แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โควิด2019 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โควิด2019 แสดงบทความทั้งหมด

27 มีนาคม 2563

สาธารณสุขประกาศเตือน!! คนที่ชอบใส่แหวน นาฬิกา เสี่ยงติดโควิด-19




จากสถานการณ์การแพรระบาดของไวรัสโควิด-19 ล่าสุดนั้น จึงขอเตือนคนที่ชอบใส่แหวนและนาฬิกา เพราะเป็นแหล่งของเชื้อโรคนั่นเอง

เพื่อเตือนเรื่องการสวมแหวนและ นาฬิกา แนะให้ทำความสะอาดเช็ดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำ และระวังการ จับต้องสิ่งของ หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพ และระมัดระวังกันด้วยนะคะ

26 มีนาคม 2563

วิธีดูแลสุขภาพจิตใจ ในช่วงโควิด-19 ระบาด


ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต้องยอมรับว่า ในช่วงนี้หลายคนวิตกกังวล เครียด และหวาดกลัวกันอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของบางคนเลยก็ว่าได้ แล้วเราจะมีวิธีการเตรียมพร้อมรับมือและดูแลสุขภาพจิตในช่วงนี้อย่างไรดี? 


ภาพประกอบ : pixabay

6  วิธีคลายเครียดและดูแลสุขภาพจิตใจในช่วงโควิด-19 ระบาด ทำได้ง่าย ๆ  ดังนี้
1.  ลดการเสพข่าวที่สร้างความวิตกกังวลและบั่นทอนจิตใจต่าง ๆ 
2.  ระวังเว็บไซต์ข่าวปลอม โดยหากต้องการติดตามข่าวสารการระบาดของ COVID-19 ให้ติดตามจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น เช่น เว็บไซต์ WHO หรือกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังและรับมือได้อย่างเหมาะสม
3.  พูดคุยกับคนในครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือคนที่ไว้ใจ เพราะช่วยให้คลายความรู้สึกกังวลหรือเครียดได้เป็นอย่างดี
4.  พยายามรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 
5.  ไม่ใช้บุหรี่ สุราหรือยาเสพติดอื่น ๆ เพื่อจัดการกับความเครียด
6.  หากคุณรู้สึกเครียดหรือรู้สึกวิตกกังวลจนหาทางออกไม่ได้ แนะนำให้ปรึกษานักจิตวิทยาหรือพบจิตแพทย์จะดีที่สุด

ทั้งนี้กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำ 5 คาถา “อย่ากลัว” COVID-19
1.  อย่ากลัวไวรัส จนเชื่อข่าวปลอมข่าวลือ หรือเพิ่มความหวาดวิตกให้สังคม
2.  อย่ากลัวคนอื่น จนไม่กล้าเข้าใกล้ใคร หรือทำร้ายคนอื่นทางกายและจิตใจ
3.  อย่ากลัวความลำบาก จนไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ล้างมือ ไม่ดูแลตัวเอง
4.  อย่ากลัวการรักษา จนปกปิดประวัติตัวเอง หรือไม่ยอมไปตรวจเมื่อมีอาการ
5.  อย่ากลัวอดเที่ยว จนสุดท้ายกลายเป็นเสียน้อย เสียยาก เสียมาก เสียง่าย
.

ข้อมูลอ้างอิง : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข,  เพจกองปราบปราม

25 มีนาคม 2563

สรุปสาระสำคัญของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 1


สรุปสาระสำคัญของ
พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 1
—————
ข้อมูลเบื้องต้น
.
ชื่อเต็ม:
ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1)
ระยะเวลาบังคับใช้:
26 มีนาคม - 30 เมษายน 2563
—————
สาระสำคัญ
.
1.  ห้ามประชาชนไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19
2.  ให้ทุกจังหวัดปิดสถานที่เสี่ยง ต่อไปนี้ สนามมวย สนามม้า สนามกีฬา สนามเด็กเล่น ผับ อาบอบนวด นวดแผนโบราณ สปา ฟิตเนส สถานบันเทิง สถานที่แสดงมหรสพต่าง ๆ
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ศาสนสถาน สถานีขนส่ง ตลาด ห้างสรรพสินค้า ให้แต่ละจังหวัดพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม

3.  ห้ามคนต่างชาติเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ทั้งทางอากาศ ทางน้ำ ทางบก ยกเว้นคณะทูต ผู้ขนส่งสินค้าจำเป็น นักบิน ลูกเรือ (แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ) 

4.  ห้ามกักตุนสินค้า เช่น ยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม และสินค้าอื่นที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

5.  ห้ามชุมนุมและมั่วสุม
6.  ห้ามแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 ที่เป็นเฟกนิวส์และทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ถ้าพบ เจ้าหน้าที่จะเตือนให้แก้ข่าวหรือดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

7.  ให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ เตรียมโรงพยาบาลสนาม เตียง ยา เวชภัณฑ์ และขึ้นทะเบียนบุคลากรทางการแพทย์ที่เกษียณไปแล้ว

8.  บุคคล 3 ประเภทต่อไปนี้ให้อยู่ในบ้าน (ยกเว้นออกไปทำธุระจำเป็น เช่น พบหมอ ขึ้นศาล) ได้แก่
.
- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
- คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ

9.  ส่วนคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศสามารถกลับประเทศได้ แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางทางอากาศ หรือติดต่อขอหนังสือรับรองจากสถานทูตไทยในประเทศนั้น ๆ

10.  ให้กรุงเทพฯ และแต่ละจังหวัดจัดตั้งจุดตรวจตามถนนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การก่ออาชญากรรม และการมั่วสุม

11.  ปฏิบัติตามมาตราการป้องกันโรค ที่ทางราชการกำหนด
.
-  ให้ทำความสะอาด ก่อนและทำ สถานที่ที่ทำงานและ กำกัดขยะมูลฝอยทุกวัน
-  สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
-  ล้างมือด้วย สบู่ แอลกอฮอล์ เจล หรือยาฆ่าเชื้อโรค
-  เว้นระยะห่างกัน อย่างน้อย 1 เมตร
-  ห้ามชุมนุม หรืออยู่ที่แออัด
.
เจ้าหน้าที่ อาจจะติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตัวในมือถือได้ ในบางกรณี

12.  สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐยังเปิดตามปกติ ยกเว้นสถานศึกษาที่ประกาศปิดไปก่อนหน้านี้แล้ว
 กิจการที่รัฐสนับสนุนให้เปิดเพื่อความสะดวกของประชาชน ได้แก่ โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา ร้านอาหาร (ต้องซื้อไปทานที่บ้าน) ร้านสะดวกซื้อ โรงงาน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ตลาดขายอาหารและสินค้าจำเป็น ปั๊มน้ำมัน ธุรกิจเดลิเวอรี-ออนไลน์
.
ส่วนห้างสรรพสินค้าให้เปิดเฉพาะแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกยา และแผนกสินค้าจำเป็น

13.  ยังไม่ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด แต่จะจัดตำรวจ-ทหารไปตั้งจุดสกัดรอยต่อระหว่างจังหวัด เพื่อตรวจสอบดังต่อไปนี้
.
- ผู้โดยสารบนรถต้องนั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
- ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือติดตัว
- ยอมให้เจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมิร่างกาย ถ้าอุณหูมิสูงจะถูกส่งไปกักกันตัว
- ยอมให้ติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตัวในมือถือ
- พกบัตรประชาชนและกรอกแบบฟอร์มข้อมูลทั่วไป

14.   พิธีการทางสังคมต่าง ๆ เช่น งานแต่ง งานศพ งานบุญ ให้จัดได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค

15.  ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 1 - ข้อ 5   มีความผิด ตามมาตรา แห่งพรก.ฉุกเฉิน
16.  การบังคับใช้ ทุกพื้นที่ ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป  และจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง


—————
สรุป 3 คำถาม
:
1.  ปิดประเทศหรือยัง?
.
ตอบ : ยังไม่ปิดประเทศและยังไม่ปิดสนามบิน เพราะต้องรอให้คนไทยกลับเข้าประเทศ แต่คนต่างชาติเข้ามาไม่ได้แล้ว

2.  ปิดเมืองหรือไม่?
.
ตอบ ยังไม่ปิดเมือง แต่ไม่สนับสนุนให้เดินทางข้ามจังหวัด จึงนำมาตรการที่ยุ่งยากลำบากมาใช้เพื่อลดการเดินทาง

3.  ประกาศเคอร์ฟิวหรือยัง?
.
ตอบ ยัง เคอร์ฟิวกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เคอร์ฟิวคือการห้ามออกจากที่พักในเวลาที่กำหนด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ห้าม

3 วิธีเอาชนะ Covid-19 ที่เป็นไปได้มากที่สุด ???


สำหรับ 3 วิธีที่นักวิทยาศาสตร์คิดว่า เราจะสามารถเอาชนะเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ เเละเป็น 3 วิธีที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด

วิธีที่ 1 คือ การคิดค้นวัคซีกป้องกันเชื้อไวรัส วิธีนี้ทั้งโลกเองก็กำลังร่วมมือกันคิดค้นอยู่ การรับวัคซีนป้องกันไวรัสเเล้วก็จะเป็นการป้องกันการติดเชื้อได้เเต่วิธีนี้มีการคาดการไว้ว่า
การคิดค้นวัคซีนนั้นจะต้องใช้เวลานานพอสมควร หรืออาจจะมากถึงปี 2021 ปัจจุบันก็มีการทดลองวัคซีนกับมนุษย์คนเเรกเเล้ว

วิธีที่ 2 คือ การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หรือการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายหลังหายจากการติดเชื้อเเล้วหายดีเเล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานตลอดชีวิตทำให้ไม่ติดเชื้อนั้นอีกต่อไป
หากทุกคนติดเชื้อเเล้วหายเอง มีภูมิคุ้มกันเเล้วเชื้อก็จะไม่สามารถเเพร่ได้อีกต่อไป เเต่วิธีนี้มีความเสี่ยงมากหากมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก การรักษา ระบบสาธารสุขอาจจะไม่เพียงพอ ผู้เสียชีวิตก็จำนวนมากได้

วิธีที่ 3 คือ การจำกัดจำนวนผู้ติดเชื้อ วิธีนี้เป็นวิธีที่ทั่วโลกกำลังใช้อยู่ คือการจำกัดจำนวนผู้ติดเชื้อ ไม่ให้เชื้อเเพร่ไปมากเกินกว่าการควบคุมได้ ควบคู่กับการรักษา
การชะลอการติดเชื้อให้มีผู้ติดเชื้อในจำนวนที่ควบคุมได้ เพื่อรอวันที่สามารถคิดค้นวัคซีนได้สำรวจ สำหรับผู้ที่หายดีเเล้วก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง
.
3 วิธีนี้เป็น 3 วิธีที่เป็นทางที่จะเอาชนะเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ เหมือนในอดีตที่มนุษย์สามารถเอาชนะโรคร้ายต่างๆมาได้ เเละครั้งนี้เราก็จะเอาชนะโรคร้ายได้เหมือนครั้งในอดีต
.
.
ที่มา
BBC ของอเมริกาที่มีข่าวออกมา


การประกาศ เคอร์ฟิว หรือ การห้ามออกจากเคหสถานเวลาค่ำคืน คืออะไร ?


เคอร์ฟิว หรือ การห้ามออกจากเคหสถานเวลาค่ำคืน

การห้ามออกจากเคหสถานเวลาค่ำคืน หรือ เคอร์ฟิว หมายถึง คำสั่งของรัฐบาลให้ประชาชนกลับเคหสถานก่อนเวลาที่กำหนด อีกนัยหนึ่งคือการห้ามประชาชนออกจากเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด (มักเป็นเวลากลางคืน) ซึ่งเป็นการกำหนดขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือให้ความสะดวกต่อการปราบปรามกลุ่มเป้าหมาย โดยคำว่า คำว่า "เคอร์ฟิว" (curfew) ในภาษาอังกฤษ มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า couvre feu แปลว่า ดับไฟ (couvre = ดับ, feu = ไฟ)
โดยการประกาศ เคอร์ฟิว นั้นเรียกว่าเป็น สถานการณ์ฉุกเฉิน (state of emergency) คือ สถานการณ์อันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งรัฐ หรืออันอาจทำให้รัฐตกอยู่ในภาวะคับขันหรือภาวะการรบหรือการสงคราม ซึ่งฝ่ายบริหารรัฐมีอำนาจประกาศว่าพื้นที่ใดกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เช่นว่าโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายของรัฐนั้นๆ ซึ่งให้อำนาจพิเศษในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน และมักเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล อย่างไรก็ดี กฎหมายว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ไม่เบ็ดเสร็จเท่ากฎอัยการศึกหรือกฎหมายที่ใช้ในสภาวะสงคราม
การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมักมีภายหลังจากการเกิดภัยธรรมชาติ การก่อความไม่สงบ หรือการประกาศสงคราม ซึ่งอาจมีผลให้เจ้าหน้าที่บางฝ่ายต้องหยุดการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ลงชั่วคราว โดยอำนาจหน้าที่เช่นว่านั้นอาจรวมศูนย์ไปยังเจ้าหน้าที่อีกฝ่ายเพื่ออำนวยความสะดวกในการควบคุมสถานการณ์โดยไม่ชักช้า และอาจนำไปสู่การห้ามออกจากเคหสถาน (อังกฤษ: curfew) หรือการห้ามมั่วสุมชุมนุมกันเพื่อการใด ๆ ก็ดี ณ พื้นที่นั้นในระหว่างที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

การประกาศและการยกเลิกประกาศ

การประกาศว่าท้องที่ใดกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และสมควรใช้กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เข้าร่วมกันเยียวยาสถานการณ์นั้น เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี โดยจะประกาศทั้งราชอาณาจักรหรือบางท้องที่ก็ได้ และประกาศนี้มีอายุใช้บังคับสามเดือนนับแต่วันประกาศ แต่นายกรัฐมนตรีอาจขยายอายุดังกล่าวได้คราวละไม่เกินสามเดือนโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ม.5 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)
ในบางสถานการณ์ หากไม่อาจขอความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที นายกรัฐมนตรีก็มีอำนาจประกาศไปก่อน ค่อยขอความเห็นชอบทีหลังภายในสามวันนับแต่วันประกาศ หากคณะรัฐมนตรีไม่ให้ความเห็นชอบ ประกาศเช่นว่าจะเป็นอันสิ้นสุดลง (ม.5 ว.1 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)
เมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินสิ้นสุดลงแล้วก็ดี เมื่อคณะรัฐมนตรีไม่ให้ความเห็นชอบก็ดี หรือเมื่ออายุของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับหนึ่ง ๆ สิ้นสุดลงก็ดี นายกรัฐมนตรีจะมีประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น (ม.5 ว.3 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)
ทั้งนี้ ในกฎหมายเดิมกำหนดให้การประกาศและยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกัน (ม.21 พ.ร.บ. ฉุกเฉิน)

24 มีนาคม 2563

ไทยติดเชื้อโควิดพุ่งก้าวกระโดด แพร่ระบาด 47 จังหวัด หวั่น คุมไม่อยู่ !!


ข้อมูลตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดในต่างจังหวัด  ซึ่งขณะนี้ได้แพร่ระบาดไปยังพื้นที่ 47 จังหวัด โดยพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่มาจากสนามมวยเกือบทั้งส้ิน และมีแนวโน้มที่จะเจอผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไปสัมผัสเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่หลายคนยังไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยไม่กักตัวเองแต่อย่างใด


22 มีนาคม 2563

ลิเดีย แชร์ข้อมูลอาการป่วย และขอความร่วมมือจากทุกคนให้อยู่บ้าน : Social Distancing

ได้รับการตรวจสอบแล้ว


ลิเดีย แชร์ข้อมูลอาการป่วย และขอความร่วมมือจากทุกคนให้อยู่บ้าน : Social Distancing 
แชร์ข้อมูลค่ะ:

หลังจากที่ต้องแยกกันมาอาทิตย์กว่า ตอนนี้เดียกับพี่แมทได้อยู่ด้วยกันแล้วค่ะ มีกำลังใจดีขึ้นเยอะค่ะ
อาการช่วงแรกของเดียที่เข้าโรงพยาบาลคือไม่เป็นอะไรเลยที่บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นหวัด ไม่เจ็บคอแล้ว ไม่มีน้ำมูกเลย ไม่ไอ แต่มีไข้ 37กว่า ก็เลยทำให้คิดว่ากำลังจะหาย จากการ Xray วันแรกก็ไม่เห็นอะไรในปอด สัญญาณทุกอย่างดีหมด แต่คุณหมอท่านสั่งทำ CT scan วันรุ่งขึ้น ผลออกมาคือไวรัสเข้าไปในปอดแล้ว แต่ไม่แสดงอาการเลย เดียไม่หอบ ไม่เหนื่อย ระดับออกซิเจนดีหมด แต่ปอดเริ่มอักเสบ


เดียถูกย้ายไปไอซียูเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดและเริ่มทานยาทันที เดียรู้สึกแข็งแรงดีทุกอย่าง หายใจได้ ไม่มีอาการหวัด แต่มีผลข้างเคียงจากยาที่ทานเพราะค่อนข้างแรงและเยอะ อาการจากยาก็จะมีเวียนหัว คลื่นไส้ ท้องเสีย ไม่อยากอาหาร และตามัวเหมือนสายตาสั้น ก็ต้องพยายามทานข้าวให้ได้เพื่อจะได้ทานยา
หลังจากเริ่มยาและอยู่ไอซียูมา 5 วัน เดียไม่มีไข้แล้ว สัญญานทุกอย่างดี Xray ปอดดูไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ก็ได้ย้ายออกจากไอซียู ตอนนี้ได้อยู่ด้วยกันกับพี่แมทแล้วค่ะ


อาการของพี่แมทแตกต่างจากเดีย พี่แมทไปถึงโรงพยาบาลวันแรกๆมีไข้และคัดจมูกและมึนๆหัวนิดหน่อย แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีไข้ไปอีก3วัน ตอนนั้นไม่ได้ทานยา ก็คิดว่าเริ่มดีขึ้น แล้วปล่อยให้หายเองได้ แต่หลังจากนั้นไข้กลับมาใหม่และท้องเสียหมอรีบ Xray ก็พบว่าเริ่มมีอาการปอดอักเสบเหมือนเดีย  พี่แมทจึงเข้า ICU และเริ่มยาทันที หลังจากกินยา ตอนนี้ทั้งคู่ไม่มีไข้แล้ว และออกจากไอซียูแล้ว


ตอนนี้คุณหมอและพยาบาลทำงานกันหนักโดยที่ไม่ได้กลับบ้านกันเลย ขอความร่วมมือจากทุกคนให้อยู่บ้าน อย่าออกไปรวมตัวกันเป็นกลุ่มข้างนอก ถ้าจำเป็นต้องออกก็ขอให้ใช้ความระมัดระวัง พยายามหลีกเลี่ยงที่ๆคนเยอะๆ ช่วยกันนะคะ เราจะได้ผ่านมันไปได้ค่ะ

.

ที่มา :
lydiasarunrat

21 มีนาคม 2563

8 คำแนะนำเรื่องไวรัสโควิด-19 จาก "หมอก้อง สรวิชญ์" หมอทหารและนักแสดง


คุณหมอก้องพูดดีนะ มาอ่านกันค่ะ 👍

#วงการแพทย์หลายคนยังพูดไม่ตรงกัน!!
#เรียกสติกันหน่อย !!! กลัวจะเป็นบ้าก่อนเป็น #โควิด-19

8 คำแนะนำเรื่องไวรัสโควิด-19 
จาก "หมอก้อง สรวิชญ์" หมอทหารและนักแสดง

1.  เชื้อไวรัสมันเก่ง แต่คนเราก็เก่งในการปรับตัวแข่งกับมันเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำให้เม็ดเลือดขาวของเราเก่งกว่าไวรัสให้ได้ ดูแลตัวเองให้ดี #ทำตัวเองให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย  #อะไรที่เสริมได้ตอนนี้ให้เสริมไปเลย เช่น #วิตามินต่าง ๆ

2.  อย่าวิตกกังวลมากเกินไป ผมพูดกับคนไข้ทุกคนว่า สมมุติเราซวยเกิดเป็นขึ้นมาจริง ๆ เป็นแล้วยังไง เป็นแล้วก็เป็นสิ เป็นก็รักษาเท่านั้นเอง เพราะโรคนี้มันไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น #อัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าไข้หวัดใหญ่ #แต่ที่โรคนี้ดูน่ากลัวเพราะมันติดง่าย

3.  กลัวได้ แต่ให้กลัว แบบระวังป้องกัน ตอนนี้หลายคนยังไม่ได้เป็นโควิด-19 เลย แต่จะเป็นบ้าแล้ว และเราจะหมดความเป็นคนแล้วเพราะเราบูลลี่กัน ถ้าเราใช้คำว่ามนุษย์เราต้องไม่บูลลี่กัน คนที่เอาแต่ด่าคนอื่น ผมว่ามันไม่ใช่คน

4.  ตอนนี้ทุกคนได้รับผลกระทบกันหมด ยิ่งอาชีพผมยิ่งมีผลกระทบมากกว่าคนอื่น และมีโอกาสเจอเชื้อโรคเยอะกว่า เพราะผมตรวจคนไข้อยู่บ้านไม่ได้ ถามว่ากลัวไหม ไม่กลัวครับ มีใครไม่ตายบ้าง ถ้าเกิดจะตายเพราะติดโควิด-19 อย่างน้อยเราก็ป้องกันให้ดีที่สุดก่อนตายก็แล้วกัน

5.  การกลัวไม่แปลกเพราะมันก็น่ากลัว แต่ถ้าถึงขั้นวิตก ไม่เป็นอันกินอันนอน นั่นคือคุณยังไม่ทันติดโควิด-19 เลย แต่คุณเป็นโรคอื่นแล้ว เชื้อโรคไม่ได้ทำอะไรคุณเลย แต่คุณทำตัวเอง #ให้เอาความกังวลมาทำสิ่งที่น่าทำมากกว่าการมานั่งกลัว นั่นคือการดูแลตัวเองและไม่ประมาท

6.  การป้องกันโควิด-19 #ใช้แค่แมสก์ผ้าก็พอ ไม่จำเป็นต้องแมสก์เขียวแมสก์ฟ้า เพราะมันติดจากสารคัดหลั่ง จากเชื้อที่อยู่ในน้ำลาย ซึ่งแมสก์ผ้าก็กันได้ แล้วก็ซักเอา

7.  ที่สำคัญคือการ #ล้างมือให้สะอาด กินอาหารสุก กินของร้อน ควรฝึกให้เป็นพฤติกรรม #เดินไปไหนอย่าจับโน่นจับนี่ บางคนเดินไปรูดราวบันไดไป

