28 กุมภาพันธ์ 2562

ข้อควรรู้สำหรับนักวิ่ง มือใหม่ และมือโปร


ข้อควรรู้สำหรับนักวิ่งมือใหม่และมือโปร
ขอบคุณที่มา :  ผมเป็นนักวิ่ง

    ตอนนี้หันมองไปทางไหนก็เจอแต่สาวๆ หนุ่มๆ หรือบางทีเป็นอาอึ้มอาโกด้วยซ้ำไป ที่หันมาใส่เสื้อยืดแบรนด์สปอร์ตเก๋ๆ รองเท้าผ้าใบแบบซัพพอร์ตเท้าสีแสบๆ คาดสายรัดเอว พร้อมน้ำดื่ม และสมาร์ทโฟนเอาไว้ฟังเพลง และเก็บระยะวิ่งพร้อมแชร์ลงโซเชียลมีเดีย แม้กระทั่งพี่สาวของเราเอง ที่เมื่อ 6-7 ปีก่อนยังบอกเราอยู่เลยว่า “วิ่ง เป็นกีฬาที่เกลียดที่สุด” แต่พอได้แฟนเป็นนักวิ่งเข้าหน่อย ก็หันมาตั้งอกตั้งใจ จนตอนนี้ไปไกลถึงขั้นจะลงมาราธอนกันเลยทีเดียว
    ยิ่งมีคนหันมายิ่งออกกำลังกายกันเยอะ ก็ยิ่งน่าปลื้มใจที่เห็นคนไทยใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น แต่ก็มีหลายคนที่จู่ๆ ก็คว้ารองเท้าผ้าใบ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง โดยไม่ได้ทำการศึกษาหาข้อมูลถึงสิ่งที่ควรทำ หรือควรระวังก่อนวิ่งกันเลย ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดอาการบาดเจ็บ หรืออันตรายอื่นๆ  จึงได้รวบรวมเคล็ดลับเตรียมตัววิ่งที่ถูกต้องฉบับมือใหม่ มือสมัครเล่น และมือโปรหลายๆ 

