8 พฤษภาคม 2560

เคล็ดลับ วิธีแก้ออกกำลังกายประจำ แต่ทำไมน้ำหนักไม่ยอมลด!!

ออกกำลังกายประจำแต่น้ำหนักไม่ลด…..(มีทางแก้!!)

ออกกำลังกายประจำแต่น้ำหนักไม่ลด…..(มีทางแก้!!)หลายคนอาจนึกสงสัยเกี่ยวกับวิธีออกกำลังของตัวเอง ว่าทำไมน้ำหนักถึงไม่ลด หรือกล้ามเนื้อไม่เพิ่มขึ้นสักที ทั้งที่พยายามออกกำลังเป็นประจำ ผ่านไป 2-3 เดือนทุกอย่างก็ดูไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไร

    หลายคนอาจนึกสงสัยเกี่ยวกับวิธีออกกำลังของตัวเอง ว่าทำไมน้ำหนักถึงไม่ลด หรือกล้ามเนื้อ ไม่เพิ่มขึ้นสักที ทั้งที่พยายามออกกำลังเป็นประจำ ผ่านไป 2-3 เดือนทุกอย่างก็ดูไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไร
ใครเจอปัญหานี้อยู่ เราอยากให้มาดูกันก่อนว่า แท้จริงแล้วการออกกำลังของคุณไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร มาจากข้อผิดพลาด 7 ประการนี้หรือไม่ ถ้าใช่…เราก็มีทางแก้มาแนะนำ คุณจะได้เอาไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้ทุกหยาดเหงื่อที่เสียไปไม่สูญเปล่า
ไม่เพิ่มความท้าทายใหม่ๆ ให้กับการออกกำลัง
ไม่ว่าคุณจะออกกำลังโดยการวิ่งหรือเล่นเวท ร่างกายจะใช้พลังงานและกล้ามเนื้อเยอะมากจนรู้สึกได้ในช่วงแรกๆ แต่พอผ่านไปสักระยะ เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว ถ้ายังออกกำลังเท่าเดิมไปเรื่อยๆ บอกเลยว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการอย่างแน่นอน เพราะร่างกายไม่ได้พัฒนาขีดความสามารถไปมากกว่าเดิม
ทางแก้ :   เพิ่มความท้าทายให้ร่างกาย โดยการเพิ่มระยะทางวิ่ง หรือเพิ่มน้ำหนักเวท หรือเพิ่มความเข้มข้นให้การออกกำลังกายชนิดอื่นๆ ที่คุณทำอยู่
กินคาร์โบไฮเดรตผิดประเภท
หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานสำคัญต่อการออกกำลังกาย ทว่าบางคนกลับเลือกกินคาร์โบไฮเดรตชนิดไม่ดี จากอาหารที่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว และพาสต้า เป็นต้น ซึ่งคาร์โบไฮเดรตชนิดนี้จะไปสะสมในร่างกายในรูปแบบของไขมัน แทนที่จะนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน
ทางแก้ : กินอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีทและโฮลเกรน ซึ่งจะให้คาร์โบไฮเดรตชนิดดี ที่ร่างกายสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานในการออกกำลังได้ดีกว่า
กินธาตุเหล็กไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
นอกเหนือจากการบริโภคคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม การเลือกกินอาหารที่มีธาตุเหล็กก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากธาตุเหล็กทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ส่งผลให้กล้ามเนื้อทนต่อความเมื่อยล้าได้ดีขึ้น ผลการวิจัยที่ปรากฏในวารสาร Quality of Life Research พบว่า สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ง่าย เพราะร่างกายขาดธาตุเหล็กนั่นเอง
ทางแก้ : กินอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่นอาหารจำพวกเนื้อวัว เนื้อหมู ผักใบเขียว และถั่ว เป็นต้น
ออกกำลังผิดวิธี
การออกกำลังผิดวิธีไม่เพียงทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายในการออกกำลังที่วางไว้ด้วย ไม่ว่าการลดน้ำหนักหรือการสร้างกล้ามเนื้อ
ทางแก้ : ใครที่เพิ่งออกกำลังได้ไม่นาน หรือยังไม่รู้วิธีฝึกที่ถูกต้อง แนะนำให้ไปขอคำปรึกษาจากเทรนเนอร์ก่อนเสมอ
พักผ่อนไม่เพียงพอ
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sports Medicine พบว่า การนอนหลับน้อยกว่า 7 ชั่วโมงแบบต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวช้า เมื่อไปออกกำลังก็จะรู้สึกเหนื่อยง่ายอย่างเห็นได้ชัด
ทางแก้ : พักผ่อนให้เต็มอิ่มอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนได้เพียงพอสำหรับการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
ไม่ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย
สำหรับคนที่เพิ่งออกกำลังมาได้ไม่นาน แล้วฝึกได้ไม่เท่าไรก็รู้สึกปวดกล้ามเนื้อ นั่นอาจเป็นเพราะกล้ามเนื้อไม่มีความยืดหยุ่นมากพอ ส่งผลให้ปวดและอาจถึงขั้นกล้ามเนื้อฉีกขาดเลยก็ได้
ทางแก้ : ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังทุกครั้งสัก 5 นาที เพื่ออบอุ่นร่างกายและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ
ใช้เวลาพักระหว่างเซตนานเกินไป
โดยทั่วไปแล้ว การพักระหว่างเซตจะใช้เวลาราว 30 วินาทีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 90 วินาที แล้วฝึกเซตต่อไป จะช่วยให้กล้ามเนื้อได้รับการบริหารอย่างต่อเนื่อง แต่หากพักนานเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อไม่พร้อมทำงานจนต้องวอร์มใหม่อีกรอบ เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและพร้อมจะรับการฝึกอีกครั้ง
ทางแก้ : ก็ง่ายๆ และชัดเจน ว่าไม่ควรพักระหว่างเซตนานเกิน 90 วินาที
        เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ใครที่อยากออกกำลังกายให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ลองพิจารณาความผิดพลาด แล้วนำทางแก้เหล่านี้ไปปรับใช้ เชื่อว่าถ้าทำได้และเอาจริง จะช่วยให้คุณออกกำลังได้สำเร็จตามเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน
ที่มา : www.penthouse-thailand.com

