แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไวรัสระบาดโลก2020 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไวรัสระบาดโลก2020 แสดงบทความทั้งหมด
29 มีนาคม 2563
กรมอนามัย แนะอยู่บ้าน 14 วัน เก็บอาหารสดในตู้เย็น ยึดหลัก 3 ส.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ที่กักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน เก็บอาหารสดในตู้เย็นให้ยึดหลัก 3 ส. ได้แก่ สะอาดปลอดภัย สัดส่วน สิ่งแวดล้อมเหมาะสม
เพื่อรักษาคุณภาพและยืดอายุอาหารให้เก็บไว้ได้นาน ส่วนอาหารกระป๋อง ก่อนเลือกซื้อควรอ่านฉลากข้างกระป๋องให้ละเอียด ก่อนกินต้องอุ่นให้เดือดทุกครั้ง
แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ช่วงที่สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ระบาด ประชาชนที่เป็นผู้กักตัวเองอยู่ที่บ้าน 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังอาการ นอกจากจะไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับ ผู้อื่นแล้ว ต้องเลือกซื้ออาหารและปรุงประกอบอาหารที่สะอาดและปลอดภัย โดยการซื้ออาหารสด ประเภทเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก และผลไม้ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ เครื่องดื่มชนิดต่างๆ มาเก็บไว้ในปริมาณพอเหมาะ เพื่อช่วยรักษาอาหารให้สดใหม่ ไม่เน่าเสีย อีกทั้งยังคงคุณค่าวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ขอให้ยึดหลัก 3 ส. ดังนี้
1) สะอาดปลอดภัย โดยภาชนะบรรจุ และสถานที่เก็บอาหารต้องสะอาด ปลอดภัยไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรคในอาหารได้
2) สัดส่วน ควรแยกประเภทอาหารเป็นสัดส่วนเฉพาะไม่ปะปนกัน
3) สิ่งแวดล้อมเหมาะสม จัดเก็บอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท เพื่อรักษาคุณภาพและยืดอายุอาหารให้เก็บไว้ได้นานๆ "โดยเฉพาะอาหารสดประเภทเนื้อสัตว์ หากจะเก็บควรล้างให้สะอาดก่อนแล้วนำมาตัดแบ่งหรือหั่นเป็นชิ้นก่อนบรรจุในภาชนะที่ป้องกันการรั่วซึมได้ในปริมาณที่พอเหมาะกับการนำไปใช้ในแต่ละครั้ง แล้วจึงนำไปเก็บในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส แยกเป็นสัดส่วนจากอาหารประเภทอื่น ไม่ควรแช่เนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ๆ หรือทั้งตัวในตู้เย็น เนื่องจากความเย็นอาจจะไม่เพียงพอ ถ้าเป็นชิ้นเล็ก ขนาดเล็ก หรือชนิดบด ควรใส่ถุงพลาสติกแช่อยู่ในช่องแช่แข็ง นอกจากนี้ ควรหมั่นสำรวจวันหมดอายุของอาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็น และไม่ควรเก็บอาหารไว้มากเกินไป จนทำให้การถ่ายเทอากาศ ในตู้เย็นเป็นไปอย่างลำบาก" แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าว อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับอาหารปรุงสำเร็จบรรจุกระป๋อง ผลไม้และน้ำผลไม้กระป๋อง รวมทั้งเครื่องดื่มต่างๆ ที่สามารถเก็บไว้ได้นาน ก่อนเลือกซื้อควรอ่านฉลากข้างกระป๋องให้ละเอียดโดยต้องมี เลขสารระบบอาหารในเครื่องหมาย อย. (เลข 13 หลัก) สถานที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิตวันเดือนปีที่หมดอายุ ลักษณะของกระป๋องต้องไม่บวม ไม่บุบบู้บี้ ไม่เป็นสนิม ตะเข็บกระป๋องต้องไม่มีรอยรั่วหรือเป็นสนิม นอกจากนี้ ก่อนกินอาหารทุกครั้ง ต้องอุ่นด้วยความร้อนให้เดือด และสามารถเพิ่มผักในอาหารกระป๋อง เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ต้มยำปลากระป๋องน้ำพริกหนุ่มทูน่ากระป๋อง เป็นต้น ทั้งนี้ ห้ามอุ่นอาหารทั้งกระป๋องโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะเกิดอันตรายจากสารเคลือบหรือสารโลหะที่จะละลายปนมาในอาหารได้ ส่วนอาหารกระป๋องที่เปิดแล้วหากกินไม่หมด ต้องถ่ายใส่ภาชนะอื่นที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคและควรเก็บในตู้เย็น
ที่มา
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
27 มีนาคม 2563
สาธารณสุขประกาศเตือน!! คนที่ชอบใส่แหวน นาฬิกา เสี่ยงติดโควิด-19
เพื่อเตือนเรื่องการสวมแหวนและ นาฬิกา แนะให้ทำความสะอาดเช็ดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำ และระวังการ จับต้องสิ่งของ หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพ และระมัดระวังกันด้วยนะคะ
26 มีนาคม 2563
วิธีดูแลสุขภาพจิตใจ ในช่วงโควิด-19 ระบาด
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต้องยอมรับว่า ในช่วงนี้หลายคนวิตกกังวล เครียด และหวาดกลัวกันอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของบางคนเลยก็ว่าได้ แล้วเราจะมีวิธีการเตรียมพร้อมรับมือและดูแลสุขภาพจิตในช่วงนี้อย่างไรดี?
![]() |
| ภาพประกอบ : pixabay |
6 วิธีคลายเครียดและดูแลสุขภาพจิตใจในช่วงโควิด-19 ระบาด ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
1. ลดการเสพข่าวที่สร้างความวิตกกังวลและบั่นทอนจิตใจต่าง ๆ
2. ระวังเว็บไซต์ข่าวปลอม โดยหากต้องการติดตามข่าวสารการระบาดของ COVID-19 ให้ติดตามจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น เช่น เว็บไซต์ WHO หรือกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังและรับมือได้อย่างเหมาะสม
3. พูดคุยกับคนในครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือคนที่ไว้ใจ เพราะช่วยให้คลายความรู้สึกกังวลหรือเครียดได้เป็นอย่างดี
4. พยายามรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
5. ไม่ใช้บุหรี่ สุราหรือยาเสพติดอื่น ๆ เพื่อจัดการกับความเครียด
6. หากคุณรู้สึกเครียดหรือรู้สึกวิตกกังวลจนหาทางออกไม่ได้ แนะนำให้ปรึกษานักจิตวิทยาหรือพบจิตแพทย์จะดีที่สุด
2. ระวังเว็บไซต์ข่าวปลอม โดยหากต้องการติดตามข่าวสารการระบาดของ COVID-19 ให้ติดตามจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น เช่น เว็บไซต์ WHO หรือกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังและรับมือได้อย่างเหมาะสม
3. พูดคุยกับคนในครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือคนที่ไว้ใจ เพราะช่วยให้คลายความรู้สึกกังวลหรือเครียดได้เป็นอย่างดี
4. พยายามรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
5. ไม่ใช้บุหรี่ สุราหรือยาเสพติดอื่น ๆ เพื่อจัดการกับความเครียด
6. หากคุณรู้สึกเครียดหรือรู้สึกวิตกกังวลจนหาทางออกไม่ได้ แนะนำให้ปรึกษานักจิตวิทยาหรือพบจิตแพทย์จะดีที่สุด
ทั้งนี้กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำ 5 คาถา “อย่ากลัว” COVID-19
1. อย่ากลัวไวรัส จนเชื่อข่าวปลอมข่าวลือ หรือเพิ่มความหวาดวิตกให้สังคม
2. อย่ากลัวคนอื่น จนไม่กล้าเข้าใกล้ใคร หรือทำร้ายคนอื่นทางกายและจิตใจ
3. อย่ากลัวความลำบาก จนไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ล้างมือ ไม่ดูแลตัวเอง
4. อย่ากลัวการรักษา จนปกปิดประวัติตัวเอง หรือไม่ยอมไปตรวจเมื่อมีอาการ
5. อย่ากลัวอดเที่ยว จนสุดท้ายกลายเป็นเสียน้อย เสียยาก เสียมาก เสียง่าย
2. อย่ากลัวคนอื่น จนไม่กล้าเข้าใกล้ใคร หรือทำร้ายคนอื่นทางกายและจิตใจ
3. อย่ากลัวความลำบาก จนไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ล้างมือ ไม่ดูแลตัวเอง
4. อย่ากลัวการรักษา จนปกปิดประวัติตัวเอง หรือไม่ยอมไปตรวจเมื่อมีอาการ
5. อย่ากลัวอดเที่ยว จนสุดท้ายกลายเป็นเสียน้อย เสียยาก เสียมาก เสียง่าย

ข้อมูลอ้างอิง : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, เพจกองปราบปราม
25 มีนาคม 2563
สรุปสาระสำคัญของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 1
สรุปสาระสำคัญของ
พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 1
พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 1
—————
ข้อมูลเบื้องต้น
.
ชื่อเต็ม:
ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1)
ข้อมูลเบื้องต้น
.
ชื่อเต็ม:
ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1)
ระยะเวลาบังคับใช้:
26 มีนาคม - 30 เมษายน 2563
26 มีนาคม - 30 เมษายน 2563
—————
สาระสำคัญ
.
1. ห้ามประชาชนไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19
สาระสำคัญ
.
1. ห้ามประชาชนไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19
2. ให้ทุกจังหวัดปิดสถานที่เสี่ยง ต่อไปนี้ สนามมวย สนามม้า สนามกีฬา สนามเด็กเล่น ผับ อาบอบนวด นวดแผนโบราณ สปา ฟิตเนส สถานบันเทิง สถานที่แสดงมหรสพต่าง ๆ
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ศาสนสถาน สถานีขนส่ง ตลาด ห้างสรรพสินค้า ให้แต่ละจังหวัดพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม
3. ห้ามคนต่างชาติเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ทั้งทางอากาศ ทางน้ำ ทางบก ยกเว้นคณะทูต ผู้ขนส่งสินค้าจำเป็น นักบิน ลูกเรือ (แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ)
4. ห้ามกักตุนสินค้า เช่น ยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม และสินค้าอื่นที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน
5. ห้ามชุมนุมและมั่วสุม
6. ห้ามแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 ที่เป็นเฟกนิวส์และทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ถ้าพบ เจ้าหน้าที่จะเตือนให้แก้ข่าวหรือดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
7. ให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ เตรียมโรงพยาบาลสนาม เตียง ยา เวชภัณฑ์ และขึ้นทะเบียนบุคลากรทางการแพทย์ที่เกษียณไปแล้ว
8. บุคคล 3 ประเภทต่อไปนี้ให้อยู่ในบ้าน (ยกเว้นออกไปทำธุระจำเป็น เช่น พบหมอ ขึ้นศาล) ได้แก่
.
- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
- คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
9. ส่วนคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศสามารถกลับประเทศได้ แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางทางอากาศ หรือติดต่อขอหนังสือรับรองจากสถานทูตไทยในประเทศนั้น ๆ
10. ให้กรุงเทพฯ และแต่ละจังหวัดจัดตั้งจุดตรวจตามถนนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การก่ออาชญากรรม และการมั่วสุม
11. ปฏิบัติตามมาตราการป้องกันโรค ที่ทางราชการกำหนด
.
- ให้ทำความสะอาด ก่อนและทำ สถานที่ที่ทำงานและ กำกัดขยะมูลฝอยทุกวัน
- สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
- ล้างมือด้วย สบู่ แอลกอฮอล์ เจล หรือยาฆ่าเชื้อโรค
- เว้นระยะห่างกัน อย่างน้อย 1 เมตร
- ห้ามชุมนุม หรืออยู่ที่แออัด
.
เจ้าหน้าที่ อาจจะติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตัวในมือถือได้ ในบางกรณี
12. สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐยังเปิดตามปกติ ยกเว้นสถานศึกษาที่ประกาศปิดไปก่อนหน้านี้แล้ว
กิจการที่รัฐสนับสนุนให้เปิดเพื่อความสะดวกของประชาชน ได้แก่ โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา ร้านอาหาร (ต้องซื้อไปทานที่บ้าน) ร้านสะดวกซื้อ โรงงาน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ตลาดขายอาหารและสินค้าจำเป็น ปั๊มน้ำมัน ธุรกิจเดลิเวอรี-ออนไลน์
.
ส่วนห้างสรรพสินค้าให้เปิดเฉพาะแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกยา และแผนกสินค้าจำเป็น
ส่วนห้างสรรพสินค้าให้เปิดเฉพาะแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกยา และแผนกสินค้าจำเป็น
13. ยังไม่ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด แต่จะจัดตำรวจ-ทหารไปตั้งจุดสกัดรอยต่อระหว่างจังหวัด เพื่อตรวจสอบดังต่อไปนี้
.
- ผู้โดยสารบนรถต้องนั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
- ผู้โดยสารบนรถต้องนั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
- ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือติดตัว
- ยอมให้เจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมิร่างกาย ถ้าอุณหูมิสูงจะถูกส่งไปกักกันตัว
- ยอมให้ติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตัวในมือถือ
- พกบัตรประชาชนและกรอกแบบฟอร์มข้อมูลทั่วไป
14. พิธีการทางสังคมต่าง ๆ เช่น งานแต่ง งานศพ งานบุญ ให้จัดได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค
15. ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 มีความผิด ตามมาตรา แห่งพรก.ฉุกเฉิน
16. การบังคับใช้ ทุกพื้นที่ ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป และจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
—————
สรุป 3 คำถาม
:
1. ปิดประเทศหรือยัง?
.