ท่านที่อาจจะยังไม่เคยรู้ มาให้อ่านเป็นเช็คลิสต์กันค่ะ

1. รองเท้าวิ่ง  สำคัญ ต้องเป็นรองเท้าสำหรับวิ่งเท่านั้น เพราะออกแบบสำหรับวิ่ง เพื่อรับแรงกระแทกและน้ำหนักของร่างกายได้ดี อย่าริอาจไปหยิบรองเท้าคิตตี้สีชมพูคู่โปรด หรือ Adidas Limited Edition สุดเท่ที่ไม่ใช่รองเท้าวิ่งมาใส่เด็ดขาด เก็บไว้เดินห้างสวยๆ ดีกว่า และควรมีขนาดหลวมเล็กน้อย พอที่จะเอานิ้วคั่นระหว่างส้นเท้ากับส่วนหลังของรองเท้าได้ เพราะหากรองเท้าคับเกินไป เท้าอาจพองหรือเจ็บได้
2. ชุดวิ่ง   ควรเลือกที่มีน้ำหนักเบา สบายผิว ระบายความร้อนได้ดี เลี่ยงชุดที่มีตะเข็บแข็งๆ หรือรัดแน่นจนเกินไป คุณผู้หญิงหากมีสปอร์ตบราก็จะดีมาก ช่วยพยุงหน้าอกไม่ให้หย่อนคล้อยไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก
3. ก่อนวิ่งต้องวอร์มร่างกายก่อน  ด้วยการออกกำลังกายเบาๆ ยืดเส้นยืดสาย แกว่งแขน แกว่งขา ให้รู้สึกได้ถึงเลือดสูบฉีดเบาๆ ห้ามมาถึงก็วิ่งเลยเด็ดขาด
4.  15-20 นาทีแรก ให้วิ่งช้าๆ เบาๆ ปรับให้สภาพร่างกายและการเต้นของหัวใจให้ค่อยๆ แรงขึ้น รวมไปถึงแขนขาด้วย
5. ไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วเพื่อแข่งกับคนอื่น จำเอาไว้ว่าเราแข่งกับตัวเราเองเมื่อวาน อย่าเห็นว่าคนอื่นสับขาฟั่บๆ แล้วเราจะไปสับขาให้เท่าเขา ช่วยดูร่างตัวเองด้วย
6. ถ้ารู้สึกไม่ไหวก็อย่าฝืน ค่อยๆ ผ่อนแรงลง  วิ่งช้าลงเรื่อยๆ แล้วเปลี่ยนมาเป็นเดินแทน หากจุดประสงค์ของเราคือการออกกำลังกาย เราไม่จำเป็นต้องทำสถิติสวยหรู เดินๆ วิ่งๆ สลับกันไปเรื่อยๆ ตลอดระยะการวิ่งก็ได้
7. หากพื้นที่วิ่งไม่ค่อยเรียบ ให้คอยมองดูพื้นด้วย และหากวิ่งตอนเช้ามืดหรือตอนกลางคืนแล้วมองพื้นไม่ค่อยเห็น ให้ลองยกเท้าให้สูงขึ้นอีกนิด
8. ควรมีวินัยในการวิ่ง  ตั้งมาตรฐานของเราเอาไว้ว่าเมื่อวานวิ่งได้เท่าไร วันนี้เอาเท่าไร แล้วทำให้ถึง อย่าวิ่งหรือหยุดวิ่งตามระยะของเพื่อน เพราะร่างกายของเรากับเพื่อนไม่เหมือนกัน
9. อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ  ก่อนวิ่งให้จิบน้ำเล็กน้อย ระหว่างวิ่งหากรู้สึกกระหายก็สามารถจิบน้ำได้ แต่อย่าดื่มมากเกิน ระวังจุก
10. ไม่สมควรออกวิ่ง 7 วันติด  ควรให้ร่างกายได้พักบ้าง อาจจะ 2-3 วันแล้วพัก หรือวิ่งวันเว้นวันแทน แต่ก็ไม่ควรหยุดวิ่งไปนานๆ เช่นเดียวกัน ถ้าเริ่มแล้วก็ต้องวิ่งเรื่อยๆ ให้สม่ำเสมอ
11. อย่าลืมหมั่นตัดเล็บ  และทำความสะอาดเท้าเป็นประจำ แต่ก็อย่าตัดเล็บสั้นมากเสียจนเป็นแผลล่ะ
12. หากร่างกายไม่สมบูรณ์ 100%  เช่น ไม่สบาย เป็นหวัด มีไข้ ปวดท้อง ท้องเสีย หรือมีอาการบาดเจ็บที่ส่วนไหน ควรงดวิ่งจนกว่าร่างกายจะปกติดีเสียก่อน
13. หลังวิ่งเสร็จ ควรคูลดาวน์ ด้วยการวิ่งผ่อนแรงเบาๆ ยืดเส้นยืดสาย เพื่อไม่ให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อ
14. ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัดมากๆ  ในคราวเดียวหลังวิ่งเสร็จ ค่อยๆ จิบทีละนิดจะดีกว่า
15. พักจนกว่าจะหายเหนื่อย  ร่างกายปรับอุณหภูมิเป็นปกติเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยเริ่มอาบน้ำ ทานข้าว หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป



  ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรง ฟิตแอนด์เฟิร์มกันถ้วนหน้านะคะ
ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก  สมุดบันทึกการวิ่ง

26 กุมภาพันธ์ 2562

วิ่งเปลี่ยนชีวิต ลดน้ำหนัก 40 กก. หนีโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจ จนหายเกลี้ยง