6 พฤษภาคม 2560

รู้ไหม..พฤติกรรมผิดๆ ที่วัยรุ่นชอบทำ !!



1. การไม่ Safe Sex
             
อายุเฉลี่ยของการมี สัมพันธ์ ครั้งแรกของวัยรุ่นไทยจากเดิมอายุ 18-19 ปี ลดลงมาเหลือที่ประมาณ 12-13 ปี (น่ากลัวมาก) ดังนั้นถ้าคิดจะรักสนุก ก็ต้องรู้จักป้องกันด้วย ใส่ถุงยางอนามัยให้เรียบร้อย เพราะหากไม่ปฏิบัติให้ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งท้องตอนที่ยังไม่พร้อม ทั้งโรคติอต่อทางเพศสัมพันธ์และ ปัญหาอีกเพียบเช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย เอดส์ กามโรค หนองใน และต้องพลาดอะไรหลายๆอย่างในชีวิตไปเลย
อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในประเทศไทยว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ต่อจำนวนประชากร 1 แสนคน เพิ่มขึ้นมากจาก 29 % ในพ.ศ. 2550 เป็น 44 % ในพ.ศ. 2554 และในจำนวนนี้ เป็นวัยรุ่นถึง 42% สะท้อนให้เห็นว่า วัยรุ่นไทยมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย นอกจากการป้องกันด้วยการใส่ถุงยางอนามัยแล้ว ก็ควรไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพด้วย

2. การใส่ Big Eye
           
นี่เป็นอีก 1 เทรนด์ที่ฮิตกันมากในหมู่วัยรุ่น การใส่คอนแทคเลนส์ หรือ บิ๊กอาย ซึ่งมีราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน การใส่นั้นเราต้องดูด้วยว่า มีอายุการใช้งานเท่าไหร่ หมดอายุวันไหน ใส่แล้วก็ต้องดูแลรักษาความสะอาด อย่าใส่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน ก่อนนอนก็ควรถอด ไม่งั้นตาอาจจะบอดได้ถ้าใส่ข้ามคืน อันตรายมาก
ทั้งนี้ Big eye ก็มีทั้งแบบรายเดือน รายปี ก็ต้องล้างให้สะอาด แล้วแช่น้ำยา ปิดผาให้สนิท หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป หรือตกค้างในคอนแทคเลนส์ เวลาใส่มันก็จะเข้าไปสัมผัสบนผิวดวงตาของผู้ใส่โดยตรง และหากยิ่งใส่เป็นเวลานานๆ ก็ทำให้ตาแห้ง ส่งผลให้ทำลายกระจก อาจเป็นแผลก่อให้ติดเชื้อโรคลุกลาม หากรักษาไม่ทันลูกตาก็จะเน่า แล้วบอดในที่สุด หรืออาจจะแรงถึงขั้นเชื้อโรคเข้าไปในกระแสเลือดทำให้เสียชีวิตได้