8.  เจลล้างมือต้องพกไว้และเลือกที่มีแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไป  การล้างมือนั้นสำคัญกว่าการใส่แมสก์ เพราะมือเราหยิบจับอะไรเยอะแยะในแต่ละวัน

#Covid-19

เครดิต... หมอก้อง 🌺🌺🌺

27 กุมภาพันธ์ 2563

วิธีทำหน้ากากอนามัยด้วยตัวเอง หาซื้อยากนัก มา DIY ผ้าปิดปากกันเลย

 ใครจะไปคิดว่า สักวันหนึ่งหน้ากากอนามัยจะกลายเป็นแรร์ไอเท็ม ไปหาซื้อที่ไหนก็ขาดตลาด หรือหาซื้อได้ราคาก็แรงซะ แถมยังมีกระแสว่า "หน้ากากอนามัยปลอม" หน้ากากอนามัยไม่ได้มาตรฐานมาซ้ำเติมอีก เจอแบบนี้เห็นทีต้องลอง DIY หน้ากากใช้เองแล้วล่ะ โดยเรามีวิธีทำหน้ากากผ้า มาฝาก ซึ่งข้อดีของหน้ากากผ้า คือสามารถนำไปซักแล้วกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วยนะ
หน้ากากอนามัย
หน้ากากผ้า เหมาะกับใคร
          หน้ากากผ้าเหมาะกับคนที่ไม่ได้มีอาการป่วย แต่ต้องการป้องกันตัวเองจากเชื้อโรค จากฝุ่นควันที่อาจปะปนมากับสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา ซึ่งการใช้หน้ากากผ้าจะทำให้เราซักทำความสะอาดได้ ประหยัดรายจ่ายในการซื้อหน้ากากอนามัยแบบใส่แล้วทิ้ง แต่ที่สำคัญควรใส่หน้ากากผ้าให้ถูกวิธี คือใส่ด้านผ้านิ่ม ๆ ไว้ข้างใน ด้านผ้าเนื้อหยาบหันออกด้านนอก และต้องใส่หน้ากากผ้าให้ครอบทั้งจมูกและปากด้วย
ผ้าสำหรับทำหน้ากากอนามัย ควรใช้ผ้าแบบไหนดี
          ในการเลือกผ้ามาทำหน้ากากอนามัยชนิดผ้า แนะนำให้เลือกใช้ผ้ายืด ผ้าสาลู หรือผ้าฝ้าย มาตัดเย็บ เนื่องจากเป็นชนิดผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่ระคายเคืองผิว ระบายอากาศได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันความละเอียดของเนื้อผ้าก็เหมาะสมต่อการป้องกันเชื้อโรค เข้าสู่ร่างกาย
วิธีทำหน้ากากผ้า DIY หน้ากากอนามัยใช้เอง

1. วิธีทำหน้ากากผ้า จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

หน้ากากอนามัย
ภาพจาก เฟซบุ๊กฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

2. DIY หน้ากากผ้า จากกรมอนามัย


3. DIY หน้ากากผ้า จากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

          อย่างไรก็ดี การใส่หน้ากากผ้าเหมาะกับคนที่ไม่ได้ป่วย แต่อยากป้องกันเชื้อโรค ป้องกันฝุ่นละอองเข้าร่างกายเท่านั้นนะคะ แต่ใครที่ป่วย มีอาการไข้ ไอ จาม มีน้ำมูกไหล แนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ที่ด้านหนึ่งเป็นสีเขียวหรือฝ้า อีกด้านเป็นสีขาว แล้วใช้แบบวันต่อวันเท่านั้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อในร่างกายเรา 
แต่ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะใส่หน้ากากอนามัยแบบไหน หัวใจของการป้องกันโรคคือการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี ตามนี้
หน้ากากอนามัย