หากคุณคืออีกหนึ่งคนที่มีปัญหาเรื่องอ้วนอยู่ วันนี้เรามีแรงบันดาลใจดีๆ มาฝาก เป็นเรื่องราวของคุณจอย ซึ่งเธอใช้วิธีการลดน้ำหนักด้วยการวิ่งพร้อมกับสู้กับโรค และผลที่ได้จะเป็นอย่างไร มาชมกันเลย
เธอคนนี้เคยอ้วนถึงร้อยโล แถมยังเป็น โรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจเต้นผิดจังหวะอีก เธอมีชีวิตที่ยากลำบาก เพราะต้องกินยาวันละ 16 เม็ด ฉีดยาอินซูลีน
จนถึงวันที่รู้สึกว่าร่างกายไม่สามารถไปต่อได้แล้ว ร่างกายช้ำไปหมด น้ำตาลสูงมาก ความดันสูงมาก ไขมันพุ่งสุดๆหัวใจเต้นผิดจังหวะอีก ไม่มีอะไรดีเลย “จนถึงเวลาต้องเปลี่ยนตัวเอง” สามีคุณจอยบอกว่า ถ้าเรายังอยากอยู่ด้วยกันนานๆ เรามาเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตกันใหม่เถอะ มาสู้ไปด้วยกัน แม้ว่ามันจะยากก็ต้องทำ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยสักอย่างเดียว
เราเริ่มต้นด้วยการควบคุมอาหารเป็นอันดับหนึ่ง ในช่วง 2 เดือนแรก คุมกันเกือบทุกมื้อ หวาน มัน เค็ม เลี่ยงได้คือเลี่ยงเลย และต่อมาก็ค่อยๆปรับ มีการออกกำลังกายมาช่วยเสริมอีก เริ่มด้วยการเดิน จอยเดินอยู่เป็นเดือน จนน้ำหนักเริ่มลงเรื่อยๆ จาก 90-80-75 กก.
แล้วน้ำหนักก็หยุดนิ่งเกือบเดือน ทำให้จอยท้อมากๆ ผมเลยบอกให้จอยลองเริ่มวิ่ง ซึ่งมันยากมากๆ วันแรกวิ่งได้แค่ 100 เมตรก็ท้อ เหนื่อย หายใจไม่ทัน ปวดเข่าอีก ก็เลยหยุดวิ่ง เมื่อน้ำหนักไม่ลง ก็ต้องเปลี่ยนกิจกรรม ที่จอยชอบแทนเพื่อจะดีขึ้น
เลยไปเต้นแอโรบิกแทน จอยเต้นจนน้ำหนักตัวลดลงมาอีกจนถึง 70 กก.คราวนี้กำลังใจมาเต็มเปี่ยม ผมเลยชวนกลับมาวิ่งอีกครั้ง ครั้งนี้วิ่งไกลขึ้น วิ่งได้ถึง 1.5 กม. และก็วิ่งมาเรื่อยๆ จาก 1 เป็น 2 กม. เพิ่มเรื่อยๆ ตามกำลังที่พอไหว จนน้ำหนักลดลงอีกจนถึงเลข 6 ซึ่งจอยไม่เคยไปถึงเลข 6 เลย ตั้งแต่ป่วยเบาหวาน ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น พร้อมไปต่อสุดๆ กลายเป็นชอบวิ่งมากๆ วิ่งเช้า-วิ่งเย็น คุมอาหารควบคู่ไปด้วย จนเปลี่ยนวิธีชีวิตไปเลยก็ได้
พอถึงเวลาไปหาหมดตามนัด หมอก็เริ่มลดยาลงเรื่อยๆ กำลังใจมันก็มาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า “เราใช้ร่างกายมาหนักนานเท่าไหร่แล้ว ร่างกายเราต้องทำนูนทำนี่มาตลอด แต่เราไม่เคยรักษาฟื้นฟูเลย” จนถึงวันที่ร่างกายไม่ไหวจะไปต่อ สารพัดโรคก็พร้อมจะเข้ามารุมเร้าตลอดเวลา ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเปลี่ยน หันมารักสุขภาพตัวเอง ดูแลตัวเอง ก่อนที่มันจะสายเกินไป มาบอกรักตัวเองด้วยการออกกำลังกายและคุมอาหารกันเถอะ
วันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก ไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาจริงๆ กับสิ่งที่หมอบอกผมกับจอย เป็นการหาหมอที่คุ้มค่า คุ้มเวลาที่สุด หัวใจมันพองโต ตื่นเต้นไปหมด เมื่อได้ยินหมอพูดมาประโยคนึงว่า …..
“ตั้งแต่หมอตรวจคนไข้มาถึงทุกวันนี้ มีแค่ 10 คน ที่ทำได้ รักษาโรคให้หายได้ด้วยตัวเอง ค่าทุกอย่างปกติมากๆ ดีขึ้นทั้งน้ำหนัก ทั้งค่าต่างๆ ลดลง เพราะฉะนั้น คุณจอยไม่ต้องกินยาใดๆ อีกต่อไปแล้ว คุณหายเป็นปกติด้วยพฤติกรรมตัวเอง” ขอบคุณคำแนะนำดีๆ และความรู้ต่างๆ จากคุณหมอ อรรถสิทธ์ โนวังหาร ขอบคุณจากใจเราสองคน
1 ปี 5 เดือน มันช่างคุ้มค่าเป็นที่สุด น้ำหนักจอยลดมาจาก 90 กก. ตอนนี้เหลือ 51 กก. รูปร่างสมส่วน เอวเดิม 40 นิ้ว ทุกวันนี้ เอว 26 นิ้ว เหมือนได้ชีวิตใหม่ มีความสุขที่สุดจริงๆ รักใครให้ชวนออกกำลังกายนะครับ
แรงบันดาจใจของคนขี้โรค ผ่านเรื่องราวบนเหรียญ
ทุกอย่างไม่มีคำว่าสายถ้าเริ่มลงมือทำ ก้าวแรกคือก้าวที่สำคัญ ถ้าใจพร้อมร่างกายมก็พยายามจนได้ ไม่เสียดายเวลาและเงินที่ลงกิจกรรมงานวิ่งต่างๆเลย เพราะผลของมันชัดเจนมาก หนึ่งปีที่ผ่านมาทำให้รู้ว่า กำแพงบ้านฝาบ้านจะไม่มีที่แขวนเหรียญแล้ว ถ้วยรางวัลที่ได้อาจไม่ใช่งานใหญ่โตหรืองานที่มีนักวิ่งแถวหน้า แต่ก็เป็นงานที่ทำให้มีกำลังใจในการก้าวต่อไป เราจะไม่หยุด

