็นลดลง

          จึงต้องเสียเวลาในการเดินเครื่องปรับอากาศนานขึ้น เพื่อที่จะให้ได้อุณหภูมิของห้องเท่าเดิม ซึ่งมีผลทำให้เสียค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น นอกจากฝุ่นที่เกาะตามใบพัดลมจะทำให้พัดลมส่งลมเย็นออกมาได้น้อยแล้ว อาจจะทำให้เกิดเสียงดังที่ตัวชุดคอยล์เย็นขึ้นได้ เนื่องจากฝุ่นที่จับอยู่จะไปเพิ่มน้ำหนักให้กับใบพัด ทำให้ใบพัดเสียการสมดุลในตัวเอง และเมื่อมอเตอร์หมุนจะเกิดการสั่นสะเทือนจากแรงเหวี่ยงและเกิดเสียงดังขึ้นได้ การล้างทำความสะอาดใบพัด ควรล้างทำไปพร้อมกับการล้างทำความสะอาดแผงคอยล์เย็น

4. ถาดรองรับน้ำทิ้งและท่อน้ำทิ้ง

          เป็นอุปกรณ์สำหรับรองรับน้ำที่เกิดจากการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำของไอน้ำในอากาศภายในห้อง น้ำที่เกิดขึ้นนี้จะไหลไปรวมกันที่ถาดรองรับน้ำและถูกระบายทิ้งโดยผ่านทางท่อน้ำทิ้ง ที่ถาดรองรับน้ำทิ้งนี้ถ้าไม่ได้รับการดูแลหรือทำความสะอาดเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดเมือกขาวใสคล้ายวุ้น น้ำที่ขังอยู่ในถาดรองรับน้ำทิ้งเป็นเวลานานนี้ เมื่อรวมกับฝุ่นละอองต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ตามถาดรับ ก็อาจเป็นแหล่งอาหาร หรือเป็นแหล่งสะสม ของเชื้อโรค เชื้อรา และทำให้เชื้อโรคเชื้อราเหล่านี้เจริญเติบโตและแพร่กระจายสู่ผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้พักอาศัยภายในห้องและภายในอาคารได้ การทำความสะอาดถาดน้ำทิ้งโดยการใช้แปรงที่มีขนแข็งขัดถู หรือการถอดออกมาล้าง ส่วนท่อน้ำทิ้งทำได้โดยการใช้เครื่องเป่าลม เป่าลมเข้าไปตามท่อน้ำ หรือใช้น้ำที่มีแรงดันเล็กน้อยฉีดเข้าไปภายในท่อ (ต้องแน่ใจว่าในระบบท่อไม่มีรอยรั่ว)

          วิธีการล้างทำความสะอาดถาดรองรับน้ำและท่อน้ำทิ้ง ควรทำไปพร้อมกับการทำความสะอาดแผงขดท่อคอยล์เย็นและใบพัดลม และควรตรวจดูแนวท่อน้ำทิ้งด้วยว่ามีลักษณะโค้งงอ (ตกท้องช้าง) หรือไม่ ถ้ามีต้องทำการแก้ไข เพราะท่อน้ำทิ้งช่วงที่โค้งงอตกท้องช้าง จะเป็นแหล่งที่รวมของน้ำและสิ่งสกปรก ซึ่งจะทำให้ท่อน้ำทิ้งอุดตัน และจะทำให้มีน้ำหยดจากบริเวณที่ท่อตกท้องช้างได้ เนื่องจากไอน้ำในอากาศกระทบท่อที่น้ำเย็นขังอยู่


