3 พฤษภาคม 2560

วิธีรับมือ เมื่อรถคุณเกิดอุบัติเหตุ

วิธีรับมือเมื่อรถคุณเกิดอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าใครก็ไม่อยาก ให้เกิดขึ้นทั้้งนั้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วเราจะมีวิธีรับมืออย่างไร วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีรับมือเมื่อเกิด อุบัติเหตุทางรถยนต์ ว่าเราจะต้องทำอย่างไรเมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ขึ้นมาจริงๆ

ใครผิด ใครถูก


   เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว ส่อแววว่าจะตกลงกันไม่ได้ ว่า เรื่องอาจไปถึงศาล แต่ถ้าเรามั่นใจว่าฝ่ายเราถูก100%แล้วละก็ ต้องรีบเก็บพยานหลักฐาน จดจำวันเวลา สถานที่เกิดเหตุ มีกล้อง มีโทรศัพท์ที่ถ่ายรูปได้ ก็รีบถ่ายไว้ก่อนที่หลักฐานจะถูกเคลื่อนย้าย เก็บใบเสร็จ เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ถ้ามีการเปรียบเทียบปรับคนผิด ที่โรงพัก  นั่นคือพยาน เป็นหลักฐานสำคัญทางแพร่ง ศาลจะให้น้ำหนักมากกว่าพูดปากเปล่า แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายผิดแล้วละก็ รู้นะว่าจะต้องทำอย่างไร

แต่หากไม่ต้องขึ้นศาล คือ มีฝ่ายผิดฝ่ายถูกแล้วละก็ มาดูลำดับต่อไปกัน

เจรจาค่าเสียหาย


   ปัญหาส่วนใหญ่ที่ตามมาหลังตกลงกันได้แล้วว่าใคร ผิดใครถูกคือ ฝ่ายที่ต้องจ่ายค่าเสียหาย ก็ไม่อยากจะจ่าย ฝ่ายที่ได้รับค่าเสียหาย ก็จะเอาให้มากที่สุด ต่างฝ่ายต่างเอาคนใหญ่คนโตทั้งหลายแหล่มากดดันทั้งเจ้าหน้าที่และฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายที่ต้องจ่าย ก็ต้องหาแง่มุมทางกฏหมาย มาใช้เพื่อจะได้ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย หรือชดใช้ให้น้อยที่สุด ระวังมืออาชีพในด้านนี้ เขาจะมาเจรจาแบบจะจบแหล่ไม่จบแหล่ จนเลยเวลา 1ปี นับแต่วันเกิดเหตุ นั่นหมายความว่า การเรียกร้องค่าเสียหาย คดีละเมิดจะขาดอายุความ นำคดีไปฟ้องร้อง ศาลท่านยกฟ้องลูกเดียว  ผู้ที่คิดว่าเป็นฝ่ายถูกต้องจดจำวันที่จะขาดอายุความให้ดี ควรจะจัดการให้จบภายใน 10 เดือน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้  แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายผิดแล้วละก็ รู้นะว่าจะต้องทำอย่างไร

เมื่อเจรจาค่าเสียหายแล้วขั้้นตอนต่อไปคือ

ทำหนังสือผูกมัด "หนังสือสัญญาประณีประนอมยอมความ"


การทำหนังสือบันทึกข้อตกลงร่วมกันนี้  เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ  ฝ่ายที่จ่าย จะได้รู้ว่า จ่ายแค่ไหน จ่ายยังไง เวลาเขียนก็จะมีว่าจะไม่ติดความฟ้องร้องคดีแพ่ง และอาญาอีก และมีวิธีเลี่ยงบาลีคือ "จ่ายเพื่อมนุษยธรรม"  อันนี้แสดงว่าผู้จ่ายยังไม่ยอมรับผิด แต่จ่ายเพื่อ ลดแรงกดดันจากฝ่ายที่เสียหาย เพื่อจะได้ประกันตัวออกจากห้องขังโดยเร็ว ให้ตำรวจปล่อยรถที่ยึดไว้ และที่สำคัญเลี่ยงจากการโดนเรียกค่าเสียหายมโหฬารหากยอมรับผิดแบบผลีผลาม
ฝ่ายที่เสียหายก็จะได้รู้ว่า อีกฝ่ายยอมรับผิดหรือไม่ ยอมจ่ายเท่าไร เมื่อไหร่ อย่างไร ถ้าโดนเบี้ยวได้ฟ้องศาลได้ง่าย


ทางออกที่ดีที่สุด ในเรื่่องเหล่านี้คือ ทำประกันภัยรถยนต์ ไว้ดีที่สุด เพื่อที่คุณจะได้มีมืออาชีพมาช่วยคุณในเรื่องคดีความ และ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สุดท้าย อุบัติเหตุทางรถนั้น ไม่มีใครอยากให้เกิด(ยกเว้นอู่ซ่อม)  เวลาเจรจาก็ลดราวาศอก กันบ้าง จบได้ก็รีบจบ อย่าให้ไปถึงโรงถึงศาลเลย


 -ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร คู่สร้างคู่สม คอลัมน์ กฏหมายผัวเมีย ณรงค์ นิติจันทร์