แหล่งที่มา: วิ่งหนีโรค, Chanalong Wongdaeng, ขนิษฐา จันทร์ศิริ MThai

11 มิถุนายน 2561

ลองทำ 5 สิ่งนี้หลังเลิกงาน ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล


      หลังเรียนจบมา คุณก็ทำงานอย่างหนัก เพื่อปั้นอนาคตของคุณเอง บางคนอาจได้อยู่กับงานที่รัก ทำงานที่คุณรักซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่เบื่อหน่าย บางคนอาจมาผิดสาย หรือบางคนรู้สึกว่า เจ้านายไม่ปลื้มอยู่ตลอดเวลา ไม่เป็นอย่างใจหวังไปซะทุกอย่าง แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่เป็นเหมือนกันคือ คุณยังมีไฟและความมุ่งมั่น ที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าเพื่อพัฒนาตัวเอง
   เวลาหลังการทำงานนี่แหละ คือชีวิตที่แท้จริงของคุณ!!  เพราะคุณสามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ในการพัฒนาตนเอง และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่เป็นของคุณอย่างแท้จริง และคุณใช้เวลาหลังเลิกงานทำอะไรบ้างล่ะ ?
  • ดูซีรี่เรื่องโปรด
  • เล่นเกมออนไลน์กับเพื่อน
  • ปาร์ตี้แบบหนักหน่วง
  • หรือนอนหลับอย่างตายอดตายยาก

...คุณใช้เวลาไปกับสิ่งเหล่านี้รึเปล่า ?
     และหากวันนึงคุณตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ชีวิตคุณไม่ก้าวหน้าไปไหน คุณคงโทษไม่ได้แล้วหล่ะ ว่าเป็นเพราะบริษัทไม่เคยจัดครอสเทรนนิ่งคุณ หรือส่งเสริมในการพัฒนาทักษะคุณ เพราะ คุณคือผู้รับผิดชอบตัวคุณเองทั้งหมด คุณต้องทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเอง !!
ย้ำกันอีกครั้ง!! เวลาหลังเลิกงานเพียงไม่กี่ชั่วโมง หากคุณใช้มันอย่างมีประโยชน์ ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาลเลยหล่ะ

