แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดน้ำหนัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดน้ำหนัก แสดงบทความทั้งหมด

16 มีนาคม 2562

โปรแกรมฝึกวิ่ง ช่วยลดหุ่น ลดโรค และเทคนิคการวิ่งต่างๆสำหรับมือใหม่


โปรแกรมฝึกวิ่ง เพื่อมือใหม่ นับว่าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการมีโปรแกรมจะช่วยทำให้การวิ่งเป็นเรื่องง่ายและช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการวิ่งของคุณให้ดีขึ้น

ท่าทางการวิ่ง

ผ่อนคลาย ไม่ห่อไหล่หรือกํามือ ยืดศีรษะขึ้นสบายๆ มองทาง ไม่จําเป็นต้องมองเท้า ก้าวเท้าสบายๆ ไม่ต้องยกเข่าขึ้นสูง ไม่ก้าวยาวเกินไป เพราะการวิ่งเร็วหรือช้าไม่ได้สัมพันธ์กับช่วงก้าว แต่สัมพันธ์กับระยะทางโดยเฉลี่ย ซึ่งคือ 180 ฟุตต่อนาที และหากนาทีแรกคุณก้าวยาวจนเกินระยะทางดังกล่าว จําไว้ว่าแรงส่งหรือโมเมนตัม (Momentum) ของนาทีต่อไปจะน้อยลง ทําให้คุณวิ่งได้ช้าลง
กําหนดให้เท้าก้าวไปในแนวเดียวกับสะโพก ไม่ใช่ก้าวไปแนวเดียวกับใบหน้า วิธีก้าวที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณวิ่งเร็วขึ้น ควรฝืนฝึกท่าทางการวิ่งที่ถูกต้องในครั้งแรก แต่หากฝึกไปเรื่อยๆ คุณจะวิ่งได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ต้องกังวลหากหายใจหอบ เพราะครั้งต่อๆ ไปร่างกายจะปรับการหายใจให้เป็นปกติเอง

เครื่องแต่งกาย

ควรเป็นเสื้อยืดหรือเสื้อแขนยาว ที่ทําจากผ้าที่ช่วยระบายอากาศ ไม่ควรสวมเสื้อผ้าฝ้าย ซึ่งจะดูดซับเหงื่อ ไม่ควรสวมผ้าเนื้อหนาเกินไป หากจําเป็น ควรสวมปลอกแขนหรือขาซึ่งถอดออกง่าย บางคนอาจชอบสวมกางเกงสามส่วนหรือเลกกิ้งที่ทําจากผ้าไลครา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเคลื่อนไหว
ควรสวมหมวก หรือถุงมือสําหรับวิ่งหากอากาศเย็น ควรสวมแจ็กเก็ตกันน้ําเวลาฝนตก ทั้งนี้ ต้องแน่ใจว่าแจ็กเก็ตที่สวมไม่ทําให้รู้สึกร้อน หรือหายใจไม่สะดวก ควรสวมหมวกเบสบอลเพื่อกันเม็ดฝนหรือแสงแดดเข้าตา
และควรสวมสปอร์ตบราซึ่งจะช่วยให้กระชับและเพิ่มความมั่นใจขณะวิ่ง โดยเฉพาะหากคุณเป็นผู้หญิงหน้าอกใหญ่ สปอร์ตบราจะช่วยป้องกันและลดอาการเจ็บปวดหน้าอกหลังจากการวิ่งได้อีกด้วย

รองเท้า

การเลือกถุงเท้าสําหรับวิ่ง ควรหลีกเลี่ยงประเภทที่มีปุ่ม หรืออาจเลือกถุงเท้า Compression ที่สูงปิดน่อง ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อ และควรเลือกยี่ห้อรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อการวิ่งโดยเฉพาะ หากได้ทดลองวิ่งบนเทรดมิลล์ โดยมีเจ้าหน้าที่ในร้านคอยให้คําแนะนําว่าคู่ไหนเหมาะกับเราจะดีที่สุด ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ให้คําปรึกษา ต้องพิจารณาว่ารองเท้าคู่นั้นมีพื้นที่สําหรับวางนิ้วเท้าได้สบายๆ อาจต้องมีขนาดใหญ่กว่ารองเท้าปกติสักครึ่งไซส์ แต่หากเวลาวิ่งแล้วเท้าเลื่อนไปด้านหลังแปลว่ารองเท้าคู่นั้นใหญ่เกินไป

