8 พฤษภาคม 2560

6 เคล็ดลับ ที่จะช่วยให้รูปร่างดีและมีความสุข

6 เคล็ดลับที่จะช่วยให้รูปร่างดีและมีความสุข
6 เคล็ดลับที่จะช่วยให้รูปร่างดีและมีความสุข


    วันนี้มี 6 เคล็ดลับ ที่จะทำให้คุณสุขภาพดีแถมมีความสุขมากฝาก งานนี้ทำได้ไม่ยากแต่จะมีวิธีไหนบ้างตามมาเลย

1.  อารมณ์ดี
         เพราะการที่มีอารมณ์ดีจะช่วยให้คุณมีสุขภาพดี และนอกจากนี้ยังช่วยส่งผลให้ผิวคุณสวยงามยิ่งขึ้น
2.  พักผ่อนให้เพียงพอ
        การนอนหลับ นอกจากการจะเป็นการพักผ่อนแล้ว การนอนหลับยังช่วยให้ฮอร์โมนหลั่งดีขึ้น
3.  จดและบันทึก
        ลองจดและบันทึกดูกิจกรรมแต่ละวันว่าเราทำอะไรไปบ้าง เช่น วันนี้ไปกี่นาที หรือวันนี้รับประทานอาหารอะไรไปบ้าง เป็นต้น
Advertisement
4.  ลองทำอะไรใหม่ๆบ้าง
         เช่นลองปรับเปลี่ยนวิธีการทาน อาจจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น บางสิ่งอาจจะไม่ถูกใจปาก แต่มันอาจจะดีต่อร่างกาย
5.  ลองเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกาย
        อาจจะเปลี่ยนจากการวิ่งบนลู่ ไปเป็นการวิ่งในสนามหรือพื้นหญ้า เพื่อให้ร่างกายได้สูดอากาศบริสุทธิ์
6.  อย่ากลัวว่าใครจะว่าคุณว่าหุ่นไม่ดี
        มั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเอง วันนี้หุ่นเราอาจจะไม่เฟอร์เฟค แต่หากหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอรับรองได้ว่าสักวันคุณต้องมีรูปร่างที่สวยอย่างแน่นอน
ขอขอบคุณ
ข้อมูล : Fitness First Thailand

 FaceBook

เคล็ดลับ วิธีแก้ออกกำลังกายประจำ แต่ทำไมน้ำหนักไม่ยอมลด!!

ออกกำลังกายประจำแต่น้ำหนักไม่ลด…..(มีทางแก้!!)

ออกกำลังกายประจำแต่น้ำหนักไม่ลด…..(มีทางแก้!!)หลายคนอาจนึกสงสัยเกี่ยวกับวิธีออกกำลังของตัวเอง ว่าทำไมน้ำหนักถึงไม่ลด หรือกล้ามเนื้อไม่เพิ่มขึ้นสักที ทั้งที่พยายามออกกำลังเป็นประจำ ผ่านไป 2-3 เดือนทุกอย่างก็ดูไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไร

    หลายคนอาจนึกสงสัยเกี่ยวกับวิธีออกกำลังของตัวเอง ว่าทำไมน้ำหนักถึงไม่ลด หรือกล้ามเนื้อ ไม่เพิ่มขึ้นสักที ทั้งที่พยายามออกกำลังเป็นประจำ ผ่านไป 2-3 เดือนทุกอย่างก็ดูไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไร
ใครเจอปัญหานี้อยู่ เราอยากให้มาดูกันก่อนว่า แท้จริงแล้วการออกกำลังของคุณไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร มาจากข้อผิดพลาด 7 ประการนี้หรือไม่ ถ้าใช่…เราก็มีทางแก้มาแนะนำ คุณจะได้เอาไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้ทุกหยาดเหงื่อที่เสียไปไม่สูญเปล่า
ไม่เพิ่มความท้าทายใหม่ๆ ให้กับการออกกำลัง
ไม่ว่าคุณจะออกกำลังโดยการวิ่งหรือเล่นเวท ร่างกายจะใช้พลังงานและกล้ามเนื้อเยอะมากจนรู้สึกได้ในช่วงแรกๆ แต่พอผ่านไปสักระยะ เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว ถ้ายังออกกำลังเท่าเดิมไปเรื่อยๆ บอกเลยว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการอย่างแน่นอน เพราะร่างกายไม่ได้พัฒนาขีดความสามารถไปมากกว่าเดิม
ทางแก้ :   เพิ่มความท้าทายให้ร่างกาย โดยการเพิ่มระยะทางวิ่ง หรือเพิ่มน้ำหนักเวท หรือเพิ่มความเข้มข้นให้การออกกำลังกายชนิดอื่นๆ ที่คุณทำอยู่
กินคาร์โบไฮเดรตผิดประเภท
หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานสำคัญต่อการออกกำลังกาย ทว่าบางคนกลับเลือกกินคาร์โบไฮเดรตชนิดไม่ดี จากอาหารที่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว และพาสต้า เป็นต้น ซึ่งคาร์โบไฮเดรตชนิดนี้จะไปสะสมในร่างกายในรูปแบบของไขมัน แทนที่จะนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน
ทางแก้ : กินอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีทและโฮลเกรน ซึ่งจะให้คาร์โบไฮเดรตชนิดดี ที่ร่างกายสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานในการออกกำลังได้ดีกว่า
กินธาตุเหล็กไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
นอกเหนือจากการบริโภคคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม การเลือกกินอาหารที่มีธาตุเหล็กก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากธาตุเหล็กทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ส่งผลให้กล้ามเนื้อทนต่อความเมื่อยล้าได้ดีขึ้น ผลการวิจัยที่ปรากฏในวารสาร Quality of Life Research พบว่า สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ง่าย เพราะร่างกายขาดธาตุเหล็กนั่นเอง
ทางแก้ : กินอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่นอาหารจำพวกเนื้อวัว เนื้อหมู ผักใบเขียว และถั่ว เป็นต้น
ออกกำลังผิดวิธี
การออกกำลังผิดวิธีไม่เพียงทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายในการออกกำลังที่วางไว้ด้วย ไม่ว่าการลดน้ำหนักหรือการสร้างกล้ามเนื้อ
ทางแก้ : ใครที่เพิ่งออกกำลังได้ไม่นาน หรือยังไม่รู้วิธีฝึกที่ถูกต้อง แนะนำให้ไปขอคำปรึกษาจากเทรนเนอร์ก่อนเสมอ
พักผ่อนไม่เพียงพอ
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sports Medicine พบว่า การนอนหลับน้อยกว่า 7 ชั่วโมงแบบต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวช้า เมื่อไปออกกำลังก็จะรู้สึกเหนื่อยง่ายอย่างเห็นได้ชัด
ทางแก้ : พักผ่อนให้เต็มอิ่มอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนได้เพียงพอสำหรับการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
ไม่ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย
สำหรับคนที่เพิ่งออกกำลังมาได้ไม่นาน แล้วฝึกได้ไม่เท่าไรก็รู้สึกปวดกล้ามเนื้อ นั่นอาจเป็นเพราะกล้ามเนื้อไม่มีความยืดหยุ่นมากพอ ส่งผลให้ปวดและอาจถึงขั้นกล้ามเนื้อฉีกขาดเลยก็ได้
ทางแก้ : ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังทุกครั้งสัก 5 นาที เพื่ออบอุ่นร่างกายและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ
ใช้เวลาพักระหว่างเซตนานเกินไป
โดยทั่วไปแล้ว การพักระหว่างเซตจะใช้เวลาราว 30 วินาทีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 90 วินาที แล้วฝึกเซตต่อไป จะช่วยให้กล้ามเนื้อได้รับการบริหารอย่างต่อเนื่อง แต่หากพักนานเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อไม่พร้อมทำงานจนต้องวอร์มใหม่อีกรอบ เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและพร้อมจะรับการฝึกอีกครั้ง
ทางแก้ : ก็ง่ายๆ และชัดเจน ว่าไม่ควรพักระหว่างเซตนานเกิน 90 วินาที
        เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ใครที่อยากออกกำลังกายให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ลองพิจารณาความผิดพลาด แล้วนำทางแก้เหล่านี้ไปปรับใช้ เชื่อว่าถ้าทำได้และเอาจริง จะช่วยให้คุณออกกำลังได้สำเร็จตามเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน
ที่มา : www.penthouse-thailand.com