3. ชอบดื่มของมึนเมา
           
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก(WHO) พบว่าปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์มาก เป็นอันดับ 5 ของโลก หากดื่มมากจนเกินพอดี เมาขาดสติ มันสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตทั้งในด้านการเรียน สุขภาพร่างกาย อ้วน ความดันโลหิตสูง สมองผิดปกติ และยังเปอร์เซนต์เสี่ยงสูงในการเสียชีวิตด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้คือ อุบัติเหตุรถยนต์ ฆ่าตัวตาย ฆ่าผู้อื่น

4. กินอาหารเสริม ยาลดความอ้วน เชื่อโฆษณา
           
สำหรับในเรื่องของ ค่านิยมในความสวยของสาวๆ ปัจจุบัน คือ อยากขาว และ อยากผอม ปัจจุบันจึงเห็นมีผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมออกมาขายบนโลกออนไลน์มากมาย โฆษณาสรรพคุณเวอร์วังว่ากินแล้วขาวใสภายใน 3 วัน 7 วัน กินแล้ว 1 เดือนลดได้ 10 กิโลฯ ฟังดูก็ไม่น่าเชื่อแล้วบางคนอาจจะหลงกับภาพนางแบบโฆษณาที่บอกว่าใช้จริงได้ผล
อย่าลืมว่านี่คือยุคที่เทคโนโลยีครองโลก แอพพลิเคชั่น โปรแกรมแต่งภาพ สามารถเนรมิตทุกอย่างได้ภายในพริบตา ไม่มีอะไรปลอดภัยไปกว่าการหมั่นออกกำลังกาย และรู้จักเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ อีกอย่างถ้าร่างกายยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น การออกกำลังกายถ้าทำสม่ำเสมอได้ผลเร็วไม่ช้าเกินรอ ช้าแต่ปลอดภัยชัวร์

5. ชอบอาหารมีผงชูรสเยอะ อาหารขยะ
         
ส่วนมากจะมีส่วนผสมของผงชูรสอยู่ด้วย กินมากไปไม่เป็นผลดีต่อร่างกายแน่นอน เคยมีกรณีที่เด็กตายเพราะกินขนมครกที่โรยผงชูรสด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นน้ำตาลด้วยนะ เพราะผงชูรสนั้นผลิตมาจากแป้งมันสำปะหลังที่ต้องหมัก และใช้สารเคมีหลายตัว เช่น กรดกำมะถันหรือกรดซัลฟูริค กรดเกลือ หรือกรดไฮโดรคลอริก ยูเรีย (ในปัสสาวะ) ซึ่งกรดต่างๆ เหล่านั้นไม่ได้จำเป็นต่อร่างกายเลย
        ของพวกนี้ มีแต่จะมีผลเสียทั้งนั้นถ้าทานเกินขนาด อาทิ ภูมิต้านทานร่างกายมนุษย์ลดลง ทำลายสมองส่วนหน้า โตช้า ปัญญาอ่อน ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ อวัยวะสืบพันธุ์เล็กลง หากใครที่แพ้ จะมีอาการชา ร้อนวูบวาบที่ปาก ลิ้น ใบหน้า โหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก บางคนมีผื่นแดงเกิดขึ้นตามตัว แน่นหน้าอก หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก และอาจเสียชีวิตได้ทันที

6. นิสัยชอบ นอนดึก หลับไม่เป็นเวลา
              
สำหรับวัยรุ่นช่วงอายุ 12 -18 ปี ร่างกายนั้นต้องการพักผ่อนวันละ 9 ชั่วโมง ในยุคนี้เริ่มมีโซเชียลเน็ตเวิร์คเข้ามา บางคนไม่รู้จักเวลาเล่น เวลาทำการบ้าน เช่น อาจจะเล่นเกม หรือแชท จนดึกดื่น แล้วการบ้านยังไม่เสร็จ ต้องมานั่งปั่นเพื่อให้ส่งทันเดทไลน์ ถ้าทำซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวัน จะส่งผลให้ระบบร่างกายรวน
กินนอนไม่เป็นเวลา แล้วสังเกตได้เลยว่า ยิ่งนอนดึก ยิ่งฉี่บ่อย เพราะร่างกายจะเอาพลังงานออกมาใช้ จึงทำให้ขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ ตื่นเช้าไปนั่งเรียนก็ง่วง ไม่มีสมาธิ ความจำไม่ดี การคำนวณแย่ หนักๆ เข้าจะมีอาการภาพหลอน อารมณ์ไม่คงที่ เซลล์สมองขาดพลังงาน การขับถ่ายไม่ปกติ ไม่มีการขับถ่ายของเสียออก เป็นการสะสมสารพิษให้คั่งค้างอยู่ในร่างกาย และอาจตายได้ในที่สุด