นาฬิกา

ควรเป็นนาฬิกาที่สามารถจับเวลาได้ ถ้าจะให้ดีควรเป็นนาฬิกา GPS ที่สามารถบอกระยะทางและระยะเวลาที่เราวิ่งมาแล้วได้ บางยี่ห้อสามารถช่วยควบคุมก้าวการวิ่งไม่ให้เร็วหรือช้าเกินไป ขณะวิ่งมาราธอน บางยี่ห้อสามารถบันทึกการฝึกฝนได้ด้วยการดาวน์โหลดแผนที่ ข้อมูลการวิ่ง หรือแม้แต่แชร์ความต้องการเกี่ยวกับการวิ่งของเรา เพื่อขอความช่วยเหลือจากนักวิ่งคนอื่นๆ

เข้าใจพื้นฐานของการวิ่งและสิ่งจำเป็นกันแล้ว เอาเป็นว่า มาดูโปรแกรมฝึกวิ่ง เพื่อให้คุณสามารถวิ่ง 5 กิโลเมตร ได้อย่างสบายๆ กันเลยดีกว่า




โปรแกรมฝึกวิ่ง เพื่อมือใหม่

คุณรู้ หรือ ไม่ ?

60-100 ครั้ง  คือ อัตราการเต้นของหัวใจต่อนาทีในผู้ใหญ่ ซึ่งอาจต่ําถึง 40 ครั้งต่อนาที หากร่างกายแข็งแรง ทว่าอัตราการเต้นของหัวใจเวลาตื่นนอน เป็นอัตราปกติของแต่ละคน
2013 ค.ศ. ที่คณะนักวิจัยจาก Lawrence Berkley National Laboratory  ซึ่งติดตามนักวิ่งกว่า 900,000 คน นาน 20 ปี พบว่า  การวิ่งลดความเสี่ยงโรคข้ออักเสบ ลดอัตราการเปลี่ยนข้อ หรือสะโพก ลงถึงครึ่งหนึ่ง


26 กุมภาพันธ์ 2562

วิ่งเปลี่ยนชีวิต ลดน้ำหนัก 40 กก. หนีโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจ จนหายเกลี้ยง