6 พฤษภาคม 2560

รู้ไหม..พฤติกรรมผิดๆ ที่วัยรุ่นชอบทำ !!



1. การไม่ Safe Sex
             
อายุเฉลี่ยของการมี สัมพันธ์ ครั้งแรกของวัยรุ่นไทยจากเดิมอายุ 18-19 ปี ลดลงมาเหลือที่ประมาณ 12-13 ปี (น่ากลัวมาก) ดังนั้นถ้าคิดจะรักสนุก ก็ต้องรู้จักป้องกันด้วย ใส่ถุงยางอนามัยให้เรียบร้อย เพราะหากไม่ปฏิบัติให้ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งท้องตอนที่ยังไม่พร้อม ทั้งโรคติอต่อทางเพศสัมพันธ์และ ปัญหาอีกเพียบเช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย เอดส์ กามโรค หนองใน และต้องพลาดอะไรหลายๆอย่างในชีวิตไปเลย
อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในประเทศไทยว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ต่อจำนวนประชากร 1 แสนคน เพิ่มขึ้นมากจาก 29 % ในพ.ศ. 2550 เป็น 44 % ในพ.ศ. 2554 และในจำนวนนี้ เป็นวัยรุ่นถึง 42% สะท้อนให้เห็นว่า วัยรุ่นไทยมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย นอกจากการป้องกันด้วยการใส่ถุงยางอนามัยแล้ว ก็ควรไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพด้วย

2. การใส่ Big Eye
           
นี่เป็นอีก 1 เทรนด์ที่ฮิตกันมากในหมู่วัยรุ่น การใส่คอนแทคเลนส์ หรือ บิ๊กอาย ซึ่งมีราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน การใส่นั้นเราต้องดูด้วยว่า มีอายุการใช้งานเท่าไหร่ หมดอายุวันไหน ใส่แล้วก็ต้องดูแลรักษาความสะอาด อย่าใส่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน ก่อนนอนก็ควรถอด ไม่งั้นตาอาจจะบอดได้ถ้าใส่ข้ามคืน อันตรายมาก
ทั้งนี้ Big eye ก็มีทั้งแบบรายเดือน รายปี ก็ต้องล้างให้สะอาด แล้วแช่น้ำยา ปิดผาให้สนิท หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป หรือตกค้างในคอนแทคเลนส์ เวลาใส่มันก็จะเข้าไปสัมผัสบนผิวดวงตาของผู้ใส่โดยตรง และหากยิ่งใส่เป็นเวลานานๆ ก็ทำให้ตาแห้ง ส่งผลให้ทำลายกระจก อาจเป็นแผลก่อให้ติดเชื้อโรคลุกลาม หากรักษาไม่ทันลูกตาก็จะเน่า แล้วบอดในที่สุด หรืออาจจะแรงถึงขั้นเชื้อโรคเข้าไปในกระแสเลือดทำให้เสียชีวิตได้