ตอบ : ยังไม่ปิดประเทศและยังไม่ปิดสนามบิน เพราะต้องรอให้คนไทยกลับเข้าประเทศ แต่คนต่างชาติเข้ามาไม่ได้แล้ว
:
1. ปิดประเทศหรือยัง?
.
ตอบ : ยังไม่ปิดประเทศและยังไม่ปิดสนามบิน เพราะต้องรอให้คนไทยกลับเข้าประเทศ แต่คนต่างชาติเข้ามาไม่ได้แล้ว
2. ปิดเมืองหรือไม่?
.
ตอบ : ยังไม่ปิดเมือง แต่ไม่สนับสนุนให้เดินทางข้ามจังหวัด จึงนำมาตรการที่ยุ่งยากลำบากมาใช้เพื่อลดการเดินทาง
.
ตอบ : ยังไม่ปิดเมือง แต่ไม่สนับสนุนให้เดินทางข้ามจังหวัด จึงนำมาตรการที่ยุ่งยากลำบากมาใช้เพื่อลดการเดินทาง
3. ประกาศเคอร์ฟิวหรือยัง?
.
ตอบ : ยัง เคอร์ฟิวกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เคอร์ฟิวคือการห้ามออกจากที่พักในเวลาที่กำหนด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ห้าม
.
ตอบ : ยัง เคอร์ฟิวกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เคอร์ฟิวคือการห้ามออกจากที่พักในเวลาที่กำหนด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ห้าม
3 วิธีเอาชนะ Covid-19 ที่เป็นไปได้มากที่สุด ???
สำหรับ 3 วิธีที่นักวิทยาศาสตร์คิดว่า เราจะสามารถเอาชนะเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ เเละเป็น 3 วิธีที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด
วิธีที่ 1 คือ การคิดค้นวัคซีกป้องกันเชื้อไวรัส วิธีนี้ทั้งโลกเองก็กำลังร่วมมือกันคิดค้นอยู่ การรับวัคซีนป้องกันไวรัสเเล้วก็จะเป็นการป้องกันการติดเชื้อได้เเต่วิธีนี้มีการคาดการไว้ว่า
การคิดค้นวัคซีนนั้นจะต้องใช้เวลานานพอสมควร หรืออาจจะมากถึงปี 2021 ปัจจุบันก็มีการทดลองวัคซีนกับมนุษย์คนเเรกเเล้ว
วิธีที่ 2 คือ การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หรือการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายหลังหายจากการติดเชื้อเเล้วหายดีเเล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานตลอดชีวิตทำให้ไม่ติดเชื้อนั้นอีกต่อไป
หากทุกคนติดเชื้อเเล้วหายเอง มีภูมิคุ้มกันเเล้วเชื้อก็จะไม่สามารถเเพร่ได้อีกต่อไป เเต่วิธีนี้มีความเสี่ยงมากหากมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก การรักษา ระบบสาธารสุขอาจจะไม่เพียงพอ ผู้เสียชีวิตก็จำนวนมากได้
วิธีที่ 3 คือ การจำกัดจำนวนผู้ติดเชื้อ วิธีนี้เป็นวิธีที่ทั่วโลกกำลังใช้อยู่ คือการจำกัดจำนวนผู้ติดเชื้อ ไม่ให้เชื้อเเพร่ไปมากเกินกว่าการควบคุมได้ ควบคู่กับการรักษา
การชะลอการติดเชื้อให้มีผู้ติดเชื้อในจำนวนที่ควบคุมได้ เพื่อรอวันที่สามารถคิดค้นวัคซีนได้สำรวจ สำหรับผู้ที่หายดีเเล้วก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง
.
3 วิธีนี้เป็น 3 วิธีที่เป็นทางที่จะเอาชนะเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ เหมือนในอดีตที่มนุษย์สามารถเอาชนะโรคร้ายต่างๆมาได้ เเละครั้งนี้เราก็จะเอาชนะโรคร้ายได้เหมือนครั้งในอดีต
.
.
ที่มา
BBC ของอเมริกาที่มีข่าวออกมา
24 มีนาคม 2563
ไทยติดเชื้อโควิดพุ่งก้าวกระโดด แพร่ระบาด 47 จังหวัด หวั่น คุมไม่อยู่ !!
ข้อมูลตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดในต่างจังหวัด ซึ่งขณะนี้ได้แพร่ระบาดไปยังพื้นที่ 47 จังหวัด โดยพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่มาจากสนามมวยเกือบทั้งส้ิน และมีแนวโน้มที่จะเจอผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไปสัมผัสเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่หลายคนยังไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยไม่กักตัวเองแต่อย่างใด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