หากคุณคืออีกหนึ่งคนที่มีปัญหาเรื่องอ้วนอยู่ วันนี้เรามีแรงบันดาลใจดีๆ มาฝาก เป็นเรื่องราวของคุณจอย ซึ่งเธอใช้วิธีการลดน้ำหนักด้วยการวิ่งพร้อมกับสู้กับโรค และผลที่ได้จะเป็นอย่างไร มาชมกันเลย
เธอคนนี้เคยอ้วนถึงร้อยโล แถมยังเป็น โรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจเต้นผิดจังหวะอีก เธอมีชีวิตที่ยากลำบาก เพราะต้องกินยาวันละ 16 เม็ด ฉีดยาอินซูลีน
จนถึงวันที่รู้สึกว่าร่างกายไม่สามารถไปต่อได้แล้ว ร่างกายช้ำไปหมด น้ำตาลสูงมาก ความดันสูงมาก ไขมันพุ่งสุดๆหัวใจเต้นผิดจังหวะอีก ไม่มีอะไรดีเลย “จนถึงเวลาต้องเปลี่ยนตัวเอง” สามีคุณจอยบอกว่า ถ้าเรายังอยากอยู่ด้วยกันนานๆ เรามาเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตกันใหม่เถอะ มาสู้ไปด้วยกัน แม้ว่ามันจะยากก็ต้องทำ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยสักอย่างเดียว
เราเริ่มต้นด้วยการควบคุมอาหารเป็นอันดับหนึ่ง ในช่วง 2 เดือนแรก คุมกันเกือบทุกมื้อ หวาน มัน เค็ม เลี่ยงได้คือเลี่ยงเลย และต่อมาก็ค่อยๆปรับ มีการออกกำลังกายมาช่วยเสริมอีก เริ่มด้วยการเดิน จอยเดินอยู่เป็นเดือน จนน้ำหนักเริ่มลงเรื่อยๆ จาก 90-80-75 กก.
แล้วน้ำหนักก็หยุดนิ่งเกือบเดือน ทำให้จอยท้อมากๆ ผมเลยบอกให้จอยลองเริ่มวิ่ง ซึ่งมันยากมากๆ วันแรกวิ่งได้แค่ 100 เมตรก็ท้อ เหนื่อย หายใจไม่ทัน ปวดเข่าอีก ก็เลยหยุดวิ่ง เมื่อน้ำหนักไม่ลง ก็ต้องเปลี่ยนกิจกรรม ที่จอยชอบแทนเพื่อจะดีขึ้น
เลยไปเต้นแอโรบิกแทน จอยเต้นจนน้ำหนักตัวลดลงมาอีกจนถึง 70 กก.คราวนี้กำลังใจมาเต็มเปี่ยม ผมเลยชวนกลับมาวิ่งอีกครั้ง ครั้งนี้วิ่งไกลขึ้น วิ่งได้ถึง 1.5 กม. และก็วิ่งมาเรื่อยๆ จาก 1 เป็น 2 กม. เพิ่มเรื่อยๆ ตามกำลังที่พอไหว จนน้ำหนักลดลงอีกจนถึงเลข 6 ซึ่งจอยไม่เคยไปถึงเลข 6 เลย ตั้งแต่ป่วยเบาหวาน ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น พร้อมไปต่อสุดๆ กลายเป็นชอบวิ่งมากๆ วิ่งเช้า-วิ่งเย็น คุมอาหารควบคู่ไปด้วย จนเปลี่ยนวิธีชีวิตไปเลยก็ได้
พอถึงเวลาไปหาหมดตามนัด หมอก็เริ่มลดยาลงเรื่อยๆ กำลังใจมันก็มาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า “เราใช้ร่างกายมาหนักนานเท่าไหร่แล้ว ร่างกายเราต้องทำนูนทำนี่มาตลอด แต่เราไม่เคยรักษาฟื้นฟูเลย” จนถึงวันที่ร่างกายไม่ไหวจะไปต่อ สารพัดโรคก็พร้อมจะเข้ามารุมเร้าตลอดเวลา ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเปลี่ยน หันมารักสุขภาพตัวเอง ดูแลตัวเอง ก่อนที่มันจะสายเกินไป มาบอกรักตัวเองด้วยการออกกำลังกายและคุมอาหารกันเถอะ
วันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก ไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาจริงๆ กับสิ่งที่หมอบอกผมกับจอย เป็นการหาหมอที่คุ้มค่า คุ้มเวลาที่สุด หัวใจมันพองโต ตื่นเต้นไปหมด เมื่อได้ยินหมอพูดมาประโยคนึงว่า …..
“ตั้งแต่หมอตรวจคนไข้มาถึงทุกวันนี้ มีแค่ 10 คน ที่ทำได้ รักษาโรคให้หายได้ด้วยตัวเอง ค่าทุกอย่างปกติมากๆ ดีขึ้นทั้งน้ำหนัก ทั้งค่าต่างๆ ลดลง เพราะฉะนั้น คุณจอยไม่ต้องกินยาใดๆ อีกต่อไปแล้ว คุณหายเป็นปกติด้วยพฤติกรรมตัวเอง” ขอบคุณคำแนะนำดีๆ และความรู้ต่างๆ จากคุณหมอ อรรถสิทธ์ โนวังหาร ขอบคุณจากใจเราสองคน
1 ปี 5 เดือน มันช่างคุ้มค่าเป็นที่สุด น้ำหนักจอยลดมาจาก 90 กก. ตอนนี้เหลือ 51 กก. รูปร่างสมส่วน เอวเดิม 40 นิ้ว ทุกวันนี้ เอว 26 นิ้ว เหมือนได้ชีวิตใหม่ มีความสุขที่สุดจริงๆ รักใครให้ชวนออกกำลังกายนะครับ
แรงบันดาจใจของคนขี้โรค ผ่านเรื่องราวบนเหรียญ
ทุกอย่างไม่มีคำว่าสายถ้าเริ่มลงมือทำ ก้าวแรกคือก้าวที่สำคัญ ถ้าใจพร้อมร่างกายมก็พยายามจนได้ ไม่เสียดายเวลาและเงินที่ลงกิจกรรมงานวิ่งต่างๆเลย เพราะผลของมันชัดเจนมาก หนึ่งปีที่ผ่านมาทำให้รู้ว่า กำแพงบ้านฝาบ้านจะไม่มีที่แขวนเหรียญแล้ว ถ้วยรางวัลที่ได้อาจไม่ใช่งานใหญ่โตหรืองานที่มีนักวิ่งแถวหน้า แต่ก็เป็นงานที่ทำให้มีกำลังใจในการก้าวต่อไป เราจะไม่หยุด

แหล่งที่มา: วิ่งหนีโรค, Chanalong Wongdaeng, ขนิษฐา จันทร์ศิริ MThai

14 พฤษภาคม 2560

รู้มั้ย เคล็ดลับกินทุเรียนยังไงให้ไม่อ้วน !!