3. ชอบดื่มของมึนเมา
           
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก(WHO) พบว่าปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์มาก เป็นอันดับ 5 ของโลก หากดื่มมากจนเกินพอดี เมาขาดสติ มันสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตทั้งในด้านการเรียน สุขภาพร่างกาย อ้วน ความดันโลหิตสูง สมองผิดปกติ และยังเปอร์เซนต์เสี่ยงสูงในการเสียชีวิตด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้คือ อุบัติเหตุรถยนต์ ฆ่าตัวตาย ฆ่าผู้อื่น

4. กินอาหารเสริม ยาลดความอ้วน เชื่อโฆษณา
           
สำหรับในเรื่องของ ค่านิยมในความสวยของสาวๆ ปัจจุบัน คือ อยากขาว และ อยากผอม ปัจจุบันจึงเห็นมีผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมออกมาขายบนโลกออนไลน์มากมาย โฆษณาสรรพคุณเวอร์วังว่ากินแล้วขาวใสภายใน 3 วัน 7 วัน กินแล้ว 1 เดือนลดได้ 10 กิโลฯ ฟังดูก็ไม่น่าเชื่อแล้วบางคนอาจจะหลงกับภาพนางแบบโฆษณาที่บอกว่าใช้จริงได้ผล
อย่าลืมว่านี่คือยุคที่เทคโนโลยีครองโลก แอพพลิเคชั่น โปรแกรมแต่งภาพ สามารถเนรมิตทุกอย่างได้ภายในพริบตา ไม่มีอะไรปลอดภัยไปกว่าการหมั่นออกกำลังกาย และรู้จักเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ อีกอย่างถ้าร่างกายยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น การออกกำลังกายถ้าทำสม่ำเสมอได้ผลเร็วไม่ช้าเกินรอ ช้าแต่ปลอดภัยชัวร์

5. ชอบอาหารมีผงชูรสเยอะ อาหารขยะ
         
ส่วนมากจะมีส่วนผสมของผงชูรสอยู่ด้วย กินมากไปไม่เป็นผลดีต่อร่างกายแน่นอน เคยมีกรณีที่เด็กตายเพราะกินขนมครกที่โรยผงชูรสด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นน้ำตาลด้วยนะ เพราะผงชูรสนั้นผลิตมาจากแป้งมันสำปะหลังที่ต้องหมัก และใช้สารเคมีหลายตัว เช่น กรดกำมะถันหรือกรดซัลฟูริค กรดเกลือ หรือกรดไฮโดรคลอริก ยูเรีย (ในปัสสาวะ) ซึ่งกรดต่างๆ เหล่านั้นไม่ได้จำเป็นต่อร่างกายเลย
        ของพวกนี้ มีแต่จะมีผลเสียทั้งนั้นถ้าทานเกินขนาด อาทิ ภูมิต้านทานร่างกายมนุษย์ลดลง ทำลายสมองส่วนหน้า โตช้า ปัญญาอ่อน ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ อวัยวะสืบพันธุ์เล็กลง หากใครที่แพ้ จะมีอาการชา ร้อนวูบวาบที่ปาก ลิ้น ใบหน้า โหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก บางคนมีผื่นแดงเกิดขึ้นตามตัว แน่นหน้าอก หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก และอาจเสียชีวิตได้ทันที

6. นิสัยชอบ นอนดึก หลับไม่เป็นเวลา
              
สำหรับวัยรุ่นช่วงอายุ 12 -18 ปี ร่างกายนั้นต้องการพักผ่อนวันละ 9 ชั่วโมง ในยุคนี้เริ่มมีโซเชียลเน็ตเวิร์คเข้ามา บางคนไม่รู้จักเวลาเล่น เวลาทำการบ้าน เช่น อาจจะเล่นเกม หรือแชท จนดึกดื่น แล้วการบ้านยังไม่เสร็จ ต้องมานั่งปั่นเพื่อให้ส่งทันเดทไลน์ ถ้าทำซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวัน จะส่งผลให้ระบบร่างกายรวน
กินนอนไม่เป็นเวลา แล้วสังเกตได้เลยว่า ยิ่งนอนดึก ยิ่งฉี่บ่อย เพราะร่างกายจะเอาพลังงานออกมาใช้ จึงทำให้ขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ ตื่นเช้าไปนั่งเรียนก็ง่วง ไม่มีสมาธิ ความจำไม่ดี การคำนวณแย่ หนักๆ เข้าจะมีอาการภาพหลอน อารมณ์ไม่คงที่ เซลล์สมองขาดพลังงาน การขับถ่ายไม่ปกติ ไม่มีการขับถ่ายของเสียออก เป็นการสะสมสารพิษให้คั่งค้างอยู่ในร่างกาย และอาจตายได้ในที่สุด

7. การจัดฟันแฟชั่น (อันตรายมาก)
             
การดัดฟันหรือจัดฟัน ควรจัดกับหมอที่ถูกสุขลักษณะเท่านั้น! แต่เนื่องจากเป็นเทรนด์ฮิตในหมู่วัยรุ่น จึงทำให้พวกมิจฉาชีพจ้องเอาแต่ผลกำไร ร โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง และความปลอดภัย ของลูกค้า(เหยื่อ) ออกมาเปิดร้านดัดฟันแฟชั่น หรือร้านดัดฟันเถื่อน กันเกลื่อนท้องตลาด แล้วอ้างว่าเครื่องมือมาจากคุณหมอ แต่ราคาถูกกว่า (มีราคาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป) รู้ไว้เลยว่า ไม่มีร้านไหนที่ปลอดภัยเท่ากับไปดัดกับคุณหมอที่โรงพยาบาล หรือสถาบันทันตกรรมที่มีใบรับรอง ซึ่งก็มีข่าวออกมาให้ได้เห็นกันมากมายว่าการดัดฟันแฟชั่นนั้นส่งผลให้ติดเชื้อในช่องปาก เชื้อโรคอาจลุกลามจนทำให้เสียชีวิตในที่สุด
          สำหรับใครที่ต้องการดัดฟันก็ควรดูความเหมาะสมด้วย เข้าใจว่าใครๆก็อยากมีฟันที่สวย แต่หากเราต้องการดัดจริงๆ และยังมีค่าใช้จ่ายไม่พอ ก็ค่อยๆเก็บเงินออมเงินไปเรื่อยๆ ดีกว่าไปเสี่ยงดัดฟันเถื่อนแค่ไม่กี่บาท ไม่ได้ช่วยให้ฟันสวยขึ้น แถมยังต้องมาเสี่ยงต่อการเสียชีวิต มันไม่คุ้มเลย

8. เสริมความงาม ศัลยกรรม เน้นถูก!
        
 บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นข่าวคราวของภัยจากการเสริมความงาม ไม่ว่าจะด้วยการกิน การฉีด หรือถึงขั้นการผ่าตัด แม้แต่คนที่เข้าใจและศึกษามาเป็นอย่างดีในบางคนก็ยังต้องจบชีวิตลง หรือไม่ก็ต้องเหมือนตายทั้งเป็นเพราะเป็นผลที่เกิดจาการทำสิ่งนี้ โดยที่ไม่ศึกษาข้อมูล หรือไตร่ตรองก่อนที่จะนำสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เข้าร่างกาย
      วัยรุ่นในปัจจุบันนี้มีค่านิยมที่เปลี่ยนไปจากเดิม ต้องหน้าตาต้องสวย-หล่อ ดูดีก่อน เพราะหลายคนคิดว่าถ้าหน้าตาดีแล้ว สิ่งดีๆ หลายอย่างก็จะตามมา แต่บางครั้งวัยรุ่นก็ลืมนึกถึงภัยอันตรายของการเสริมความงาม ศัลยกรรม ผลกระทบที่จะตามมาภายหลัง และนี้แหละถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงละอันตรายที่สุดอีกอย่างหนึ่งในปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูล http://www.flagfrog.com/