air

5. ตัวโครงเครื่อง หน้ากากรับลม และหน้ากากจ่ายลม
          ทำความสะอาดโดยการปัดฝุ่น หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดถู หรือถ้าสามารถถอดออกได้จะนำไปล้างน้ำก็ได้ คอยล์ร้อน หรือคอนเด็นซิ่งยูนิต เป็นตัวที่ติดตั้งอยู่ภายนอกห้อง หรือภายนอกอาคาร ภายในชุดคอยล์ร้อนจะมีส่วนประกอบหลักอยู่สามส่วน คือ คอมเพรสเซอร์ มอเตอร์พัดลมพร้อมใบพัดลม และแผงขดท่อกับครีบอลูมิเนียม ชุดคอยล์ร้อนจะมีหน้าที่นำเอาความร้อนจากภายในห้องมาระบายออกทิ้งไป ดังนั้นลมที่เป่าออกมาจากคอยล์ร้อนจึงเป็นลมร้อน

          การดูแลบำรุงรักษาคอยล์ร้อน จึงต้องทำให้เกิดการระบายความร้อนได้ดี โดยไม่มีวัตถุสิ่งของใด ๆ  มาปิดบังทิศทางของการระบายของลม และดูแลไม่ให้มีฝุ่นหรือสิ่งอื่น ๆ มาปิดบัง โดยเฉพาะที่แผงขดท่อและแผ่นอลูมิเนียมของคอยล์ร้อน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวขวางกั้นไม่ให้ลมเข้าไปรับความร้อนจากชุดคอยล์ร้อนได้ ระยะห่างระหว่างชุดคอยล์ร้อนกับสิ่งกีดขวางที่ยอมรับได้ จะถูกกำหนดโดยข้อกำหนดเฉพาะในการติดตั้งของเครื่องปรับอากาศแต่ละรุ่น ซึ่งรวมถึงการเผื่อพื้นที่ว่างเพื่อการดูแลซ่อมบำรุงด้วย ถ้าคอยล์ร้อนสกปรก หรือมีสิ่งของมาปิดบังช่องทางการระบายลมทำให้ความร้อนไม่สามารถระบายออกมาได้แล้ว จะทำให้เครื่องปรับอากาศไม่มีความเย็น หรือเย็นน้อย กินกระแสไฟฟ้ามากกว่าปกติ และอาจทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหายได้ การทำความสะอาดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามชุดคอยล์ร้อน สามารถใช้น้ำฉีดล้างได้ แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำกระเด็นเข้าไปเปียกอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ระยะเวลาในการล้างทำความสะอาดชุดคอยล์ร้อนควรล้างทุก 6 เดือน หรือทุก 12 เดือน

          การดูแลสภาพทั่วไปของเครื่องอื่น ๆ เช่น น๊อต สกรู ยางรองแท่นเครื่องต่าง ๆ อย่าให้หลุดหรือหลวม เพราะอาจทำให้เกิดเสียงดังจากการสั่นสะเทือนได้ ดูแลฉนวนที่ใช้ป้องกันความร้อนต่าง ๆ ถ้าพบว่าชำรุดฉีกขาดควรแก้ไขหรือซ่อมบำรุง เพราะถ้าฉนวนที่ใช้ป้องกันความร้อนชำรุด จะทำให้ไอน้ำในอากาศกลั่นตัวเป็นหยดน้ำในบริเวณนั้น และจะทำความเสียหายให้กับฉนวนส่วนอื่น ๆ อีก หรือน้ำที่เกิดขึ้นนั้นจะหยดลงบนฝ้าเพดาน หรือตามผนังห้อง (ในกรณีที่ฉนวนหุ้มท่อสารทำความเย็น หรือท่อส่งลมเย็น หรือท่อน้ำเย็น ชำรุด) ทำให้เกิดรอยคราบสกปรก และเกิดเชื้อราขึ้นได้

ข้อแนะนำ

          เพื่อการใช้งาน การดูแลบำรุงรักษา และการตรวจซ่อมเครื่องปรับอากาศให้ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพและรูปแบบของเครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่อง ควรศึกษาทำความเข้าใจเอกสารคู่มือที่ให้มาพร้อมกับเครื่องปรับอากาศ และปฏิบัติตามคำแนะนำให้ถูกต้อง