เคล็ดลับน่ารู้ วิธีดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ

air

          วิธีดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ รู้วิธีที่ถูกต้องหรือยัง ถ้ายังไม่แน่ใจก็ตามไปศึกษา วิธีดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ พร้อม ๆ กันเลยค่ะ
          ในเมืองร้อนอย่างประเทศไทยของเราเครื่องปรับอากาศหรือแอร์คอนดิชันเนอร์ กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกบ้านต้องมีติดไว้ ยิ่งถ้าบ้านไหนมีสมาชิกในบ้านที่ขี้ร้อนด้วยล่ะก็ เครื่องปรับอากาศของคุณคงจะต้องทำงานหนักสู้ร้อนกันทั้งวันเลยล่ะ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยก็คือการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศของคุณอยู่เสมอ เพื่อให้อยู่ทนอยู่นานให้คุณได้ใช้ประโยชน์ในระยะยาว จะได้ไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนใหม่อยู่บ่อย ๆ

          วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ จาก กองวิศวกรรมการแพทย์  มาฝากกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะช่วยดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ เพื่อยืดอายุให้เครื่องปรับอากาศของคุณอยู่ไปได้อีกนาน ๆ ส่วนเคล็ดลับน่ารู้จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันเลยจ้า

          เครื่องปรับอากาศขนาดเล็กที่ใช้กับบ้านพักอาศัยและสำนักงานทั่วไป สามารถแบ่งประเภทตามลักษณะการติดตั้งได้หลายประเภท เครื่องปรับอากาศทุกแบบ จะสามารถแบ่งส่วนประกอบของเครื่อง ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนที่อยู่ภายในอาคาร (Indoor) เรียกว่า ชุดคอยล์เย็น หรือแฟนคอยล์ยูนิต และส่วนที่อยู่ภายนอกอาคาร (Outdoor) เรียกว่า ชุดคอยล์ร้อน หรือคอนเดนซิ่งยูนิต ซึ่งการทำงานของแต่ละส่วนก็จะมีลักษณะการทำงานที่คล้ายชื่อ คือ ชุดคอยล์เย็นก็จะมีหน้าที่สร้างความเย็น ส่วนชุดคอยล์ร้อนก็มีหน้าที่สร้างความร้อนออกมา และเครื่องปรับอากาศแต่ละชุดยังมีส่วนประกอบย่อยต่าง ๆ ซึ่งแต่ละส่วนประกอบของเครื่องต้องได้รับการดูแลบำรุงรักษาให้ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของเครื่อง และนอกจากนี้แล้วยังต้องมีการดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมออีกด้วย
การดูแลบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศจะทำให้เกิดประโยชน์ได้ 2 ทาง คือ

          1. จะทำให้เกิดการประหยัดพลังงาน ประหยัดค่ากระแสไฟฟ้า ประหยัดค่าซ่อมบำรุง และยืดอายุการทำงานของเครื่อง

          2. จะทำให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้ใช้และผู้อยู่อาศัย เนื่องจากการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอ จะช่วยขจัดเอาฝุ่นละออง เชื้อโรค เชื้อรา ที่เกาะติดอยู่กับส่วนต่าง ๆ ของเครื่อง และที่ล่องลอยอยู่ในอากาศภายในห้องออกไปด้วย (ฝุ่นละอองที่ล่องลอยอยู่ในอากาศจะถูกดักจับโดยแผงกรองฝุ่น ที่เรียกว่า ฟิลเตอร์) ซึ่งฝุ่นละออง เชื้อโรค เชื้อรา เหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุของการทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคลีเจียนแนร์ วัณโรค หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ

วิธีการดูแล บำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ

          คอยล์เย็น หรือแฟนคอยล์ยูนิต เป็นตัวที่ติดตั้งอยู่ภายในห้องหรือภายในอาคาร มีส่วนประกอบย่อยที่จำเป็นต้องดูแลบำรุงรักษาและทำความสะอาดคือ

air

1. แผงกรองฝุ่น

          ในเครื่องปรับอากาศทุกเครื่องจำเป็นต้องมีแผงกรองฝุ่นหรือฟิลเตอร์ เพราะฟิลเตอร์จะทำหน้าที่เป็นด่านแรกที่จะกรองอากาศโดยจะดักจับฝุ่นและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศไม่ให้ผ่านเข้าไปยังตัวแผงขดท่อคอยล์เย็น และเป่าเข้าสู่บรรยากาศภายในห้องได้อีก ฟิลเตอร์โดยทั่วไปมีใช้กันอยู่หลายชนิด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับขนาด และรูปแบบของเครื่อง เช่น เป็นแบบใยสังเคราะห์สีขาวหรือดำลักษณะคล้ายเส้นด้ายไนล่อนมีขอบเป็นโครงพลาสติก หรือเป็นแบบใยสังเคราะห์สีดำโครงขอบเป็นเหล็กเส้นลวด หรือเป็นแบบเส้นใยอลูมิเนียมถัก (ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศบางรุ่น มีฟิลเตอร์กรองกลิ่นและควันอยู่ด้วย) เราต้องดูแลทำความสะอาดฟิลเตอร์อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฟิลเตอร์อุดตันไปด้วยฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่าง ๆ เพราะถ้าฟิลเตอร์อุดตันจะทำให้ลมไม่สามารถหมุนเวียนผ่านคอยล์เย็นได้ ซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศไม่เย็น มีน้ำแข็งเกาะที่ตัวคอยล์เย็น และอาจมีน้ำหยดจากตัวเครื่องได้ เมื่อน้ำแข็งที่เกาะอยู่ละลาย

          โดยที่ฟิลเตอร์มีจุดประสงค์เพื่อการกรองดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ดังนั้นฟิลเตอร์จึงมีโอกาสอุดตันจากสิ่งเหล่านี้ได้มาก การล้างทำความสะอาดจึงควรทำให้บ่อยครั้ง โดยดูความเหมาะสมจากสภาพแวดล้อมและการใช้งาน เช่น ถ้าติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้อง หรือในอาคารที่มีลักษณะการทำงานที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น ห้องเตรียมผ้าสำหรับใช้ในการผ่าตัด ซึ่งห้องนี้จะมีฝุ่นใยผ้าเกิดขึ้นจำนวนมาก ดังนั้นการล้างฟิลเตอร์ควรต้องจะล้างทุกวัน หรืออย่างน้อยที่สุดทุกสัปดาห์ ส่วนการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในสถานที่ไม่ค่อยมีฝุ่นละอองมากนัก เช่น ห้องนอน ห้องพักผ่อน หรือห้องทำงานทั่วไป ก็ควรทำความสะอาดฟิลเตอร์ทุก ๆ หนึ่งเดือน หรือสามเดือน

          วิธีการล้างฟิลเตอร์ทำได้โดยใช้น้ำแรง ๆ ฉีดที่ด้านหลังของฟิลเตอร์ (ด้านที่ไม่ได้รับฝุ่น) ให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกหลุดออก หรือถ้าฟิลเตอร์เป็นแบบเส้นใยอลูมิเนียมถัก แบบเส้นใยไนล่อน ก็อาจใช้แปรงที่มีขนนิ่ม เช่น แปรงสีฟัน หรือแปรงทาสีช่วยปัดฝุ่นด้วยก็ได้

2.แผงขดท่อคอยล์เย็น
          แผงขดท่อคอยล์เย็น คือตัวสร้างความเย็น มีรูปร่างเป็นเส้นท่อขดไปมาตามความยาวของเครื่อง และจะมีแผ่นครีบอลูมิเนียมบาง ๆ หุ้มขดท่อเหล่านั้นอยู่ แผงขดท่อจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อถอดหน้ากากส่งลม หรือหน้ากากรับลมกลับ ของเครื่องออก ที่แผงขดท่อนี้จะมีฝุ่นผงขนาดเล็กที่สามารถผ่านการกรองของฟิลเตอร์เข้ามาได้ เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ฝุ่นเหล่านี้จะจับตัวกันหนาขึ้น และอากาศจะไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศมีผลเช่นเดียวกันกับฟิลเตอร์ตัน จึงควรมีการล้างทำความสะอาดขดท่อและแผ่นอลูมิเนียม โดยในระยะเวลาในการล้างในรอบหนึ่งปี ควรมีการล้าง 1 ครั้ง

          วิธีล้างทำความสะอาดให้ใช้แปรงสีฟัน หรือแปรงทาสี ปัดเอาฝุ่น ที่เกาะยึดติดอยู่ให้ออกก่อนด้วยการลากแปรงลงตามแนวล่องของแผ่นครีบอลูมิเนียม แล้วจึงค่อยเอาน้ำฉีดหรือราด เพื่อให้ฝุ่นที่เหลือหลุดตามน้ำออกมา แต่เนื่องจากฝุ่นละอองที่จับอยู่เป็นเวลานาน จะมีความเหนียวมาก บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้น้ำยาเคมีช่วยในการขจัดคราบสกปรกออก น้ำยาเคมีที่ใช้ต้องเป็นแบบที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อคน และไม่ทำลายวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ เช่น แผ่นอลูมิเนียม ท่อทองแดง หรือพลาสติก ในการเอาน้ำฉีด น้ำยาเคมีที่ใช้ต้องเป็นแบบที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ หรือเวลาราด ต้องระมัดระวังอย่าให้น้ำกระเด็นเปียกอุปกรณ์ไฟฟ้าของเครื่อง และควรระวังไม่ให้น้ำล้นถาดรองรับน้ำของเครื่อง

3. ใบพัดลมคอยล์เย็น

          ใบพัดลมคอยล์เย็น หรือ โบลเวอร์ เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเคลื่อนที่ของลม โดยได้กำลังมาจากมอเตอร์ไฟฟ้า ฝุ่นผงขนาดเล็กที่เล็ดลอดมาจากการดักจับของแผงกรองอากาศบางส่วน จะมาจับอยู่ที่ใบพัดลม ทำให้ร่องดักลมของใบพัดลมอุดตันไม่สามารถดักลมได้เต็มที่ การเกิดในลักษณะเช่นนี้จะทำให้ปริมาณลมเย็นที่ออกไปจากคอยล์เย็นลดลง

          จึงต้องเสียเวลาในการเดินเครื่องปรับอากาศนานขึ้น เพื่อที่จะให้ได้อุณหภูมิของห้องเท่าเดิม ซึ่งมีผลทำให้เสียค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น นอกจากฝุ่นที่เกาะตามใบพัดลมจะทำให้พัดลมส่งลมเย็นออกมาได้น้อยแล้ว อาจจะทำให้เกิดเสียงดังที่ตัวชุดคอยล์เย็นขึ้นได้ เนื่องจากฝุ่นที่จับอยู่จะไปเพิ่มน้ำหนักให้กับใบพัด ทำให้ใบพัดเสียการสมดุลในตัวเอง และเมื่อมอเตอร์หมุนจะเกิดการสั่นสะเทือนจากแรงเหวี่ยงและเกิดเสียงดังขึ้นได้ การล้างทำความสะอาดใบพัด ควรล้างทำไปพร้อมกับการล้างทำความสะอาดแผงคอยล์เย็น

4. ถาดรองรับน้ำทิ้งและท่อน้ำทิ้ง

          เป็นอุปกรณ์สำหรับรองรับน้ำที่เกิดจากการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำของไอน้ำในอากาศภายในห้อง น้ำที่เกิดขึ้นนี้จะไหลไปรวมกันที่ถาดรองรับน้ำและถูกระบายทิ้งโดยผ่านทางท่อน้ำทิ้ง ที่ถาดรองรับน้ำทิ้งนี้ถ้าไม่ได้รับการดูแลหรือทำความสะอาดเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดเมือกขาวใสคล้ายวุ้น น้ำที่ขังอยู่ในถาดรองรับน้ำทิ้งเป็นเวลานานนี้ เมื่อรวมกับฝุ่นละอองต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ตามถาดรับ ก็อาจเป็นแหล่งอาหาร หรือเป็นแหล่งสะสม ของเชื้อโรค เชื้อรา และทำให้เชื้อโรคเชื้อราเหล่านี้เจริญเติบโตและแพร่กระจายสู่ผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้พักอาศัยภายในห้องและภายในอาคารได้ การทำความสะอาดถาดน้ำทิ้งโดยการใช้แปรงที่มีขนแข็งขัดถู หรือการถอดออกมาล้าง ส่วนท่อน้ำทิ้งทำได้โดยการใช้เครื่องเป่าลม เป่าลมเข้าไปตามท่อน้ำ หรือใช้น้ำที่มีแรงดันเล็กน้อยฉีดเข้าไปภายในท่อ (ต้องแน่ใจว่าในระบบท่อไม่มีรอยรั่ว)

          วิธีการล้างทำความสะอาดถาดรองรับน้ำและท่อน้ำทิ้ง ควรทำไปพร้อมกับการทำความสะอาดแผงขดท่อคอยล์เย็นและใบพัดลม และควรตรวจดูแนวท่อน้ำทิ้งด้วยว่ามีลักษณะโค้งงอ (ตกท้องช้าง) หรือไม่ ถ้ามีต้องทำการแก้ไข เพราะท่อน้ำทิ้งช่วงที่โค้งงอตกท้องช้าง จะเป็นแหล่งที่รวมของน้ำและสิ่งสกปรก ซึ่งจะทำให้ท่อน้ำทิ้งอุดตัน และจะทำให้มีน้ำหยดจากบริเวณที่ท่อตกท้องช้างได้ เนื่องจากไอน้ำในอากาศกระทบท่อที่น้ำเย็นขังอยู่


air

5. ตัวโครงเครื่อง หน้ากากรับลม และหน้ากากจ่ายลม
          ทำความสะอาดโดยการปัดฝุ่น หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดถู หรือถ้าสามารถถอดออกได้จะนำไปล้างน้ำก็ได้ คอยล์ร้อน หรือคอนเด็นซิ่งยูนิต เป็นตัวที่ติดตั้งอยู่ภายนอกห้อง หรือภายนอกอาคาร ภายในชุดคอยล์ร้อนจะมีส่วนประกอบหลักอยู่สามส่วน คือ คอมเพรสเซอร์ มอเตอร์พัดลมพร้อมใบพัดลม และแผงขดท่อกับครีบอลูมิเนียม ชุดคอยล์ร้อนจะมีหน้าที่นำเอาความร้อนจากภายในห้องมาระบายออกทิ้งไป ดังนั้นลมที่เป่าออกมาจากคอยล์ร้อนจึงเป็นลมร้อน

          การดูแลบำรุงรักษาคอยล์ร้อน จึงต้องทำให้เกิดการระบายความร้อนได้ดี โดยไม่มีวัตถุสิ่งของใด ๆ  มาปิดบังทิศทางของการระบายของลม และดูแลไม่ให้มีฝุ่นหรือสิ่งอื่น ๆ มาปิดบัง โดยเฉพาะที่แผงขดท่อและแผ่นอลูมิเนียมของคอยล์ร้อน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวขวางกั้นไม่ให้ลมเข้าไปรับความร้อนจากชุดคอยล์ร้อนได้ ระยะห่างระหว่างชุดคอยล์ร้อนกับสิ่งกีดขวางที่ยอมรับได้ จะถูกกำหนดโดยข้อกำหนดเฉพาะในการติดตั้งของเครื่องปรับอากาศแต่ละรุ่น ซึ่งรวมถึงการเผื่อพื้นที่ว่างเพื่อการดูแลซ่อมบำรุงด้วย ถ้าคอยล์ร้อนสกปรก หรือมีสิ่งของมาปิดบังช่องทางการระบายลมทำให้ความร้อนไม่สามารถระบายออกมาได้แล้ว จะทำให้เครื่องปรับอากาศไม่มีความเย็น หรือเย็นน้อย กินกระแสไฟฟ้ามากกว่าปกติ และอาจทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหายได้ การทำความสะอาดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามชุดคอยล์ร้อน สามารถใช้น้ำฉีดล้างได้ แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำกระเด็นเข้าไปเปียกอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ระยะเวลาในการล้างทำความสะอาดชุดคอยล์ร้อนควรล้างทุก 6 เดือน หรือทุก 12 เดือน

          การดูแลสภาพทั่วไปของเครื่องอื่น ๆ เช่น น๊อต สกรู ยางรองแท่นเครื่องต่าง ๆ อย่าให้หลุดหรือหลวม เพราะอาจทำให้เกิดเสียงดังจากการสั่นสะเทือนได้ ดูแลฉนวนที่ใช้ป้องกันความร้อนต่าง ๆ ถ้าพบว่าชำรุดฉีกขาดควรแก้ไขหรือซ่อมบำรุง เพราะถ้าฉนวนที่ใช้ป้องกันความร้อนชำรุด จะทำให้ไอน้ำในอากาศกลั่นตัวเป็นหยดน้ำในบริเวณนั้น และจะทำความเสียหายให้กับฉนวนส่วนอื่น ๆ อีก หรือน้ำที่เกิดขึ้นนั้นจะหยดลงบนฝ้าเพดาน หรือตามผนังห้อง (ในกรณีที่ฉนวนหุ้มท่อสารทำความเย็น หรือท่อส่งลมเย็น หรือท่อน้ำเย็น ชำรุด) ทำให้เกิดรอยคราบสกปรก และเกิดเชื้อราขึ้นได้

ข้อแนะนำ

          เพื่อการใช้งาน การดูแลบำรุงรักษา และการตรวจซ่อมเครื่องปรับอากาศให้ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพและรูปแบบของเครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่อง ควรศึกษาทำความเข้าใจเอกสารคู่มือที่ให้มาพร้อมกับเครื่องปรับอากาศ และปฏิบัติตามคำแนะนำให้ถูกต้อง

คำเตือน

          ก่อนดำเนินการตรวจสอบ ดูแล บำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่มีไฟฟ้าป้อนอยู่ ต้องปิดสวิตซ์ หรือเบรคเกอร์ ตัดวงจรของระบบไฟฟ้าออกก่อนทุกครั้ง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กองวิศวกรรมการแพทย์

23 เมษายน 2560

ถั่วเปลือกแข็งดี มีประโยชน์มาก ทานดี ทานได้ทุกวัน !!

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้กล่าวอ้างได้ว่า…

“หากกินถั่วเปลือกแข็งต่างๆ ได้แก่ อัลมอนด์ เฮเซลนัท พีแคน พิสตาชิโอ วอลนัท วันละ 1 ออนซ์ (ประมาณ 28 กรัม) เป็นประจำทุกวัน จะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ”


ตัวอย่าง  ผลการวิจัยเรื่องถั่วเปลือกแข็งกับการลดระดับคอเรสเตอรอลที่ตีพิมพ์ใน The Journal Diabetes Care ไว้อย่างน่าสนใจ ศึกษาโดยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 58 คน กินวอลนัทวันละ 1 กำมือทุกวัน นาน 8 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า ระดับคอเรสเตอรอลดี ชนิดเอชดีแอลคอเรสเตอรอลเพิ่มขึ้น ส่วนระดับคอเลสเตอรอลร้ายชนิดแอลดีแอลลดลงมากกว่า 10%
ทั้งมีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยโทรอนโต ประเทศแคนาดาว่า การกินถั่วเปลือกแข็งชนิดต่างๆ วันละ 30 กรัม ร่วมกับอาหารที่มีใยอาหารชนิดละลายน้ำสูง สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้มากกว่า 30% โดยใน 1 วันแนะนำให้เลือกกินถั่วหลากชนิดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ได้แก่

1. วอลนัท 8 ซีก



2.  แมคาแคเมีย 10 เม็ด



3.  เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 16 เม็ด



4.  ถั่วลิสง 28 เม็ด



5.  อัลมอนด์ 23 เม็ด



6.  พิสตาชิโอ 45 เม็ด




เคล็ดลับการกินไขมันดี มีอะไร กินได้ผอมด้วยย !!!


     อาหารลดน้ำหนัก  ใครว่าตอนลดน้ำหนักกินไขมันไม่ได้ เปลี่ยนความคิดซะ เพราะอาหารที่อุดมด้วยไขมันเหล่านี้ ดีกว่าที่คิดเลยล่ะ

          เราทุกคนต่างเชื่อกันมาตลอดว่าไขมันคือศัตรูตัวฉกาจของการลดน้ำหนัก ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ไขมันมีหลากหลายชนิด และบางชนิดก็ดีกับสุขภาพแถมยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ทิ้งความเชื่อเก่า ๆ เรื่องการรับประทานไขมันช่วงลดน้ำหนัก แล้วมาลิ้มลองอาหารเหล่านี้กันดีกว่า ขอบอกได้เลยว่าถ้าเลือกรับประทานอย่างเหมาะสมละก็ นอกจากจะไม่อ้วนก็ยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย คอนเฟิร์ม !