     เข้าสู่ฤดูกาลช่วงปลายหน้าร้อน ที่ใคร หลายๆ คนต่างรอคอยแล้ว แม้ปีนี้เราอาจจะไม่ได้มีน้ำให้เล่นสงกรานต์กันอย่างฟู่ฟ่าก็อย่าเพิ่งน้อยใจไป เพราะนอกเหนือจากเทศกาลเด็ดอย่างสงกรานต์แล้ว ผลไม้ในช่วงหน้าร้อนนั้นเอง! 
      และนอกเหนือจากเจ้ามะม่วง หรือข้าวเหนียวมะม่วงสุดอร่อยแล้ว   เราจะลืมราชาแห่งผลไม้อย่าง ทุเรียน ไปไม่ได้เลย!  แต่พูดถึงทุเรียน หลายๆ คนอาจจะยี้ ไม่ใชเพราะกลิ่นหรือรสชาติ แต่เพราะหลายคนเชื่อว่ามันชวนให้อ้วนต่างหากละ เอาละ ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะเรามีเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้กินทุเรียน แล้วไม่อ้วน  แถมยังดีต่อสุขภาพมาฝากด้วยคะ...

1. เลือกทุเรียนห่าม

รู้หรือไม่ การที่คุณเลือก ทุเรียน ห่ามๆ จะดีต่อร่างกายมากกว่า เพราะมีน้ำตาลน้อย แต่ถ้าเลือกไม่ได้ ก็สามารถกินทุเรียนสุกได้ เนื่องจากงานวิจัยพบว่า ทุเรียนมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ "เคอซิทิน"  ซึ่งเป็นตัวเดียวกับในหอมใหญ่และองุ่น และทั้งนี้พลังต้านอนุมูลอิสระของทุเรียนสุก จะมีมากกว่า มังคุด ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะม่วง อีกด้วยนะ!

2. กินไม่เกิน 2 พูต่อสัปดาห์

  ทุเรียนแต่ละลูกจะมี4-5พู แต่ละพูก็จะมี1-3เม็ด และจริงๆ แล้วทุเรียนมีประโยชน์ หากได้ทานในปริมารที่พอเหมาะ และถ้าคุณอยากจะกินเพื่อสุขภาพ ก็ให้กินได้ครั้งละไม่เกิน 2 พูต่อสัปดาห์ และถ้ามื้อไหนกินทุเรียน ก็ให้ลดปริมาณการทานข้าวลง เพื่อสมดุลของสุขภาพร่างกาย รวมทั้งน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตทีได้รับ

3. อดใจ Say No ทุเรียนน้ำกะทิ

ทุเรียนน้ำกระทิ อาจเป็นของโปรดของใครหลายๆ คน  จริงๆ นานๆ ครั้งก็ทานได้  ถ้าทานบ่อยๆ ก็ไม่ขอแนะนำ เพราะอุดมไปด้วยน้ำตาลทั้งจากทุเรียน ข้าวเหนียว และไขมันจากกะทิ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการร้อนในได้ แถมยังช่วยเพิ่มปริมาณน้ำหนักของคุณได้อีกต่างหาก

4. ทานพร้อมผลไม้ฤทธิ์เย็น หรือน้ำเยอะ

หากคุณอยากจะทานทุเรียน ก็ขอให้กินทุเรียนกับผลไม้เนื้อเย็น หรือน้ำเยอะ เช่น มังคุด ลองกอง แตงโม เพราะจะช่วยดับร้อนได้ดี และช่วยปรับสมดุลฤทธิ์ร้อนเย็นในร่างกายได้อีกด้วย

5. ห้ามกินรวมกับแฮลกฮอล์

คอสุราเมรัยทั้งหลาย  ขอเตือนไว้เลยว่า อย่ากินทุเรียนร่วมกับเหล้า แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะจะทำให้ยิ่งร่างกายของคุณร้อนจัด ขาดน้ำ และช็อกได้ เนื่องจากกำมะถันในทุเรียนละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะ!

         อยากมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย ทำได้ไม่ยาก แค่ใส่ใจสิ่งที่เราจะทานเข้าไปกันสักนิด เพราะการทานอะไรที่มากเกินความพอดี ย่อมนำมาซึ่งสิ่งไม่พึงประสงค์ได้นะจ๊ะ  ขอให้ซัมเมอร์นี้ เอ็นจอยกับทุเรียนกันนะทุกคน!

ที่มา : dailynews

 FaceBook

8 พฤษภาคม 2560

6 เคล็ดลับ ที่จะช่วยให้รูปร่างดีและมีความสุข

6 เคล็ดลับที่จะช่วยให้รูปร่างดีและมีความสุข
6 เคล็ดลับที่จะช่วยให้รูปร่างดีและมีความสุข


    วันนี้มี 6 เคล็ดลับ ที่จะทำให้คุณสุขภาพดีแถมมีความสุขมากฝาก งานนี้ทำได้ไม่ยากแต่จะมีวิธีไหนบ้างตามมาเลย

1.  อารมณ์ดี
         เพราะการที่มีอารมณ์ดีจะช่วยให้คุณมีสุขภาพดี และนอกจากนี้ยังช่วยส่งผลให้ผิวคุณสวยงามยิ่งขึ้น
2.  พักผ่อนให้เพียงพอ
        การนอนหลับ นอกจากการจะเป็นการพักผ่อนแล้ว การนอนหลับยังช่วยให้ฮอร์โมนหลั่งดีขึ้น
3.  จดและบันทึก
        ลองจดและบันทึกดูกิจกรรมแต่ละวันว่าเราทำอะไรไปบ้าง เช่น วันนี้ไปกี่นาที หรือวันนี้รับประทานอาหารอะไรไปบ้าง เป็นต้น
Advertisement
4.  ลองทำอะไรใหม่ๆบ้าง
         เช่นลองปรับเปลี่ยนวิธีการทาน อาจจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น บางสิ่งอาจจะไม่ถูกใจปาก แต่มันอาจจะดีต่อร่างกาย
5.  ลองเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกาย
        อาจจะเปลี่ยนจากการวิ่งบนลู่ ไปเป็นการวิ่งในสนามหรือพื้นหญ้า เพื่อให้ร่างกายได้สูดอากาศบริสุทธิ์
6.  อย่ากลัวว่าใครจะว่าคุณว่าหุ่นไม่ดี
        มั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเอง วันนี้หุ่นเราอาจจะไม่เฟอร์เฟค แต่หากหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอรับรองได้ว่าสักวันคุณต้องมีรูปร่างที่สวยอย่างแน่นอน
ขอขอบคุณ
ข้อมูล : Fitness First Thailand

 FaceBook

เคล็ดลับ วิธีแก้ออกกำลังกายประจำ แต่ทำไมน้ำหนักไม่ยอมลด!!

ออกกำลังกายประจำแต่น้ำหนักไม่ลด…..(มีทางแก้!!)

ออกกำลังกายประจำแต่น้ำหนักไม่ลด…..(มีทางแก้!!)หลายคนอาจนึกสงสัยเกี่ยวกับวิธีออกกำลังของตัวเอง ว่าทำไมน้ำหนักถึงไม่ลด หรือกล้ามเนื้อไม่เพิ่มขึ้นสักที ทั้งที่พยายามออกกำลังเป็นประจำ ผ่านไป 2-3 เดือนทุกอย่างก็ดูไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไร

    หลายคนอาจนึกสงสัยเกี่ยวกับวิธีออกกำลังของตัวเอง ว่าทำไมน้ำหนักถึงไม่ลด หรือกล้ามเนื้อ ไม่เพิ่มขึ้นสักที ทั้งที่พยายามออกกำลังเป็นประจำ ผ่านไป 2-3 เดือนทุกอย่างก็ดูไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไร
ใครเจอปัญหานี้อยู่ เราอยากให้มาดูกันก่อนว่า แท้จริงแล้วการออกกำลังของคุณไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร มาจากข้อผิดพลาด 7 ประการนี้หรือไม่ ถ้าใช่…เราก็มีทางแก้มาแนะนำ คุณจะได้เอาไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้ทุกหยาดเหงื่อที่เสียไปไม่สูญเปล่า
ไม่เพิ่มความท้าทายใหม่ๆ ให้กับการออกกำลัง
ไม่ว่าคุณจะออกกำลังโดยการวิ่งหรือเล่นเวท ร่างกายจะใช้พลังงานและกล้ามเนื้อเยอะมากจนรู้สึกได้ในช่วงแรกๆ แต่พอผ่านไปสักระยะ เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว ถ้ายังออกกำลังเท่าเดิมไปเรื่อยๆ บอกเลยว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการอย่างแน่นอน เพราะร่างกายไม่ได้พัฒนาขีดความสามารถไปมากกว่าเดิม
ทางแก้ :   เพิ่มความท้าทายให้ร่างกาย โดยการเพิ่มระยะทางวิ่ง หรือเพิ่มน้ำหนักเวท หรือเพิ่มความเข้มข้นให้การออกกำลังกายชนิดอื่นๆ ที่คุณทำอยู่
กินคาร์โบไฮเดรตผิดประเภท
หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานสำคัญต่อการออกกำลังกาย ทว่าบางคนกลับเลือกกินคาร์โบไฮเดรตชนิดไม่ดี จากอาหารที่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว และพาสต้า เป็นต้น ซึ่งคาร์โบไฮเดรตชนิดนี้จะไปสะสมในร่างกายในรูปแบบของไขมัน แทนที่จะนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน
ทางแก้ : กินอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีทและโฮลเกรน ซึ่งจะให้คาร์โบไฮเดรตชนิดดี ที่ร่างกายสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานในการออกกำลังได้ดีกว่า
กินธาตุเหล็กไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
นอกเหนือจากการบริโภคคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม การเลือกกินอาหารที่มีธาตุเหล็กก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากธาตุเหล็กทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ส่งผลให้กล้ามเนื้อทนต่อความเมื่อยล้าได้ดีขึ้น ผลการวิจัยที่ปรากฏในวารสาร Quality of Life Research พบว่า สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ง่าย เพราะร่างกายขาดธาตุเหล็กนั่นเอง
ทางแก้ : กินอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่นอาหารจำพวกเนื้อวัว เนื้อหมู ผักใบเขียว และถั่ว เป็นต้น
ออกกำลังผิดวิธี
การออกกำลังผิดวิธีไม่เพียงทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายในการออกกำลังที่วางไว้ด้วย ไม่ว่าการลดน้ำหนักหรือการสร้างกล้ามเนื้อ
ทางแก้ : ใครที่เพิ่งออกกำลังได้ไม่นาน หรือยังไม่รู้วิธีฝึกที่ถูกต้อง แนะนำให้ไปขอคำปรึกษาจากเทรนเนอร์ก่อนเสมอ
พักผ่อนไม่เพียงพอ
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sports Medicine พบว่า การนอนหลับน้อยกว่า 7 ชั่วโมงแบบต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวช้า เมื่อไปออกกำลังก็จะรู้สึกเหนื่อยง่ายอย่างเห็นได้ชัด
ทางแก้ : พักผ่อนให้เต็มอิ่มอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนได้เพียงพอสำหรับการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
ไม่ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย
สำหรับคนที่เพิ่งออกกำลังมาได้ไม่นาน แล้วฝึกได้ไม่เท่าไรก็รู้สึกปวดกล้ามเนื้อ นั่นอาจเป็นเพราะกล้ามเนื้อไม่มีความยืดหยุ่นมากพอ ส่งผลให้ปวดและอาจถึงขั้นกล้ามเนื้อฉีกขาดเลยก็ได้
ทางแก้ : ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังทุกครั้งสัก 5 นาที เพื่ออบอุ่นร่างกายและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ
ใช้เวลาพักระหว่างเซตนานเกินไป
โดยทั่วไปแล้ว การพักระหว่างเซตจะใช้เวลาราว 30 วินาทีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 90 วินาที แล้วฝึกเซตต่อไป จะช่วยให้กล้ามเนื้อได้รับการบริหารอย่างต่อเนื่อง แต่หากพักนานเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อไม่พร้อมทำงานจนต้องวอร์มใหม่อีกรอบ เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและพร้อมจะรับการฝึกอีกครั้ง
ทางแก้ : ก็ง่ายๆ และชัดเจน ว่าไม่ควรพักระหว่างเซตนานเกิน 90 วินาที
        เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ใครที่อยากออกกำลังกายให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ลองพิจารณาความผิดพลาด แล้วนำทางแก้เหล่านี้ไปปรับใช้ เชื่อว่าถ้าทำได้และเอาจริง จะช่วยให้คุณออกกำลังได้สำเร็จตามเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน
ที่มา : www.penthouse-thailand.com