7. การจัดฟันแฟชั่น (อันตรายมาก)
             
การดัดฟันหรือจัดฟัน ควรจัดกับหมอที่ถูกสุขลักษณะเท่านั้น! แต่เนื่องจากเป็นเทรนด์ฮิตในหมู่วัยรุ่น จึงทำให้พวกมิจฉาชีพจ้องเอาแต่ผลกำไร ร โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง และความปลอดภัย ของลูกค้า(เหยื่อ) ออกมาเปิดร้านดัดฟันแฟชั่น หรือร้านดัดฟันเถื่อน กันเกลื่อนท้องตลาด แล้วอ้างว่าเครื่องมือมาจากคุณหมอ แต่ราคาถูกกว่า (มีราคาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป) รู้ไว้เลยว่า ไม่มีร้านไหนที่ปลอดภัยเท่ากับไปดัดกับคุณหมอที่โรงพยาบาล หรือสถาบันทันตกรรมที่มีใบรับรอง ซึ่งก็มีข่าวออกมาให้ได้เห็นกันมากมายว่าการดัดฟันแฟชั่นนั้นส่งผลให้ติดเชื้อในช่องปาก เชื้อโรคอาจลุกลามจนทำให้เสียชีวิตในที่สุด
          สำหรับใครที่ต้องการดัดฟันก็ควรดูความเหมาะสมด้วย เข้าใจว่าใครๆก็อยากมีฟันที่สวย แต่หากเราต้องการดัดจริงๆ และยังมีค่าใช้จ่ายไม่พอ ก็ค่อยๆเก็บเงินออมเงินไปเรื่อยๆ ดีกว่าไปเสี่ยงดัดฟันเถื่อนแค่ไม่กี่บาท ไม่ได้ช่วยให้ฟันสวยขึ้น แถมยังต้องมาเสี่ยงต่อการเสียชีวิต มันไม่คุ้มเลย

8. เสริมความงาม ศัลยกรรม เน้นถูก!
        
 บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นข่าวคราวของภัยจากการเสริมความงาม ไม่ว่าจะด้วยการกิน การฉีด หรือถึงขั้นการผ่าตัด แม้แต่คนที่เข้าใจและศึกษามาเป็นอย่างดีในบางคนก็ยังต้องจบชีวิตลง หรือไม่ก็ต้องเหมือนตายทั้งเป็นเพราะเป็นผลที่เกิดจาการทำสิ่งนี้ โดยที่ไม่ศึกษาข้อมูล หรือไตร่ตรองก่อนที่จะนำสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เข้าร่างกาย
      วัยรุ่นในปัจจุบันนี้มีค่านิยมที่เปลี่ยนไปจากเดิม ต้องหน้าตาต้องสวย-หล่อ ดูดีก่อน เพราะหลายคนคิดว่าถ้าหน้าตาดีแล้ว สิ่งดีๆ หลายอย่างก็จะตามมา แต่บางครั้งวัยรุ่นก็ลืมนึกถึงภัยอันตรายของการเสริมความงาม ศัลยกรรม ผลกระทบที่จะตามมาภายหลัง และนี้แหละถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงละอันตรายที่สุดอีกอย่างหนึ่งในปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูล http://www.flagfrog.com/

5 พฤษภาคม 2560

เคล็ดลับ สอนลูกหลานที่มีกันมายาวนาน


ชาวกรีกโบราณ สอนลูกหลานกันมา 2500 ปีแล้วว่า :

The best thing is the most difficult.

คือ "สิ่งดีสุด นั้นยากที่สุด
อย่าไปหวังอะไรง่ายๆ ฉาบฉวย"

คนจีนสอนลูกหลานต่อกันมาหลายร้อยปีว่า :

"เหงื่อไม่ตก อย่าหวังร่ำรวย
อย่าไปคิดรวยทางลัด"

คนญี่ปุ่นสอนลูกหลานว่า :

"การทำงานรับใช้ผู้อื่น คือ  เกียรติยศ
คนทำงานทุกคนมีค่า คนไม่ทำงานสิ ไร้ค่า"

แต่มี บางประเทศ สอนลูกหลานว่า :

"ตั้งใจเรียนจะได้ทำงานสบายๆ
เรียนสูงๆ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน"

ก็เลยมีคนเรียนเพื่อปริญญากันเยอะ ไม่ได้เรียนเพราะอยากรู้

กวดวิชากันมาก ก็เพราะอยากสอบแข่ง ไม่ได้อยากรู้

พอจบมาก็อยากได้เงินเดือนสูงๆ   แต่ไม่ค่อยชอบทำงาน

เคารพกันที่ตำแหน่ง มากกว่าคุณค่าของงาน ก็เลยยอมเสียศักดิ์ศรี วิ่งเต้น ทุจริต เพื่อหาตำแหน่ง นำไปสู่ปัญหาคอรัปชั่นตราบจนทุกวันนี้  คนทั่วไปก็ติดสินบนกันจนเคยชิน ไม่มีบทลงโทษทางสังคมกับคนทำผิด

ทัศนคติ แบบนี้ ยังมีปรากฏจนทุกวันนี้


        เพราะความคิดคำสั่งสอนแบบนี้แหละโครงสร้างการศึกษาไทยเราท่านจึงได้เรียนจากผู้มีปริญญา แต่ไม่ได้เรียนจากผู้รู้จริง


สอนลูกหลาน ให้ตั้งใจใช้ชีวิตทุกช่วงอายุ อย่างเป็นธรรมชาติ เรียนรู้การเป็นผู้ให้ และ ผู้รับ 




เคล็ดลับวิธีประหยัดไฟ ฝ่าหน้าร้อนไปแบบประหยัดเงิน


    
       ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ เป็นช่วงที่ชาวไทยใช้ไฟฟ้าและจ่ายค่าไฟฟ้ามากที่สุดในทุกปี เพราะอากาศที่ร้อนแสนจะร้อนจนสุดจะทน ทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดวันตลอดคืน แต่การดับร้อนที่ต้องแลกด้วยเงินนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก    มี 10 วิธีประหยัดไฟ เพื่อช่วยให้คุณฝ่าฟันอากาศร้อนไป แบบประหยัดค่าไฟฟ้า ในช่วงนี้มาฝากกันค่ะ

1. ซักผ้าด้วยน้ำเย็น

    การซักผ้าไม่จำเป็นต้องใช้น้ำอุ่นหรือร้อนในการซัก เพราะน้ำเย็นนั้นช่วยขจัดคราบได้ดีกว่าน้ำอุ่นหรือร้อน แถมทำให้เสื้อผ้าซีดจางจากการซักน้อยกว่าการซักด้วยน้ำอุ่นหรือร้อนอีกด้วย และข้อดีที่ดีที่สุดของการซักผ้าด้วยน้ำเย็นคือ ประหยัดค่าไฟเพราะเครื่องซักผ้าไม่ต้องใช้พลังงานทำให้น้ำอุ่นหรือร้อนขึ้นก่อนการซักนั่นเอง

2. ซักผ้าครั้งละมาก ๆ

    แทนที่จะซักผ้าทุกสัปดาห์ ทั้ง ๆ ที่ในตะกร้ามีผ้าเพียงไม่กี่ชิ้น ลองเปลี่ยนมาซักผ้าสองสัปดาห์ครั้ง หรือรอจนกว่าเสื้อผ้าจะเต็มตะกร้าแล้วค่อยซักดีกว่า ทำให้ลดจำนวนการซักผ้า ลดการใช้น้ำและไฟฟ้าลงไป ทำให้ช่วยประหยัดทั้งค่าไฟและค่าน้ำในเวลาเดียวกัน เรียกว่าได้สองเด้งเลยทีเดียว

3. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน

        ถึงแม้ว่าเราจะปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลังจากใช้งานแล้ว แต่การที่ยังคงเสียบปลั๊กค้างเอาไว้ จะทำให้กระแสไฟยังคงวิ่งอยู่ตลอดเวลา และทำให้คุณเสียค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุ นอกจากนี้ การเสียบปลั๊กไฟค้างเอาไว้ อาจจะก่อให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เกิดอัคคีภัยขึ้นได้ด้วย ดังนั้น การถอดปลั๊กของเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังจากใช้งานทุกครั้งนอกจากจะช่วยประหยัดไฟแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านและทรัพย์สินของคุณอีกด้วย