1. ไข่
          หลายคนมักจะคิดว่าถ้ากำลังลดน้ำหนัก ไม่ควรทานไข่ แต่จริง ๆ แล้วไข่นี่ล่ะเป็นอาหารที่คนลดน้ำหนักควรรับประทาน เพราะว่าไข่ทั้งฟองอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินและแร่ธาตุ หรือโปรตีนที่อยู่ในไข่ อีกทั้งในไข่แดงยังมีไขมันชนิดที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่คุณค่าใกล้เคียงกับไขมันในปลาทะเลน้ำลึก นอกจากนี้ไข่แดงก็ยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ไขมันเหล่านี้ล้วนแต่ดีกับสุขภาพทั้งนั้นเลย อยากลดน้ำหนักพร้อม ๆ กับสุขภาพดี ก็ต้องรับประทานไข่แบบทั้งฟองนะ



2. ปลาที่มีกรดไขมันสูง
          กรดไขมันที่อยู่ในปลาทะเลน้ำลึก อย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นไขมันที่ดีกับสุขภาพเมื่อเทียบกับไขมันในเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพราะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ อีกทั้งการรับประทานปลาที่มีกรดไขมันสูงในช่วงลดน้ำหนักก็ยังช่วยทำให้ร่างกายได้รับไขมันเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอีกด้วย ดีแบบนี้จดไว้เลยค่ะสำหรับคนลดน้ำหนัก




3. ถั่วเปลือกแข็ง
          ถั่วเปลือกแข็งนอกจากเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีกับร่างกายแล้ว ก็ยังอุดมไปด้วยไขมันและไฟเบอร์ อีกทั้งไขมันที่อยู่ในถั่วเปลือกแข็งก็ยังเป็นไขมันชนิดที่ดีกับสุขภาพ ช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ขณะที่ไขมันในถั่วเปลือกแข็งยังช่วยทดแทนไขมันชนิดอื่น ๆ ที่เราเลี่ยงในช่วงลดน้ำหนักได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้เองก็ไม่ควรจะรับประทานเยอะ ควรรับประทานไม่เกินวันละ 1 กำมือ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้อ้วนได้เหมือนกันค่ะ




4. น้ำมันมะพร้าว

          มะพร้าวเป็นพืชที่อุดมด้วยกรดลอริก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ช่วยต่อสู้กับแบคทีเรียและควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก โดยการศึกษาหนึ่งพบว่าการรับประทานน้ำมันมะพร้าววันละ 2 ช้อนโต๊ะ เป็นประจำทุกวัน จะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการรับประทานน้ำมันชนิดอื่น ๆ แค่หันมาใช้น้ำมันมะพร้าวในการปรุงอาหารแทนน้ำมันพืชชนิดอื่น ๆ คุณก็จะพบความเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ที่มีต่อสุขภาพและการลดน้ำหนักอย่างแน่นอน




5. เนยถั่ว
          ประโยชน์ของเนยถั่วนั้นดีไม่แพ้กับการรับประทานถั่วเปลือกแข็งเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นไขมันดี หรือไฟเบอร์ที่อยู่ในถั่วที่นำมาทำเป็นเนยถั่ว การรับประทานเนยถั่วจะทำให้อิ่มและอยู่ท้องนานขึ้น ลดความอยากอาหารหรือของหวานต่าง ๆ แต่ก็ควรเลือกเนยถั่วล้วนนะคะ เพราะเนยถั่วที่ผ่านการปรุงแต่งรสแล้วจะมีน้ำตาลสูง ยิ่งกินก็ยิ่งอ้วนนะจะบอกให้


6. อะโวคาโด

          รู้หรือไม่ว่าอะโวคาโดเพียงครึ่งผลก็มีไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 10 กรัม และเจ้าไขมันชนิดนี้นี่ล่ะค่ะที่่ช่วยป้องกันการเกิดไขมันสะสมบริเวณเอว อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วย นี่ยังไม่รวมถึงแร่ธาตุและวิตามินอีกกว่า 20 ชนิดที่อยู่ในอะโวคาโดซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกาย จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลไม้ที่อุดมด้วยไขมันชนิดนี้จะกลายเป็นอาหารที่พบเห็นได้ในเมนูอาหารลดน้ำหนัก



7. น้ำมันมะกอก
          ถ้าจะว่ากันถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอก อย่างหนึ่งที่ทุกคนทราบดีก็คือประโยชน์ในเรื่องของการบำรุงสุขภาพหัวใจ แต่สำหรับในเรื่องการลดน้ำหนัก น้ำมันมะกอกมีส่วนช่วยในการเพิ่มระดับฮอร์โมนอะดิโพเนคติน (Adiponectin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่สำคัญในการกำจัดไขมันในร่างกาย ซึ่งถ้าหากร่างกายของเรามีฮอร์โมนชนิดนี้น้อย ก็จะทำให้เราอ้วนขึ้น ดังนั้นถ้าคิดจะลดน้ำหนักและอยากได้ตัวช่วยดี ๆ น้ำมันมะกอกนี่ล่ะ คอนเฟิร์มว่าดีจริง
!


8. ดาร์กช็อกโกแลต
          ทราบหรือไม่ว่านอกจากดาร์กช็อกโกแลตจะช่วยป้องกันมะเร็งแล้ว ก็ยังมีประโยชน์ในเรื่องของการลดน้ำหนักด้วยล่ะค่ะ โดยมีการศึกษาพบว่าคนที่รับประทานดาร์กช็อกโกแลตก่อนรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง จะทำให้เราบริโภคแคลอรีน้อยลงถึง 17% เลยทีเดียว นอกจากนี้ดาร์กช็อกโกแลตยังมีกรดไขมันที่ย่อยสลายได้ช้า จึงทำให้ร่างกายต้องใช้เวลานานมากขึ้นในการย่อยและส่งผลให้เราอยู่ท้องนานขึ้น ลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องระมัดระวังในการเลือกรับประทานหน่อยนะคะ อย่าเผลอไปรับประทานช็อกโกแลตที่มีน้ำตาลหรือมีส่วนผสมของนมนะ ไม่อย่างนั้นละก็อ้วนแน่ ๆ ค่ะบอกเลย


9. เนยอัลมอนด์

          มีการศึกษาจำนวนไม่น้อยที่แสดงให้เห็นว่าอัลมอนด์เป็นอาหารที่ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี โดยการศึกษาหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ใน International Journal of Obesity and Related Metabolic Disorders พบว่าการรับประทานอัลมอนด์สามารถช่วยลดรอบเอวได้มากขึ้นถึง 50% นอกจากนี้กรดไขมันโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่อยู่ในอัลมอนด์ อะโวคาโด และน้ำมันมะกอก สามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความอยากอาหาร และทดแทนไขมันจากอาหารอื่น ๆ ได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขอแนะนำให้รับประทานเป็นเนยอัลมอนด์ล้วนจะดีกว่า เพราะร่างกายของเราไม่สามารถดูดซึมไขมันจากอัลมอนด์เต็มเมล็ดได้ แต่ถ้าหากเป็นเนยอัลมอนด์จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ


          ได้ทราบกันแบบนี้แล้ว ใครที่ยังหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันละก็เปลี่ยนใจหันมากินอาหารเหล่านี้เสริมด้วยกันดีกว่า เพราะการลดน้ำหนักที่ได้ประสิทธิภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการได้รับสารอาหารทุกชนิดอย่างเพียงพอ หากขาดอะไรไป อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ได้ผอมสมใจแต่สุขภาพย่ำแย่ก็ไม่คุ้มกันเลยนะคะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
allwomenstalk.com 
womenshealthmag.com

11 เมษายน 2560

นี่ไง ฮอร์โมนเจ้าปัญหา ที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ลงซักที มาดูวิธีแก้กัน

รูปจาก Pixapay


    เคยถามตัวเองบ้างไหมว่ากี่ครั้งแล้วที่พยายามลดน้ำหนักแต่กลับไม่เป็นผล บ่อยใช่ไหม และรู้ไหมว่า  บางทีมันอาจเกิดจากฮอร์โมนของคุณก็ได้ 

  คุณเคยได้ยินชื่อของฮอร์โมนเลปตินบ้างหรือเปล่า?

     เลปตินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ "ขัดขวาง" การลดน้ำหนักของคุณอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าหน้าที่หลักของฮอร์โมนชนิดนี้ คือ กำหนดระดับพลังงานที่ใช้ในแต่ละวันและน้ำหนักตัวของเรา รวมทั้งสั่งการสมองเกี่ยวกับเรื่องความอยากอาหารได้ นอกจากนี้ เลปตินยังกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและกระตุ้นให้เนื้อเยื่อไขมันใช้พลังงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บางครั้งร่างกายของเราก็สร้างบางสิ่งมาขัดขวางการทำงานเลปติน เราเรียกมันว่า ภาวะดื้อเลปติน

     สิ่งที่เกิดขึ้นหลังเกิดภาวะต่อต้านเลปติน คือ เลปตินจะส่งสัญญาณความรู้สึกอิ่มไปไม่ถึงสมอง เราจึงไม่สามารถควบคุมการกินได้ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราอ้วนขึ้น

     นอกจากนี้ หากเรามีระดับเลปตินสูงเป็นเวลานานจะทำให้ความไวต่อความรู้สึกของเราลดลง สมองจะไม่ทำตามสัญญาณที่ได้รับ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลงและควบคุมการกินไม่ได้






 อาการเหล่านี้คือผลที่เกิดขึ้นจากภาวะดื้อเลปติน
น้ำหนักขึ้น
ควบคุมการกินไม่ได้
กินแก้เครียด
กินดึก
ความดันโลหิตสูง
นอนไม่หลับ
ลดน้ำหนักไม่ลง
อยากน้ำตาล
& ไขมันสูง
เป็นกังวล
ไม่มีแรงกระตุ้น
กินของจุกจิกหลังอาหารบ่อย
กินเสร็จแล้วง่วงนอน 
สิ่งที่คุณควรเลิกรับประทานเพื่อให้ให้ภาวะดื้อเลปตินกลับมาสมดุลเช่นเดิม
ไขมัน
น้ำตาล
คาร์โบไฮเดรต
น้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดฟรุกโตสสูง

     หันมารับประทานอาหารออร์แกนิกและอาหารไม่ผ่านการแปรรูปแทนอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตตเชิงเดี่ยว จำพวกข้าวขัดสี ขนมปังขาว ส่วนอาหารประเภทไขมันให้รับประทานไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากขึ้น เช่น น้ำมันมะพร้าว อะโวคาโด ถั่ว เนย และไขมันสัตว์ หรืออาจจะเป็นอาหารเสริมน้ำมันกุ้งหรืออาหารเสริมอื่นๆ ที่มีโอเมก้า 3 

     สรุปได้ว่า ควรเลิกรับประทานอาหารสำเร็จรูป และหันมารับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อย แต่มีไฟเบอร์และโปรตีนสูง ที่สำคัญควรออกกำลังกายเพื่อรักษาความสมดุลในร่างกายไม่ให้เกิดภาวะดื้อเลปตินอีก