1.  สูตร 1 ทุ่ม - เที่ยงคืน

หากคุณฝันอยากเป็นนักเขียน แต่จบสายบัญชีมา คุณก็สามารถทำบัญชีในเวลางาน และใช้เวลาช่วงหลังเลิกงานในการทำงานเขียนที่คุณชอบได้ อาจเป็นบทความฟรีแลนซ์ เพื่มเพิ่มทักษะ และหารายได้ไปในตัว เริ่มเรียนรู้ทีละนิด เพิ่มทักษะทีละหน่อย สะสมไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งมันจะเป็นสิ่งที่คุณถนัด และมีมูลค่ามหาศาลจนคุณอดตกใจไม่ได้
“เวลา 1 ทุ่ม จนถึงเที่ยงคืน เป็นเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิต คุณควรจัดสรรมันให้ดี แบ่งมันสำหรับครอบครัว เพื่อน คนรัก และเพิ่มทักษะความรู้”

2.  ขยายคอนเนคชั่น

ยิ่งคอนเนคชันคุณกว้างขึ้นเท่าไหร่ ความก้าวหน้าก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
โดยคุณอาจเริ่มจาก
  • ช่วยบริษัทของคุณ หาพาร์ทเนอร์
  • ติดต่อกับคนที่มีความสามารถ และเรียนรู้ทัศนคติและความคิดดีๆ จากเขา
  • เข้าร่วมวงสังคมใหม่ๆ เพื่อพบปะคนเพิ่มเติม เริ่มจากคลาสโยคะ หรือคลาสเรียนภาษาก็ไม่แย่นะ
  • งาน Networking ดีๆ ที่มีแต่คนเปิดใจ
  • หรือกระทั่งการติดต่อกับคนในโลกออนไลน์อย่างกรุ๊ปใน Facebook หรือ  LinkedIn
เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีคอนเนคชั่นดีๆ ได้ไม่ช้า และใครจะไปรู้ว่า ในวันนึงพวกเขาอาจจะเป็นคนที่เปิดธุรกิจร่วมกับคุณ เป็นเจ้านายคุณ เป็นลูกน้องฝีมือฉกาจของคุณก็ได้

3.  สร้างโอกาสให้ตัวเอง

หากบริษัทไม่ให้โอกาสคุณ หรือบอสของคุณไม่เปิดโอกาสให้คุณได้เรียนรู้ คุณก็ต้องสร้างโอกาสด้วยตัวเอง อย่าหยุดอยู่กับที่ด้วยการทำงานเดิมๆ ของคุณ หากคุณอยู่ในตำแหน่งการตลาด การแว๊บไปช่วยงานฝ่ายเซลล์บ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ โดยอาจอาสาทำงานฟรีๆ เพื่อช่วยเหลือตามคอนเซ็ป “สร้างงาน สร้างอาชีพ” แล้วคุณจะรู้ว่า สิ่งที่คุณได้แลกไปกับเวลา และคืนกลับมานั้นแสนคุ้มค่า เพราะคุณจะได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม กับคนอย่างหลากหลาย ได้เรียนรู้ว่างานจะเป็นไปในทิศทางใด และควรแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างไร แต่ว่าอย่าให้งานอาสาสมัครของคุณ มารบกวนงานหลักของคุณล่ะ จัดสรรเวลาให้ดี

4.  อ่านให้มากขึ้น

เคล็ดลับความสำเร็จของผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ และบุคคลสำคัญในโลก ที่เราได้รับรู้มา.. คำตอบที่ได้ยินเสมอคือ  “อ่านไปเรื่อยๆ อย่าหยุด”  คือสูตรสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ และเขามีความเชื่อว่า “ความรู้” คือกุญแจของความสำเร็จ  ถ้าอยากประสบความสำเร็จด้านไหน จงขวนขวายอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้หมด และเขามักจะถามคนอื่นๆ อยู่เสมอ ว่าคุณชอบหนังสือเรื่องไหน หนังสือเรื่องไหนน่าอ่าน จากนั้นเขาก็จะเริ่มอ่านหนังสือเหล่านั้นให้หมด