4. เปิดหน้าต่าง

     การเปิดหน้าต่างจะช่วยระบายอากาศและทำให้ลมสามารถพัดผ่านเข้ามาในตัวบ้านได้ และช่วยทำให้อากาศในบ้านเย็นลง ดังนั้น แทนที่จะเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ลองเปลี่ยนมาใช้ลมธรรมชาติในการทำให้บ้านเย็นลง ก็จะช่วยประหยัดไฟฟ้าไปได้มากขึ้น

5. ใช้พัดลมเป็นตัวช่วยแทนเครื่องปรับอากาศ

      นอกจากการเปิดหน้าต่างให้ลมธรรมชาติพัดฝ่านเข้ามาในตัวบ้านแล้ว การเปิดพัดลมตั้งพื้นหรือพัดลมเพดาน ก็จะยิ่งช่วยทำให้อากาศในบ้านถ่ายเทได้สะดวกมากขึ้น และช่วยทำให้อากาศในบ้านเย็นลงได้ด้วย ประหยัดค่าไฟกว่าการเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นไหน ๆ

6. สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะกับหน้าร้อน

       ในช่วงที่มีอากาศร้อนแบบนี้ การเลือกใส่เสื้อผ้าก็มีส่วนช่วยทำให้คุณสบายตัวมากขึ้น ลองเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าเบาบาง เช่น ผ้าลินิน ผ้าฝ้าย หรือหากจำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าทางการอย่างชุดสูท ลองเปลี่ยนมาใส่สูทผ้าเฟรสโก้ (fresco) ซึ่งดูภายนอก เนื้อผ้าอาจจะดูหนาไปนิด แต่ให้ความเย็นสบายอย่างดีเยี่ยม

7. แช่เย็นผ้าปูที่นอน

       ก่อนเข้านอนสัก 2–3 ชั่วโมง ลองนำผ้าปูที่นอนรวมถึงปลอกหมอนต่าง ๆ พับใส่ถุงซิปล็อคหรือกล่องพลาสติก แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น เมื่อถึงเวลานอนก็นำมาปูที่นอน ใส่ปลอกหมอน ก็จะทำให้คุณได้พบกับสัมผัสใหม่แห่งการนอน เพราะวิธีนี้จะทำให้ที่นอนของคุณเย็นขึ้น และช่วยทำให้คุณนอนหลับสบายมากขึ้นในช่วงหน้าร้อน

8. ทำความสะอาดแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ

    ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองของเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้สะดวกขึ้น หากแผ่นกรองอากาศสกปรกจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น สิ้นเปลื่องไฟฟ้ามากขึ้น และทำให้คุณลมแทบจับ เมื่อเห็นบิลเรียกเก็บค่าไฟฟ้า

9. เปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่เหมาะสม

     จริงอยู่ว่าอากาศเมืองไทยนั้นร้อน แต่การเปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่ต่ำมากมาก จะทำให้คุณเสียเงินค่าไฟโดยใช่เหตุ ควรเปิดเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ประมาณ 25 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไปก็เพียงพอแล้ว จะช่วยให้คุณปรับหยัดค่าไฟฟ้าได้มากขึ้น หากว่าอุณหภูมิภายในห้องยังไม่เย็นสะใจคุณ อาจจะลองเปิดพัดลมช่วยพัดลมเย็น ๆ มาโดนตัวคุณ ทำให้เย็นขึ้นโดยที่ไม่ต้องปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ

10. ตั้งเวลาปิดเครื่องปรับอากาศ

     เครื่องปรับอากาศแทบทุกรุ่น จะมาพร้อมกับระบบตั้งเวลาเปิดปิดได้ ซึ่งแม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะถูกปิดไปแล้ว แต่หากคุณปิดหน้าต่างปละประตูอย่างมิดชิด อากาศเย็นจะยังคงวนเวียนอยู่ภายในห้องสักพักใหญ่เลยทีเดียว โดยการตั้งเวลาปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาตื่นนอนหรือก่อนออกจากบ้านของคุณสัก 1 ชั่วโมง จะช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า และช่วยลดค่าใช้ไฟฟ้าได้ด้วย
  ไม่ยากเลยใช่ไหมละคะกับ วิธีประหยัดไฟ ในช่วงหน้าร้อน ที่เสนอในวันนี้ ไม่ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมที่ไหน เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนิดหน่อยก็ช่วยประหยัดเงินค่าไฟฟ้าไปได้มากแล้วล่ะค่ะ 
ขอบคุณที่มา  : www.moneyguru.co.th