10 เมษายน 2560

3 เทคนิค แก้ปัญหา LINE ที่หลายคนอาจไม่รู้


   LINE เป็น แอฟแชตยอดฮิต ที่เกือบจะทุกๆคนต้องใช้กัน  หลายคนใช้ทำงานเยอะ เสียจนแทบจะต้องฝากชีวิตไว้กับแอฟนี้เลยทีเดียว แต่หลายครั้งเราก็ต้องพบกับปัญหามากมายที่ไม่รู้จะแก้ไขยังไง
เราได้ รวบรวมเคล็ดลับดีๆ ในการใช้ LINE ระดับเทพมาไว้ให้ที่นี่แล้ว มาดูไปพร้อมกันเลยดีกว่าคะ
1. เล่น LINE เยอะจนพื้นที่เต็มทำไงดี?
เมื่อเจอปัญหาในการ เล่น LINE กันทั้งวัน เพื่อนก็เยอะ มีส่งภาพ ข้อความ  และคลิปวิดีโออีก สุดท้ายพื้นที่ของมือถือก็เต็ม    ทำตามวิธีนี้กันเลยคะ
1. เข้าไปที่ Setting ใน LINE


2. เลือก Chats & Calls



3. เลือก Delete Data


4. เลือกว่าจะลบข้อมูลประเภทไหนบ้างจากนั้นเลือกลบ


ง่ายๆ เท่านี้เราก็จะได้พื้นที่ในโทรศัพท์กลับมาเพียบเลยค่ะ

2.  เผลอไป Log in ไว้ในคอมฯ เพื่อนทำยังไง?
  ไป Log In LINE ไว้ในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เครื่องไหนก็ไม่รู้จะทำยังไงดี  เราสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ว่าเราไป Log in LINE ของเราไว้ที่ไหนบ้าง และสามารถ Log out ได้ง่ายๆ จากโทรศัพท์ของเราเลย ทำตามนี้เลยคะ
1. เข้าไปที่ Setting ใน LINE

2. เลือก Account


3. เลือก Devices


หลังจากนั้นก็สามารถเลือกดูรายชื่ออุปกรณ์ที่ Log in อยู่ และเลือก Log out ได้เลยคะ



3. จะย้ายเครื่องแต่กลัวแชตหาย ทำไงดี?
เปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ ก็กลัวแชตสำคัญใน LINE จะหายไป ทำตามนี้เลยคะ
1. ที่เครื่องเก่า เข้าไปที่ Settings ใน LINE

2. เลือก Chats & Calls

3. เลือก Chat history backup

4. เลือก back up now แล้วรอให้ back up เสร็จเรียบร้อย


5.  ไปที่โทรศัพท์เครื่องใหม่ จากนั้น Log in LINE ด้วย E-mail และรหัสผ่าน (เหมือนเวลาใน LINE บนคอมพิวเตอร์)
6.  หลัง Log In เสร็จแล้ว Chat จะยังไม่กลับมา ให้เข้าไปที่ Settings
7.   เลือก Chats & Calls
8.  เลือก Chat history backup
9.  จากนั้นเลือก Restore from Backup และรอให้ข้อความต่างๆ กลับมา
ง่ายๆ แค่นี้แชตสำคัญของเราก็จะกลับมาอยู่ในโทรศัพท์เครื่องใหม่แล้วคะ
     หวังว่าเทคนิคการใช้ LINE ที่นำมาฝากกันวันนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่ใช้ LINE เป็นประจำนะคะ 

''เพราะผมอ่านหนังสือ'' จากคนรับจ้างก่อสร้าง กลายเป็นคนบริหารเงินนับสิบล้าน ในเวลา 6 ปี

เมื่อ 6 ปีก่อน

เขารับจ้างก่อสร้าง คนในครอบครัวก็รับจ้าง

เมื่อ 6 ปีก่อน เขาเริ่มอ่านหนังสือเล่มแรก

เมื่อ 5 ปีก่อน

เขาเริ่มอธิบายความหมายในหนังสือ

และปลูกหญ้าขาย เมื่อได้อ่านหนังสือ 'หญ้า'

เมื่อ 5 ปีก่อน

เขาก่อตั้งกองทุนสวัสดิการในหมู่บ้าน

เพราะได้อ่านหนังสือ ดร.ดูลิตเติ้ล

เมื่อ 4 ปีก่อน

เขาอ่านมากขึ้น เพราะรู้ว่าหนังสือช่วยคิด

และคิดอาชีพใหม่ให้ครอบครัว ชุมชน

เมื่อ 4 ปีก่อน 

ผมสมัครเข้ากองทุนสวัสดิการฯ ของเขา

เมื่อ 3 ปีก่อน

เขาคิดวิธีขจัดยุงลาย และชาวบ้านได้เงิน

ด้วยวิธีรับซื้อกะลามะพร้าวอันเป็นแหล่งยุง

เขาเผากะลามะพร้าวทำถ่านอัดแท่ง 



 

เมื่อ 2 ปีก่อน

ราคายางพาราเริ่มตกต่ำ

เขาคิดหาพืชปลูกแทนยางพารา

และชักชวนคนอื่นๆ ให้ปลูกหมากในที่ว่าง

เมื่อปีก่อน

เขารับซื้อผลหมากและปาล์มจากชาวบ้าน

เขาบอกคนในครอบครัวว่า

"อย่ากดราคาคนจน พวกซาเล้งต้องช่วยเขา"


เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมถามเขาเล่นๆ ว่า

"ความสำเร็จจนบริหารเงินนับสิบๆ ล้าน

เกิดขึ้นในเวลาอันสั้นได้อย่างไร"


เขาตอบหนักแน่นพร้อมรอยยิ้มว่า

"เพราะผมอ่านหนังสือ"

ผมอยากให้เขาได้ช่วยงานรัฐบาล 


 
credit :  มกุฏ อรฤดี