5.  ออกกำลังกายและนั่งสมาธิ

เมื่อทำทุกอย่างแล้ว จงหยุดสิ่งเหล่านั้น แล้วหันมาดูแลสุขภาพกายและใจ ด้วยการออกกำลังกายและนั่งสมาธิ คือ สิ่งสำคัญที่คุณควรทำเป็นประจำ การออกกำลังกายจะยืดอายุคุณได้นาน และคุณจะรู้สึกมีพลังทุกครั้งที่ทำ และการนั่งสมาธิจะทำให้คุณได้ทบทวนตัวเองว่าจุดอ่อน จุดแข็ง ในแต่ละวันของคุณมีอะไรบ้าง และถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก คุณจะแก้ไขมันได้อย่างไร และไม่แน่นะมันอาจจะช่วย เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับคุณได้ด้วย

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับ 5 ข้อ ที่คุณทำในหนึ่งวัน และจะเปลี่ยนอนาคตคุณไปตลอดกาล
เริ่มต้นก้าวเล็กๆ ลองทำตั้งแต่วันนี้ แล้วอีกไม่กี่ปี คุณจะพบว่า คุณก้าวหน้าขึ้นจนอดตกใจไม่ได้เลย
------------------------------------------
ขอบคุณภาพประกอบ  Cr. Pixabay

18 พฤษภาคม 2561

เคล็ดลับทำความสะอาดกระเป๋า เฟอร์นิเจอร์ ให้กลับมาสวยวิ้ง วิ้ง ด้วยงบ 2xx บาท


มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก หลายคนคงเคยประสบปัญหา กระเป๋าที่ใช้มีคราบดำที่เช็ดไม่ออก จะใช้สเปรย์ทำความสะอาดก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลจริงมั้ยไหม  จะทำให้กระเป๋าด่างหรือเปล่า..? 
วันนี้มีคำตอบคะ   "สเปรย์โฟมทำความสะอาดเอนกประสงค์ Tuff Stuff" ของแท้ Made in U.S.A จะเห็นว่า ได้ผลดี ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลอง ทำรีวิวมาฝากกันคะ

หน้าตาของสเปรย์โฟมเป็นแบบนี้คะ ขวดใหญ่พอสมควร ขนาด 650 มล. 

เราจะลองใช้ทำความสะอาดรอยเปื้อนบนกระเป๋า และโซฟา โดยคำแนะนำบอกว่า ไม่ควรใช้กับหนังแท้ เลยเลือกกระเป๋าเป้ใบสีส้ม และกระเป๋า Coach เป็นหนังผ้า Canvas  มาสองใบค่ะ ใช้จนเยินบวกความเก่าเก็บ ลองดูซิว่าเจ้าสเปรย์โฟมตัวนี้จะสามารถขจัดคราบได้ไหม  อุปกรณ์ที่ใช้มีตามนี้ค่ะ

-    สเปรย์โฟมทำความสะอาดเอนกประสงค์ Tuff Stuff
-    ผ้าเช็ดทำความสะอาด เป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ และแปรงเล็กๆ 



ด้วยตัวผลิตภัณฑ์ บอกว่า สามารถทำความสะอาดได้ทั้งเบาะผ้า โซฟา พรม ไวนิล กระเป๋า รองเท้าผ้าใบ หรือแม้แต่คราบสกปรกจากพวก ชา กาแฟ กาว และอื่น ๆ อีกมากมาย

วิธีใช้ง่าย ๆ แค่เขย่ากระป๋องก่อนใช้ จากนั้นฉีดสเปรย์จุดที่ต้องการทำความสะอาด ทิ้งไว้สักครู่ แล้วใช้ผ้าเช็ด ขัดทำความสะอาด หรือแปรงถูเบา ๆ โดยต้องระวังไม่ให้โฟมแห้ง จากนั้นรอยเปื้อนต่างๆ ก็จะหายไป 


ก่อนทำความสะอาด มีคราบดำ ๆ ที่โซฟาแบบนี้คะ



ฉีดสเปรย์โฟมทำความสะอาดลงบนคราบได้เลย จากนั้นใช้แปรงขัด และเช็ดออกด้วยผ้าขนหนูที่เตรียมไว้



ตรงที่ออกแรงขัดจะสังเกตเห็นได้ว่า คราบเปื้อนหายไปจริงคะ



มาลองที่รอยเปื้อนของโซฟาอีกจุด นี่คือก่อนทำความสะอาดคะ



ทำตามวิธีเดิม 



ปิ๊ง! เหมือนได้โซฟาใหม่ 55555555 



          ต่อมาลองกับกระเป๋าบ้างคะ ใบนี้เก่าเก็บ ตั้งแต่มีร่องรอยการใช้งานหนักหนาก็ไม่ได้เอามาใช้อีกเลย ลองดูซิว่าจะจัดการคราบดำบนกระเป๋าได้แค่ไหน  (สีของกระเป๋าเป็นสีส้ม ที่ไม่ได้ทำความสะอาด ทำให้สีไป ส้มสวยเอาซะเลย)



ก่่อนที่จะทำความสะอาด กับสภาพกระเป๋า เน่าๆ


ฉีดเสปย์โฟม ให้ทั่วที่เราต้องการทำความสะอาด




เสร็จแล้ว..เห็นความแตกต่างไหมคะ พอได้อยู่เนอะ ถ้าลงแรงขัดจริงจังน่าจะดูใหม่ขึ้นหลายสเต็ป 



ลองไปดูอีกใบกันเถอะ... 2ใบนี้เป็น Coach สีน้ำตาล มีคราบดำจากการใช้งาน



หลังจากใช้สเปรย์โฟมทำความสะอาดเอนกประสงค์ Tuff Stuff แล้วก็พบว่า การทำความสะอาดไม่ยาก ลำบาก อย่างที่คิด เลยคะ สวย สะอาดเหมือนใหม่  ขอบคุณ....น้ำยาวิเศษ 

คะแนนความพึงพอใจจากเราเอง

ผลการใช้งาน : 5 ดาว เห็นผลจริง ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ทำให้กระเป๋าด่าง ใช้งานได้หลากหลาย
ความสะดวก : 5 ดาว ใช้ง่ายคะ ทำความสะอาดไ้ด้เกือบทุกอย่างในบ้าน ควรมีติดบ้านคะ
กลิ่น : 5 ดาว หอมอ่อน ๆ ไม่เหม็นติดกระเป๋าเหมือนยี่ห้ออื่นที่เคยใช้คะ
ราคา : 5 ดาว เหมาะสมกับปริมาณนะคะ ไม่ถึง 300 บาทแต่ได้ไซส์ใหญ่ ใช้ได้นานมาก

          โดยรวมชอบค่ะ Tuff Stuff เป็นสินค้านำเข้าจากอเมริกา ที่นั่นนิยมใช้มาก มียอดขายติดอันดับคะแนะนำสำหรับคนที่ใช้กระเป๋าสมบุกสมบันแบบเรา มีคราบดำที่เช็ดไม่ออกลองให้สเปรย์นี้ช่วยดูนะคะ ประทับใจแน่นอน ราคาไม่แพงด้วยคะที่สำคัญเอนกประสงค์มาก ๆ จะเฟอร์นิเจอร์ในบ้านหรือเบาะรถก็สามารถเนรมิตให้กลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง 


--------------------------------------------------------------
สเปรย์โฟมทำความสะอาดเอนกประสงค์ Tuff Stuff ของแท้ Made in U.S.A
สนใจผลิตภัณฑ์ ติดต่อ 
Line / Tel.  : 0616256644

1 เมษายน 2561

วิธีจัดการ ต้นต่อของความหิวสาเหตุที่ทำให้อ้วน



เกรลิน (Ghrelin hormone) ฮอร์โมน ถูกหลั่งออกมาจากเซลล์กระเพาะอาหาร เพื่อส่งสัญญาณบอกสมองให้สั่งสองมือไปหาอาหารเข้าปาก ก่อนมื้ออาหาร จะเป็นช่วงเวลาที่ระดับของเกรลินขึ้นสูง เมื่อรับประทานอาหารไป ระดับของเกรลินก็จะลดลงประมาณ 3 ชั่วโมง โดยเฉลี่ย วิธีการที่จะจัดการกับความหิว คือ พยายามควบคุมเกรลินให้ไม่สูงเกินไป และไม่ถูกหลั่งออกมาเร็วเกินไป


วิธีควบคุมทำได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1.  เพิ่มโปรตีนดีในมื้ออาหาร พบว่าการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนดีสูง เช่น ไข่ขาว ปลา ถั่ว จะช่วยยับยั้งการหลั่งของเกรลินได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมื้อเช้า
2.  เลี่ยงอาหารไขมันสูง พบว่ามื้ออาหารที่มีไขมันสูง ส่งผลยับยั้งฮอร์โมนหิวหรือเกรลินได้ไม่ดีเท่าอาหารไขมันต่ำ นั่นหมายความว่า ยิ่งรับประทานอาหารมันๆ ก็จะยิ่งหิวง่ายขึ้น!
3.  อย่านอนดึก การนอนไม่ พอส่งผลกระตุ้นการผลิตของเกรลิน ลองสังเกตดูว่าในวันที่คุณนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากจะง่วงเพลียแล้ว ยังมักจะหิวเก่งขึ้นด้วย
4.  รับประทานมื้อเล็ก แต่บ่อยขึ้น การแบ่งอาหารเป็นมื้อที่เล็กลง แต่บ่อยขึ้นเป็นทุก 3-4 ชั่วโมง จะช่วยกระตุ้นเปปไทด์ YY3-36 ซึ่งจะไปยับยั้งการหลั่งของเกรลินอีกต่อหนึ่ง
5.  หาทางจัดการกับความเครียด เช่น ออกกำลังกาย นวด นั่งสมาธิ ฟังเพลง ในเวลาที่เรามีความเครียดหรือวิตกกังวล เกรลินจะถูกผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เราหิวง่ายขึ้นในยามเครียด

ที่มา : เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โดย พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.
และ Lovefitt

เคล็ดลับ วิธีลดไขมันในอาหาร


12 เคล็ดลับ วิธีลดไขมันในอาหาร

1. ควรเลือกใช้น้ำมันพืชในการปรุงอาหาร ไม่ใช่น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม

2. ลดการกินอาหารทอดและแกงกะทิต่างๆ เช่น หมูทอด ไก่ทอด

3. ลดการกินขนมหวานที่ใส่กะทิหรือมะพร้าว แม้จะมีรสหวานน้อยก็ตาม ได้แก่ กล้วยบวชชี ขนมหม้อแกง

4. ลดการกินเป็ด ไส้กรอก หมูสับ หมูแฮม หมูยอ กุนเชียง (อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป เพราะมีไขมันแฝงมาก)

5. ลดการกินขนมอบ ขนมกรอบๆ ที่มีไขมันแฝงอยู่ เช่น มันฝรั่งทอด ถั่วชุปแป้งทอด โดนัต เค้ก คุกกี้ ขนมปังทาเนยอบกรอบ

6. เลือกกินเนื้อสัตว์ที่เป็นเนื้อล้วนๆแยกเอาไขมันและหนังออกให้หมดหรือเลือกกินเนื้อปลาที่มีไขมันปลาแทน สัปดาห์ละ 2-3 ตัว

7. กินอาหารประเภท ต้ม ต้มยำ แกงส้ม ยำ นึ่ง ย่าง อบ
8. กินผัก กินอาหารที่มาจากผักสด ไม่น้อยกว่าวันละ 2 มื้อ มื้อละ 2 ทัพพี
9. กินผลไม้สด ไม่น้อยกว่าวันละ 2 มื้อ มื้อละ 1 จานเล็ก

10. พยายามทำอาหารกินเอง ให้กินอาหารนอกบ้าน หรืออาหารสำเร็จรูปให้น้อยที่สุด
11. ดื่มนม ให้ดื่มนมพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนย แทนนมสดธรรมดา หรือดื่มนมถั่วเหลืองไม่หวานจัด สำหรับผู้ที่แพ้นมวัว

12. ลดการใช้น้ำตาลทราย วันละไม่เกิน 6 ช้อนชา (ประมาณ 24 กรัม)


ขอบคุณที่มา  www.thaihealth.or.th