เคล็ดลับสายเมา ดื่มอย่างไรไม่ต้องให้ใครลากกลับบ้าน


เมื่อเลี่ยงงานสังสรรค์ไม่ได้ก็ต้องมีเทคนิคกันหน่อย ว่าดื่มอย่างไรจึงจะไม่เมาแอ๋ อ้วกแตก จนเพื่อนต้องลากกลับบ้าน
แม้บรรดาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพหากดื่มในปริมาณมากเกินไป ทว่าในความเป็นจริง หลายคนจำเป็นต้องดื่มเพื่อเข้าสังคม รวมถึงร่วมงานปาร์ตี้สังสรรค์ตามโอกาส จึงอาจหลีกเลี่ยงการดื่มได้ยาก
แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สามารถร่วมสนุกกับงานเลี้ยงต่างๆ ในขณะที่ดื่มได้
หาอะไรรองท้อง
ข้อนี้ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะเห็นมานักต่อนักแล้ว พวกที่เมาง่ายเมาเร็วเพราะไม่กินอะไรรองท้องมาก่อน ถึงแม้การกินอาหารก่อนดื่มจะไม่สามารถป้องกันการเมาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันช่วยได้ระดับหนึ่งอย่างแน่นอน
ดื่มนมเคลือบกระเพาะ
ในกรณีที่มาแบบกะทันหัน แล้วที่งานไม่มีอาหารให้รองท้องเลย ลองหานมมาดื่มสักแก้วเพื่อเคลือบกระเพาะอาหารเอาไว้ก่อน ดีกว่ากระดกเหล้าในขณะที่ท้องว่าง ไม่งั้นโอกาสเมามีสูง
ตั้งเป้าปริมาณที่จะดื่ม
เราเชื่อว่านักดื่มหลายคนรู้ลิมิตตัวเอง ว่าดื่มได้มากน้อยแค่ไหนกับเครื่องดื่มประเภทใดบ้าง เนื่องจากแต่ละคนมีลิมิตที่แตกต่างกัน ซึ่งเอาให้ชัวร์ว่าจะไม่เมาจนขาดสติแน่ๆ ก็ตั้งเป้าเลยว่าวันนี้จะดื่มกี่แก้ว
จิบน้ำเปล่าเป็นระยะ
ทั้งก่อนดื่ม ขณะดื่ม และหลังดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำให้จิบน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ เพื่อชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์ รวมถึงเป็นการเว้นจังหวะให้คุณได้วางมือจากแก้วเหล้าเป็นพักๆ
เลี่ยงเครื่องดื่มหลากชนิดในคืนเดียว
บางคนอยากโชว์คอทองแดงให้คนอื่นได้รับรู้ ด้วยการดื่มเครื่องดื่มหลากชนิดผสมปนเปในคืนเดียวกัน เช่น หัวค่ำเริ่มต้นจิบไวน์เบาๆ สักพักเพิ่มดีกรีมาดื่มวิสกี้เพียวๆ ตกดึกก็ซัดเบียร์ตบท้าย แบบนี้จะไม่วิ่งไปอ้วกได้อย่างไร
พฤติกรรมการดื่มแบบนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน ดังนั้นทางที่ดีเลือกไปเลยว่าคืนนี้จะดื่มเครื่องดื่มประเภทไหน หรือหากอยากดื่มหลายชนิดจริงๆ แนะนำให้เว้นช่วงสัก 30-60 นาที ก่อนเปลี่ยนไปดื่มอีกอย่างหนึ่ง
อย่ามิกซ์เครื่องดื่มประเภท Energy กับแอลกอฮอล์
เพราะมันคือตัวการที่จะทำให้คุณเมาจนวิ่งไปอ้วกแทบไม่ทัน ด้วยความที่ช่วยให้ดื่มง่าย จึงทำให้คุณกระดกหมดแก้วไวแบบไม่รู้ตัว
ค่อยๆ จิบเพื่อละเลียดความละมุน
หากไม่อยากเมาหัวราน้ำ แต่ต้องการซึมซับรสชาติของเครื่องดื่มแก้วโปรดให้เต็มที่ แนะนำให้ค่อยๆ จิบไปทีละนิด
ขอบคุณ : www.penthouse-thailand.com

4 พฤษภาคม 2560

สิ่งดีๆ ที่ผู้หญิงควรจะมี มากกว่าแค่ “ความสวย”


   คนเรามักจะพุ่งเป้าไปที่ ความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก มากกว่าคุณสมบัติอย่างอื่นโดยเฉพาะเมื่อพูดถึงผู้หญิง เด็กสาวมักถูกสอนให้ “ทำตัวโดดเด่น” ขณะที่หนังสือพิมพ์ ก็จ้องเล่นงานแต่ประเด็นเรื่องผิวเปลือกส้มและจุดด่างพร้อยของเหล่าดาราตัวแม่  ส่วนโฆษณาก็เอาแต่ส่งเสริมให้ผู้หญิงซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ขนตายาวขึ้น  ผมเป็นประกายเงางาม  ริมฝีปากอวบอิ่ม และก้นงอนงาม


     ขณะเดียวกันผู้หญิงก็ถูกปลูกฝังให้รักใน ความสวยตามธรรมชาติของตัวเอง  ให้รู้สึกถึงความสวยที่ซ่อนอยู่ข้างในและเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนสวยอยู่แล้ว ไม่ผิดหรอกที่สาวๆทุกคนล้วนอยากดูดีและมีความมั่นใจ แต่บางครั้งก็รู้สึกราวกับว่าคุณค่าของผู้หญิงขึ้นอยู่กับความสวยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น   และนี่คือ 11 คุณสมบัติที่สำคัญยิ่งกว่า “ความสวย” และผู้หญิงทุกคนควรมี

1. อารมณ์ขัน

การมีอารมณ์ขันจะทำให้คุณสามารถสร้างความสุขให้แก่คนรอบข้างได้ ที่สำคัญการศึกษาพบว่าผู้ที่อารมณ์ดีจะมีเสน่ห์ท่ามกลางผู้คนในสังคม คุณไม่อยากเป็นเพื่อนที่เล่นมุขกระจายได้ทั้งคืนเหรอ? การหัวเราะคือยาชั้นดีเลยล่ะ

2. ความคิดสร้างสรรค์

ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์จะเป็นคนช่างสังเกต หมั่นมองหาประสบการณ์รวมถึงความท้าทายใหม่ๆ แถมพวกเขายังอายุยืนด้วยนะ เยี่ยมไปเลย!

3. ไม่เสียใจในสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว

ไม่ใช่ว่าไม่เสียใจที่ทำอะไรผิดหรอกนะ แต่เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ต้องยอมรับให้ได้ จริงไหม

4. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ทุกคนล้วนต้องการเพื่อนที่สามารถแบ่งปันได้ทุกเรื่องตั้งแต่การไปดูคอนเสิร์ต ชมภาพยนตร์ เล่นสกี ทัศนาจร และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นเราจึงไม่ควรปฏิเสธประสบการณ์อันมีค่าใดๆก็ตาม

5. ตรงไปตรงมา

การพูดจาตรงไปตรงมาคือความสามารถที่น่าชื่นชม ที่สำคัญการโกหกให้น้อยลงก็ดีต่อสุขภาพของตัวคุณเองนะ

6. ความจงรักภักดี

หนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญไม่ว่าจะอยู่ในความสัมพันธ์ใดๆก็คือการพึ่งพาอาศัยกันและอยู่เคียงข้างกันโดยที่เขาจะไม่ปล่อยให้คุณล้มลง การศึกษาพบว่าผู้ที่ซื่อสัตย์กับความรักจะรู้สึกพอใจในชีวิตมากกว่า

7. เปิดใจกว้าง

การตั้งใจที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆเพิ่มเติมไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามความพยายามอุตสาหะย่อมมีคุณค่ามากกว่าการมีแค่ใบหน้าที่สวยหมดจด

8. มีความเอาใจใส่

ทุกคนจะจดจำได้ว่าคุณเป็นคนที่เอาใจใส่ผู้อื่น เช่น โทรมาอวยพรในวันเกิดและรู้ถึงขนาดว่าพวกเขาแพ้นมวัวในงานเลี้ยงมื้อค่ำ เชื่อไหมว่าสิ่งเหล่านี้ติดตรึงใจพวกเขาได้นานกว่าเรื่องที่คุณไปยืดผมและเอาแต่ทำเล็บสวยตลอดเวลา

9. เห็นอกเห็นใจผู้อื่น

การจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และความสวยก็ไม่ได้ช่วยสร้างมิตรภาพได้ดีกว่าการรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

10. โอบอ้อมอารี

ไม่ว่าจะเป็นการเสียสละเวลา ให้คำแนะนำ แบ่งปันทรัพยากร หรือให้ความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญและมีประโยชน์ทั้งต่อผู้ให้และผู้รับ เพราะการให้จะทำให้ทุกคนมีความสุขง

11. ความน่าเชื่อถือ

คุณจะพบพวกเขาได้ทุกที่ในยามที่คุณต้องการ






Blogger : Nina Bahadur
Source : huffingtonpost.com