คำเตือน

          ก่อนดำเนินการตรวจสอบ ดูแล บำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่มีไฟฟ้าป้อนอยู่ ต้องปิดสวิตซ์ หรือเบรคเกอร์ ตัดวงจรของระบบไฟฟ้าออกก่อนทุกครั้ง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กองวิศวกรรมการแพทย์

14 มีนาคม 2560

11 วิธีเเคล็ดลับ การขับรถให้ประหยัดน้ำมันที่สุด

11 วิธีการขับรถให้ประหยัดน้ำมันที่สุด
     การขับรถให้ประหยัดน้ำมันในยุคน้ำมันแพง ในชีวิตประจำวันเราต้องใช้รถยนต์ในการเดินทาง บางท่านอาจต้องใช้ทุกวัน เราจึงมีเทคนิคการขับรถให้ประหยัดน้ำมันมาฝาก  มีทั้งหมด 11 วิธีด้วยกัน ดังนี้

11 วิธีการขับรถให้ประหยัดน้ำมันที่สุด
1. สตาร์ทอุ่นเครื่องอยู่กับที่ อย่างเหมาะสม 
การอุ่นเครื่องจะทำให้ระบบหล่อลื่นทำงานดีขึ้น ควรอุ่นเครื่องสัก 1 - 2 นาที ก่อนที่จะใช้รถเพื่อให้เครื่องยนต์พร้อมสตาร์ท การอุ่นเครื่องไม่ควรเบิ้ลเครื่องยนต์ เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันที่สุด และไม่อุ่นเครื่องนานเกินไป หรือขับออกไปอย่างนิ่มนวลด้วยความเร็วรอบต่ำประมาณ 1 - 2 กิโลเมตรก็ได้
2. ไม่ขับรถออกเร็วกระชาก แบบรวดเร็วอย่างรุนแรง 
ออกรถแบบกระชากดังเอี๊ยด หรือแบบรถแข่ง เบรกทุกครั้งแบบกระทืบ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก แถมยังเป็นการทำลายชิ้นส่วนต่างๆ ของรถ ทำให้สึกหรอมากขึ้น เป็นการลดอายุการใช้งานของรถให้สั้นลง นอกจากนี้ยังไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วย
3. ไม่ขับรถเร็วเกินความจำเป็น 
การขับรถเร็ว จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นเกินความจำเป็น และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย การใช้ความเร็วอย่างสม่ำเสมอ ไม่เร่งเครื่องทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น ในกรณีที่ท่านขับรถทางไกล ที่มีความเร็ว 80 กม./ชม. จะสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
4. ออกรถ หรือขับนิ่ม ๆ บนคันเร่งแผ่วๆ 
เมื่อรถเคลื่อนที่ออกไประยะหนึ่ง โดยให้รอบเครื่องยนต์อยู่ในระดับของแรงบิดที่เหมาะสมของรถรุ่นนั้นๆ หรือง่ายๆคือไม่ควรเกิน 2,000 – 2,500 รอบ/นาที (ยกเว้นกรณีมีความจำเป็นต้องใช้อัตราเร่งที่มากกว่า) แล้วก็ค่อยๆ ให้เคลื่อนยนต์เปลี่ยนจังหวะเกียร์เองเรื่อยๆ (กรณีเกียร์อัตโนมัติ) พยายามควบคุมความเร็วให้สม่ำเสมอ ช่วนประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงช่วงความเร็วที่เหมาะสมได้ 2-5 %
5. ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดของรถ 
การบรรทุกน้ำหนักของรถยนต์ ซึ่งในแต่ละคันจะมีอัตราการบรรทุกบอกไว้ ถ้าบรรทุกน้ำหนัก หรือสิ่งของหนักเกินไป ก็จะทำให้เครื่องยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น ทำให้รถมีอายุการใช้งานที่สั้นลง ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอสูงกว่าปกติ อีกทั้งยังเป็นการไม่ปลอดภัยต่อการควบคุมการขับขี่อีกด้วย
6. ใช้เครื่องปรับอากาศให้พอดี 
เปิดเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม เพราะการใช้เครื่องปรับอากาศทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และกินน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 10 % จึงควรปรับระดับความเย็น และความแรงของลมให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ จะเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทาง หนึ่งด้วย
7. ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อจอดนานๆ 
การจอดรถเวลานานๆ ในขณะเครื่องยนต์กำลังทำงานนอกจากจะผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วยังสร้างมลภาวะเป็นพิษทางอากาศให้กับสิ่งแวดล้อมอีก ฉะนั้นการดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่ต้องจอดเป็นเวลานานๆ หรือหากต้องรอประมาณ 3-4 นาทีขึ้นไป ก็ควรดับเครื่องยนต์ สามารถประหยัดน้ำมันถึง 3 – 5% และยังเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมอีกด้วย
8. วางแผนการเดินทาง ช่วยประหยัดน้ำมัน 
ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ควรมีจุดหมายที่ชัดเจน มีการวางแผนการเดินทาง เช่น ศึกษาเส้นทางลัด เลี่ยงเส้นทางรถติด ฟังรายงานจราจร จะช่วยให้ถึงที่หมายได้เร็วขึ้น ปลอดภัย และช่วยให้ท่านประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่งด้วย
9. ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม และบรรทุกไม่สมดุล 
มีการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งเกินความจำเป็น เช่นเครื่องเสียงชุดใหญ่ ชุดตกแต่งภายนอก ฯลฯ ทำให้เครื่องยนต์รับภาระเพิ่มขึ้นและอุปกรณ์ บางอย่างทำให้ต้านลมและหนักทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน หรือแม้กระทั้งการบรรทุกไม่สมดุล ทำให้น้ำหนักตัวรถไม่บาลานซ์ ทำให้การควบคุมรถลำบากและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้อีกด้วย
10. ขับรถขึ้นเขา ลงเขา ให้ประหยัดและปลอดภัย 
เวลาขับรถขึ้นเขา และลงเขา ควรใช้เกียร์ต่ำ เร่งความเร็วให้สม่ำเสมอ เพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวล ห้ามขับรถขึ้นเขา โดยใช้เกียร์สูง เพราะจะทำให้รถไม่มีแรงกำลังขับเคลื่อน และกินน้ำมันมากขึ้น และห้ามขับรถลงเขาด้วยเกียร์ว่างโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้รถไหลลงด้วยความเร็วสูงโดยไม่มีแรงหน่วงของเครื่องยนต์ทำให้เกิดอันตรายได้ ควรใช้เกียร์ต่ำและค่อยๆปล่อยรถให้ไหลลงไปตามรอบเครื่องยนต์เอง พร้อมควบคุมความเร็วให้สัมพันธ์กับเกียร์ ทำให้ประหยัดน้ำมัน
11. หมั่นตรวจเช็คสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง
หมั่นตรวจเช็คลมยางอยู่เสมอ ควรเติมลมยางให้ได้ตามกำหนดมาตรฐาน (คู่มือรถ) ตรวจสภาพของเครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ตามมาตรฐานที่กำหนด ตรวจไส้กรองไม่ให้อุดตันหรือชำรุด เพราะไส้กรองมีส่วนสำคัญในการที่จะถ่ายเทอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยาภายในเครื่อง ถ้าอุดตันหรือชำรุดจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติ และจะสิ้นเปลืองน้ำมัน อย่าลืมปลดเบรกมือ เปลี่ยนเกียร์ตามจังหวะและรอบความเร็วในการใช้งานนั้น ใช้น้ำมันหล่อลื่นตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตให้มา และเข้าตรวจเช็คสภาพตามระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือ